- หน้าแรก
- จอมโจรบัลลังก์โลหิต
- บทที่ 2 โอกาสที่มาถึงโดยไม่คาดฝัน
บทที่ 2 โอกาสที่มาถึงโดยไม่คาดฝัน
บทที่ 2 โอกาสที่มาถึงโดยไม่คาดฝัน
“หัวหน้าหม่า ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วยเถอะ!” เจิ้งต้าชิวเมื่อเห็นบุรุษบนหลังม้า ก็ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือทันที
บุรุษบนหลังม้าผู้นั้นคือหม่าอวิ๋นจิ่ว เขากวาดสายตามองฉากตรงหน้า ก่อนเอ่ยเสียงเย็นว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
ยังไม่ทันให้หลิวเหิงเอ่ยปาก เจิ้งต้าชิวก็รีบตอบด้วยสีหน้าร้อนรน “เขาจะฆ่าข้า หัวหน้าหม่า รีบช่วยข้าเร็ว!”
หม่าอวิ๋นจิ่วนั้นเดิมเป็นคนจากแคว้นเหลียวตง ย่อมรู้จักหลิวเหิงดี เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “พี่หลิวเหิง พวกเจ้าทั้งสองก็พวกเดียวกัน จะทะเลาะกันไปไย ข้าว่าปล่อยคนเสียก่อนเถอะ ตอนนี้ สืออวิ๋นหู่ยังรอพบเขาอยู่เลย”
เมื่อเห็นหม่าอวิ๋นจิ่วมาถึง หลิวเหิงก็รู้ทันทีว่าความขัดแย้งระหว่างเขากับเจิ้งต้าชิวต้องหยุดไว้แต่เพียงเท่านี้แล้ว อีกฝ่ายย่อมไม่ปล่อยให้เขาลงมือกับเจิ้งต้าชิว อีกทั้งคำกล่าวถึง สืออวิ๋นหู่ก็ถือเป็นคำเตือนกลายๆ
“ไหนๆ พี่หม่าก็เอ่ยปากแล้ว เห็นแก่หน้าท่าน ข้าจะยอมปล่อยมันไปสักครั้ง ไสหัวไปซะ!” หลิวเหิงตอบอย่างไม่ยี่หระ พลางผลักเจิ้งต้าชิวออกจากอ้อมแขน
เจิ้งต้าชิวล้มเซถลาไปข้างหน้า โชคดีที่มีสองโจรเข้ามาพยุงไว้ได้ทัน
ทันทีที่ยืนทรงตัวได้ เจิ้งต้าชิวก็เปลี่ยนสีหน้า ชี้มาทางหลิวเหิงพร้อมตะโกนสั่งลูกน้อง “จับมันให้ข้า วันนี้ข้าจะฆ่ามันให้ได้!”
“พอได้แล้ว!” หม่าอวิ๋นจิ่วสีหน้าดุดันขึ้น เสียงเย็นยะเยือก “หากเรื่องนี้ไปขัดคำสั่งของสืออวิ๋นหู่ เจ้าจะมีสิบหัวก็ไม่พอให้ตัด รีบไปพบเขาเดี๋ยวนี้!”
กล่าวจบ หม่าอวิ๋นจิ่วก็หันหัวม้า ควบออกไปทันที
เจิ้งต้าชิวเห็นดังนั้นก็หันมาจ้องหลิวเหิงเขม็ง “รอให้ข้ากลับมาก่อน เรื่องนี้ยังไม่จบแน่!”
พูดจบ เขาก็พาคนของตนเดินออกจากค่ายหลังด้วยสีหน้าโกรธแค้น
“ที่แท้ข่าวลือก็เป็นจริงเสียด้วย” หยางหยวนมองตามเจิ้งต้าชิวกับหม่าอวิ๋นจิ่วไปพลางพึมพำ
“ข่าวลืออะไรกัน?” หลิวเหิงได้ยินก็ถามขึ้น
หยางหยวนตอบว่า “ข้าได้ยินคนในค่ายแอบพูดกันว่า เจิ้งต้าชิวกำลังจะได้รับความไว้วางใจจากสืออวิ๋นหู่ จะถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าค่ายหลัง ตอนนี้หัวหน้าหม่ายังมารับตัวเขาไปด้วยตัวเอง ดูท่าคงจะจริงเสียแล้ว”
ได้ยินดังนั้น สีหน้าหลิวเหิงพลันแข็งค้าง ไม่คิดว่าระหว่างวันที่เขายังสับสนกับโลกใหม่นี้ จะเกิดเรื่องสำคัญเช่นนี้ขึ้น
ในความทรงจำของเขา กองทัพโจรเร่ร่อนมีกองหลักเพียงห้ากอง ยกเว้นกองกลางที่อยู่ใต้บัญชาของสืออวิ๋นหู่แล้ว ยังมีกองย่อยอีกสี่ พร้อมหัวหน้ากองสี่คน แต่ละคนล้วนเป็นผู้นำสำคัญที่สุดในกองทัพ
หากเจิ้งต้าชิวได้เป็นหัวหน้าค่ายหลัง นั่นย่อมไม่เป็นผลดีกับหลิวเหิง โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองเพิ่งบาดหมางกัน
“หัวหน้าหลิว ถ้าเจิ้งต้าชิวได้เป็นหัวหน้า ข้ากลัวว่าเขาคงไม่ปล่อยท่านไว้แน่ ดูท่าเราน่าจะหนีไปหลบก่อนจะดีกว่า” หยางหยวนกล่าวอย่างกังวล
“แล้วจะหนีไปที่ไหนกันได้?” หลิวเหิงขมวดคิ้วแน่น
เขารู้ว่าหยางหยวนพูดมีเหตุผล ที่นี่ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ หากถูกจับเมื่อไร ก็เหมือนปลากลางเขียง เจิ้งต้าชิวจะลงมือเช่นไรก็ได้
“หัวหน้าหลี่ หัวหน้าค่ายเกาทัณฑ์ เป็นคนบ้านเดียวกับท่านนะ” หยางหยวนกล่าว “ถ้าเราหลบไปอยู่ที่ค่ายเกาทัณฑ์ล่ะก็ แม้เจิ้งต้าชิวจะใหญ่โตเพียงใด ก็ไม่กล้าแตะท่านแน่”
คำเตือนนี้ทำให้หลิวเหิงนึกขึ้นได้ว่า ฝั่งค่ายเกาทัณฑ์ยังมีคนบ้านเดียวกับเขาอีกสองคน หนึ่งในนั้นเป็นหัวหน้าหมู่ ส่วนอีกคนสำคัญกว่า เป็นถึงหัวหน้ากอง
หากได้สองคนนั้นคุ้มครอง แม้เจิ้งต้าชิวจะมีอำนาจเพียงใด ก็ไม่กล้ารุกล้ำเขตของค่ายเกาทัณฑ์ ถึงตอนนั้นเขาก็สามารถถอนตัวจากกองโจร และมุ่งหน้าลงใต้ไปมาเก๊า แม้ในอนาคตต่อให้ถูกแมนจูบุกก็ยากจะมาถึงตัวเขา หากไม่ไหวจริงๆ ก็ยังสามารถหนีไปต่างแดนได้
คิดถึงตรงนี้ หลิวเหิงจึงกล่าว “ไปค่ายเกาทัณฑ์กันเถอะ!”
หยางหยวนคว้าทวนไม้คู่ใจ แล้วเดินตามหลิวเหิงออกจากค่ายหลัง
ค่ายเกาทัณฑ์ตั้งอยู่ทางปีกซ้ายของกองทัพหลัก ห่างจากค่ายหลังเพียงไม่ถึงสองลี้ ทั้งสองเดินทางมาทันก่อนฟ้าจะมืดสนิท
ตลอดทางไม่มีใครขวาง พวกเขามุ่งตรงมายังกระโจมใหญ่ของค่ายเกาทัณฑ์
ยังไม่ทันเข้าไป กระโจมก็ถูกเปิดออกจากด้านใน มีผู้หนึ่งกำลังจะเดินออกมา
“พี่รอง?” เมื่อเห็นหน้าคนผู้นั้น หลิวเหิงก็เผลอเอ่ยด้วยความคุ้นเคย
ชายผู้นั้นเห็นหลิวเหิงก็แสดงท่าทางยินดี เดินเข้ามาตบไหล่แล้วหัวเราะร่า “ฮ่าๆ มาพอดีเลย พี่ใหญ่ชูเหิงกำลังให้ข้าไปตามเจ้าพอดี รีบเข้ามาเถอะ!”
หลิวเหิงถูกลากเข้าไปในกระโจม
“พี่ใหญ่ น้องสามหลิวเหิงของพวกเรามาแล้ว!” เฉินเสวียนผิงร้องเรียกเสียงดัง
“ดูท่ากลิ่นหอมคงโชยมาถึงน้องสามแล้ว จึงรีบตามกลิ่นมาหา ฮ่าๆ” หลี่ชูเหิงหัวเราะร่า เดินออกมาต้อนรับจากหลังโต๊ะเตี้ย
หลิวเหิงพึ่งสังเกตเห็นว่า บนโต๊ะไม้เตี้ยๆ มีอ่างไม้ใบหนึ่ง วางเนื้อสีคล้ำส่งกลิ่นหอมฉุยชวนให้น้ำลายสอ
หลังไม่ได้แตะเนื้อสัตว์มานาน เขากลืนน้ำลายอย่างห้ามใจไม่อยู่
หลี่ชูเหิงหัวเราะ “อย่ายืนอยู่เลย ของทั้งหมดนี้เก็บไว้ให้เจ้า รีบมานั่งกิน!”
เฉินเสวียนผิงกล่าวเสริม “ช่วงนี้แต่ละค่ายขาดแคลนอาหาร ข้าจึงพาทัพเกาทัณฑ์ออกล่า วันนี้โชคดีนัก เจอหมูป่าตัวใหญ่ไม่ถึงครึ่งวัน พวกเราจึงได้กินของดีคืนนี้”
หลิวเหิงไม่เกรงใจ รีบนั่งลงหลังโต๊ะ แบ่งให้หยางหยวน แล้วจับซี่โครงหมูมากินอย่างเอร็ดอร่อย
กินไปสามชิ้นจึงวางกระดูกลง เอ่ยถามว่า “พี่ชูเหิง ตอนข้ามา พี่รองบอกว่าท่านกำลังจะไปหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ?”
หลี่ชูเหิงพยักหน้าเล็กน้อย “อืม มีเรื่องหนึ่งที่ต้องให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจ”
“เรื่องอะไรหรือ?” หลิวเหิงเลียน้ำมันที่ติดนิ้ว รู้สึกว่าเนื้อหมูในยามนี้ช่างอร่อยยิ่งนัก
หลี่ชูเหิงกล่าว “หลังจากศึกหมู่บ้านหวัง หัวหน้าค่ายหลังถูกฆ่าตาย ตำแหน่งจึงว่างมาครึ่งเดือน ข้าตั้งใจให้เจ้าไปแย่งชิงตำแหน่งนี้”
หลิวเหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้าได้ยินว่ามีตัวเลือกแล้วมิใช่หรือ? อีกคนหนึ่งในค่ายหลัง เจิ้งต้าชิวกำลังจะได้รับตำแหน่ง ข้าพึ่งเห็นเขาถูกหม่าอวิ๋นจิ่วมารับตัวไป”
“เดิมทีก็เป็นเช่นนั้น” หลี่ชูเหิงกล่าว “แต่หัวหน้าค่ายซ้ายและขวาไม่เห็นชอบ เขาจึงยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง”
หลิวเหิงสงสัย “แล้วค่ายซ้ายกับขวามีตัวเลือกอื่นอีกหรือ? ข้าจำได้ว่ามีกฎไว้ว่า ตำแหน่งหัวหน้าค่ายต้องเลือกจากคนในค่ายตนนะ”
“คนที่เขาสองคนเลือก ก็ยังเป็นคนจากค่ายหลังเช่นกัน” พลางจ้องหลิวเหิงด้วยสายตาประหลาด
“หมายความว่าไง?” หลิวเหิงชี้ตัวเอง “หรือว่าจะเป็นข้า?”
หลี่ชูเหิงพยักหน้า “ใช่แล้ว พวกเขาเลือกเจ้าจริงๆ”
“ไม่มีทาง ข้าแทบไม่รู้จักพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ถ้าจะเลือกก็ควรเป็นพวกที่พวกเขาไว้ใจมากกว่าไม่ใช่หรือ?” หลิวเหิงขมวดคิ้วหนัก ความทรงจำของร่างเดิมนั้นแทบไม่เคยข้องเกี่ยวกับหัวหน้าค่ายซ้ายและขวาเลย
“อย่างไรเสีย นี่ก็ถือว่าเป็นโอกาสดี” หลี่ชูเหิงกล่าว “ข้าหวังว่าเจ้าจะกล้าสู้เพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าค่ายนี้”
หลิวเหิงขมวดคิ้วแน่น นิ่งคิดคำไม่ออก