- หน้าแรก
- จอมโจรบัลลังก์โลหิต
- บทที่ 50 ทดลองปืน
บทที่ 50 ทดลองปืน
บทที่ 50 ทดลองปืน
“ตอนนี้ในสามกองใหญ่ มีคนอ่านออกเขียนได้มากแค่ไหนแล้ว?” หลิวเหิงหันไปถามจ้าวอวี้ถู
นายทหารของต้าหมิงมีน้อยคนนักที่จะรู้หนังสือ ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นคนหยาบกระด้างที่ไม่รู้หนังสือแม้แต่ตัวเดียว แม้แต่จะเขียนรายงานราชการก็ยังต้องให้คนอื่นเขียนแทน หลิวเหิงไม่อยากให้กองกำลังของตัวเองกลายเป็นเหมือนทหารต้าหมิง ที่ให้ขุนนางบุ๋นทำงานด้านเอกสารทุกอย่าง ส่วนนายทหารบู๊แค่รบฆ่าฟันก็พอ
ในอนาคต การทำสงครามจะต้องพึ่งคุณภาพทหาร วินัย การประสานงานของกองกำลัง การบริหารเสบียงและเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นไปได้ยากที่จะมีนายทัพผู้กล้าคนเดียวบุกฝ่าทัพนับหมื่นไปตัดหัวแม่ทัพฝ่ายศัตรูได้อีก
หลิวเหิงไม่ต้องการให้หัวหน้าหน่วยที่ตนแต่งตั้ง กลายเป็นพวกหยาบกระด้างที่ไม่รู้หนังสือ รู้แต่รบและพุ่งชนศัตรู สงครามไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างคนสองคน ไม่ได้วัดกันด้วยกำปั้นใครหนักกว่ากัน
ถ้าหากเป็นไปได้ หลิวเหิงก็อยากตั้งฝ่ายเสนาธิการที่คอยวางแผนและเสริมข้อบกพร่อง เพราะไม่ว่าผู้นำที่เก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่สามารถวางแผนได้ครอบคลุมทุกด้านอยู่ดี
จ้าวอวี้ถูที่นั่งอยู่โน้มตัวลงเล็กน้อย กล่าวตอบว่า “คนที่เต็มใจจะเรียนรู้หนังสือมีไม่มากนัก คนส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญ ข้าว่าไม่สู้ให้คนที่อยากรู้หนังสือจริงๆ มาหาข้าเรียน ส่วนคนที่ไม่สนใจก็ปล่อยเขาไป”
“ไม่ได้” หลิวเหิงกล่าวเสียงเข้ม “ไปบอกทุกคนว่า ตอนนี้ในสามกองใหญ่ยังมีตำแหน่งรองหัวหน้าที่ว่างอยู่มาก คนที่รู้หนังสือมากที่สุดจะได้รับการพิจารณาตำแหน่งก่อน ส่วนคนที่ไม่ยอมเรียนจะไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง แม้แต่คนที่ดำรงตำแหน่งอยู่แล้วแต่ยังไม่ยอมเรียนหนังสือ ก็อาจโดนลดขั้นได้”
“บทลงโทษนี้หนักไปหรือเปล่าขอรับ?” จ้าวอวี้ถูเอ่ยอย่างกังวล
หลิวเหิงกล่าวเด็ดขาด “ทำตามที่ข้าบอกเถอะ ข้าเปิดโอกาสให้เรียนรู้แล้ว พวกมันยังจะเลือกมากอีก ใครไม่ยอมเรียนหนังสือ ก็ให้ไปทำงานหลังครัวให้หมด”
หลี่ชูเหิงได้ยินก็หัวเราะกล่าวว่า “ฝ่ายเสบียงไม่ต้องการพ่อครัวมากขนาดนั้นหรอกนะขอรับ”
หลิวเหิงยิ้ม “ถ้าพ่อครัวมากไปก็ให้ไปจับปลา ผ่าฟืน เลี้ยงสัตว์ งานเสบียงมีให้ทำเยอะแยะไป”
เฉินเสวียนผิงหัวเราะ “งานพวกนี้สบายกว่าฝึกหนักอีก แบบนี้กลัวว่าทหารทั้งสามกองใหญ่จะไม่ยอมเรียนหนังสือกันหมดน่ะสิ”
หลิวเหิงแค่นเสียง “ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ทุกคนยังต้องฝึกหนักเหมือนเดิม ตอนกลางคืนยังต้องเข้าเวรยามลาดตระเวน เวลาที่เหลือจึงค่อยไปทำงานเสบียงได้”
จากคำพูดของหลิวเหิง ทำให้จ้าวอวี้ถูรับรู้ได้ถึงความสำคัญของการรู้หนังสือ
วันรุ่งขึ้นเมื่อฟ้าสาง หยางหยวนก็เรียกเฉินต้าชิ่ง พร้อมกับทหารที่เพิ่งเลือกมาจากฝ่ายเสบียงไม่กี่คน ออกจากค่ายไปสำรวจข้อมูลเพิ่มเติม
ในค่ายมีการฝึกซ้อมต่อเนื่องทุกวัน เพราะอากาศร้อนจัด การฝึกซ้อมส่วนใหญ่จึงจัดตอนเช้าและเย็น ส่วนตอนเที่ยงนอกจากคนที่ต้องเข้าเวรยาม คนอื่นสามารถพักผ่อนได้ แต่การพักผ่อนนี้ไม่ใช่ว่าใครอยากทำอะไรก็ได้ ยังต้องมาเรียนหนังสือกับจ้าวอวี้ถูโดยเฉพาะ
แต่เดิมคนที่อยากเรียนหนังสือมีน้อย แต่หลังจากคำสั่งของหลิวเหิงประกาศออกไป ว่าใครไม่รู้หนังสือก็จะเป็นได้แค่ทหารธรรมดา แม้แต่หัวหน้าก็จะโดนลดขั้นหากยังไม่รู้หนังสือ ทำให้พวกที่ทะเยอทะยานเริ่มหันมาเรียนหนังสืออย่างจริงจัง
จ้าวอวี้ถูไม่ได้สอนแบบเด็กเล็ก แต่ให้ทุกคนท่องจำตัวอักษรจากประโยคที่เลือกมา สอนแค่วิธีอ่านวิธีเขียน วันละสิบตัว ให้ท่องจนจำขึ้นใจ
หลิวเหิงเองก็ร่วมเรียนด้วย แต่เขารู้ตัวอักษรแบบตัวย่อมาก่อนแล้ว ตัวอักษรแบบโบราณส่วนใหญ่เขาจึงอ่านได้ เพียงแต่เขียนไม่ถูก ดังนั้นหลิวเหิงจึงเรียนเร็วมากกว่าคนอื่น
เมื่อจ้าวอวี้ถูพบจุดนี้ ก็ถอนใจชมเชยว่าคนที่มีพรสวรรค์ก็ย่อมเหนือกว่าคนทั่วไปจริงๆ
ไม่กี่วันต่อมา หยางหยวนกลับมาพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านหู่โถว หลิวเหิงจึงเรียกทุกคนประชุมอีกครั้ง
“รายงานสถานการณ์บนเขาหมู่บ้านหู่โถว”
ทุกคนนั่งประจำที่ตามลำดับ หลิวเหิงถามหยางหยวนทันที
หยางหยวนลุกขึ้นกล่าว “บนเขาหมู่บ้านหู่โถวมีโจรภูเขาประมาณร้อยคน ผู้นำชื่อ 'อ้ายเจี่ยวหู่' ผู้คนเรียกเขาว่าท่านพยัคฆ์ พวกนี้ตั้งด่านที่ตีนเขาเก็บเงินจากขบวนพ่อค้า และยังออกไปปล้นหมู่บ้านรอบๆ ชาวบ้านเอือมระอา แต่ทางการก็ปราบปรามไม่ได้ เพราะภูเขามีป่าทึบ เจ้าหน้าที่ทางการขึ้นไปหลายครั้งก็ล้มเหลวหมด”
“ที่แท้ท่านพยัคฆ์คนนั้นคือมันนี่เอง!” หลิวเหิงลูบคางรำพึงเบาๆ
หลี่ชูเหิงและคนอื่นต่างไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร คิดว่าหลิวเหิงรู้จักผู้นำโจร มีเพียงหยางหยวนเท่านั้นที่เข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น
เฉินเสวียนผิงกล่าวเสียงดัง “แค่โจรภูเขาร้อยกว่าคน ข้าพากองสามไปถล่มก็สิ้นเรื่องแล้ว”
“ไม่ต้องรีบร้อน” หลิวเหิงโบกมือ หันไปถามหยางหยวน “ของที่สั่งทำได้หรือยัง?”
หยางหยวนตอบ “ได้มาแล้ว แต่เพิ่งทำเสร็จห้ากระบอก ช่างตีเหล็กแซ่จ้าวบอกว่ากระบอกที่เหลือยังต้องรออีกหลายวัน”
“แล้วของอยู่ไหน?” หลิวเหิงลุกขึ้นจากโต๊ะ สีหน้าตื่นเต้น
“ตอนนี้ของอยู่กับเฉินต้าชิ่ง หากท่านต้องการดู ข้าจะไปหยิบมาให้” หยางหยวนกล่าว
“ไปดูพร้อมกันเลยดีกว่า” หลิวเหิงก้าวออกจากกระโจม ทุกคนก็รีบตามออกไปทันที
นอกค่ายมีพื้นที่กว้าง ใช้เป็นสนามฝึกของสามกองใหญ่ หลิวเหิงรับปืนหลูมี่มาตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะลำกล้องปืนที่ดูดีเกินกว่าที่กรมอุตสาหกรรมต้าหมิงทำออกมามากนัก
เขาบรรจุกระสุน จุดชนวน เล็งไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างไปสี่สิบก้าว เสียงดังตูม! ลูกกระสุนพุ่งออกไป เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ทุกคนเห็นรอยกระสุนฝังลึกเข้าไปในต้นไม้
จ้าวอวี้ถูสูดลมหายใจอย่างตกใจ เขาจินตนาการได้ทันทีว่าทหารที่ใส่เกราะ หากโดนปืนนี้ยิงเข้าไปจะมีสภาพเช่นไร
หลี่ชูเหิงก็อดชมไม่ได้ “ปืนดีจริงๆ ดีกว่าปืนที่ข้าเคยเห็นในกองอาวุธไฟของทางการมากนัก”