เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 205 เจตนาแท้จริงแห่งคัมภีร์เทพสังหาร

บทที่ 205 เจตนาแท้จริงแห่งคัมภีร์เทพสังหาร

บทที่ 205 เจตนาแท้จริงแห่งคัมภีร์เทพสังหาร


เมื่อเห็นเจ้าหมาน้อยแสดงสีหน้าตื่นเต้นสุดขีดเช่นนั้น โม่หยางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ ราวกับตัวเองกำลังเกิดภาพหลอนขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“เจ้าหนู เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อ? ถึงพี่ชายอย่างข้าจะสนับสนุนเต็มร้อยให้เจ้าชิงภรรยาของเจ้าคืนมา แต่ก็อย่าผลีผลามเกินไปนัก เจ้าหมาน้อยผู้นี้ถูกผนึกไว้หลายร้อยปี เพิ่งจะได้ออกมาชมทิวทัศน์ในโลกมนุษย์ ยังไม่อยากถูกฝังไปง่ายๆ หรอกนะ!”

โม่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ปัจจัยสำคัญที่สุดคือมู่เซียว ทางที่ดีที่สุดก็คือฆ่ามู่เซียวเสีย การแต่งงานครั้งนี้ก็ต้องยกเลิกเอง!”

“ปัญหาก็คือจะฆ่าอย่างไร เมื่อก่อนอาจยังพอมีโอกาส แต่ตอนนี้เจ้ากลับใช้หอจักรพรรดิดาราไม่ได้ แถมสกุลมู่ยังมีบรรพบุรุษอีกคน พวกนั้นย่อมระวังตัวเจ้าลอบทำร้ายแน่นอน!” เจ้าหมาน้อยเองก็รู้สึกลำบากใจ

โม่หยางถอนหายใจเบาๆ เขารู้เรื่องนี้ดี จึงกล่าวต่อว่า “หลายวันนี้เจ้าก็ลองออกไปสืบข่าวจากภายนอกดู เราต้องจับตาดูสถานการณ์ให้ดีเสียก่อน ว่าการแต่งงานถูกกำหนดไว้วันไหนกันแน่”

“การจะกลับไปฆ่าคนที่เมืองมู่หวังอีกครั้งคงเป็นไปไม่ได้ ต้องรอให้มู่เซียวออกมาข้างนอกด้วยตัวเองเสียก่อน ข้าเริ่มเข้าใจในม้วนอักษรแปรแล้วบ้าง หากข้าฝึกสำเร็จ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ตนเองได้ เมื่อถึงเวลานั้นอาจสามารถสังหารมันได้โดยที่มันไม่ทันระวัง”

“เจ้าหนู เรื่องสืบข่าวนี่ไว้ใจข้าได้เลย เจ้าหมาน้อยจะจัดการให้เจ้าอย่างเรียบร้อยแน่นอน!” เจ้าหมาน้อยพูดจบก็พุ่งออกทางหน้าต่าง หายไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนโม่หยางก็เข้าสู่หอจักรพรรดิดารา ขณะนี้ภายนอกเกิดเหตุการณ์วุ่นวายมากมาย ในเมื่อมีการเสนอแต่งงานในเวลานี้ งานแต่งคงถูกจัดขึ้นในอีกไม่นาน

เขาจำเป็นต้องทะลวงเข้าสู่ขั้นเหนือสามัญโดยเร็ว เพราะเมื่อบรรลุขั้นเหนือสามัญแล้ว พลังการต่อสู้ของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ในโลกบ่มเพาะนั้น กล่าวกันว่าขั้นเหนือสามัญคือเส้นแบ่งระหว่างผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดากับเซียน การเข้าสู่ขั้นเหนือสามัญในแง่หนึ่งก็คือหลุดพ้นจากขอบเขตพลังของมนุษย์ธรรมดาแล้ว

ภายในชั้นที่สามของหอจักรพรรดิดารา ต้นไม้เทพแห่งสวรรค์ตั้งตระหง่านอยู่กลางหอ กิ่งก้านที่เก่าแก่ไม่รู้ผ่านกาลเวลามานานแค่ไหน ตอนนี้มีผลวิญญาณหลายลูกโตเท่ากำปั้น แม้ยังไม่สุกเต็มที่ แต่เริ่มส่งกลิ่นหอมจางๆ ออกมาแล้ว

โม่หยางนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้เทพ มีม้วนหนังสือเก่าๆ เล่มหนึ่งวางเปิดอยู่บนตัก นี่คือคัมภีร์เทพสังหาร ซึ่งแก่นแท้ของวิชากระบี่นี้อยู่ที่การเข้าใจในเจตนาแห่งกระบี่

โม่หยางตั้งใจศึกษาอย่างละเอียด ผ่านไปไม่นานเหงื่อเม็ดเล็กๆ ก็ซึมออกมาบนหน้าผาก ตัวอักษรที่ดูคล้ายยุ่งเหยิงเหล่านั้น กลับค่อยๆ กลายเป็นพลังของกระบี่ที่สาดส่องไปทั่วโดยไม่รู้ตัว ในชั้นสามนี้จึงเต็มไปด้วยพลังคมกล้า

“ใช้พลังปราณเร่งเร้า รวบรวมเจตนากระบี่ที่ไร้รูปด้วยจิตใจอันแน่วแน่ไร้ผู้ต้านเท่านั้น จึงจะปลดปล่อยความคมกล้าออกมาได้เต็มที่ ถึงขั้นไร้สิ่งใดขวางกั้น ภูตผีขวางหน้าก็สังหารภูตผี เทพขวางหน้าก็เข่นฆ่าเทพ… นี่คงเป็นเจตนาแท้จริงของเคล็ดกระบี่นี้สินะ?” โม่หยางพึมพำเบาๆ

นับตั้งแต่ศิษย์พี่หญิงหกมอบเคล็ดกระบี่นี้ให้เขา เขาใช้เวลานานในการศึกษาแต่ก็ได้แค่รูปแบบภายนอก เวลาใช้จริงกลับไร้ประสิทธิภาพราวกับไร้ค่า

ครั้งนี้เขาสงบจิตใจลงได้ และรู้สึกว่าตนเองขาดซึ่งความแน่วแน่ เหมือนกระบี่ที่ไร้ความแหลมคม เพราะนับตั้งแต่เขาเข้ามาดินแดนตอนกลาง เมื่อต้องเผชิญหน้าศัตรูที่แข็งแกร่ง เขามักเลือกที่จะหลบหนีโดยไม่รู้ตัว ทำให้สูญเสียความเด็ดขาดและคมกล้าไป

อีกทั้งเขายังผ่านการฆ่าฟันจริงๆ มาน้อยเกินไป ทำให้ขาดจิตสังหารที่เป็นแก่นแท้ จึงไม่อาจเข้าใจเคล็ดกระบี่นี้ได้สำเร็จเสียที

ตอนนี้เมื่อเขาเริ่มเข้าใจ มือทั้งสองของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัว พลังของกระบี่ไหลเวียนออกจากปลายนิ้วราวคลื่นน้ำ ในชั่วพริบตา ชั้นที่สามของหอจักรพรรดิดาราก็เต็มไปด้วยพลังแห่งกระบี่ ราวกับมีกระบี่ไร้รูปร่างหลายสิบเล่มลอยวนอยู่

ต้นไม้เทพแห่งสวรรค์ส่งเสียงสั่นสะเทือน ใบไม้สีเขียวร่วงกราวตกลงมารอบตัวเขา

โม่หยางสะดุ้งตื่นขึ้นทันที เมื่อเขาลืมตาขึ้น พลังของกระบี่รอบตัวก็พลันสลายไป

“ข้าเข้าใจแล้ว!” โม่หยางใช้นิ้วสองนิ้วคีบใบไม้ที่ร่วงหล่นมาหนึ่งใบ ก่อนจะปล่อยพลังปราณกระบี่ออกจากปลายนิ้ว ใบไม้นั้นก็พลันสลายเป็นเถ้าผงทันที

โม่หยางตกใจ รีบตรวจสอบพลังในร่าง พบว่าพลังยุทธ์ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว จากขั้นราชันยุทธ์ระดับสามที่เพิ่งทะลวงมาไม่นาน เวลานี้กลับเข้าใกล้ระดับสูงสุดของขั้นราชันยุทธ์ระดับสามแล้ว

หลายวันต่อมา เจ้าหมาน้อยที่ออกไปสืบข่าว กลับได้ยินเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับโม่หยางแทน

ที่โรงเตี๊ยม โม่หยางสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อได้รู้ว่าสกุลมู่สืบรู้ว่าเขาเคยฝึกอยู่ที่สำนักเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อหลิงซวี และประกาศว่าจะกวาดล้างสำนักนั้น

“พวกมันจงใจทำให้ข้าไขว้เขว หวังเบี่ยงเบนความสนใจข้าเพื่อไม่ให้ข้ามีโอกาสลอบโจมตีพวกมัน!” โม่หยางกล่าวด้วยสีหน้าดุดัน

แม้เขาจะไม่ได้ผูกพันกับหลิงซวีมากนัก แต่เขาก็เติบโตที่นั่นถึงสิบปี ทั้งยังมีอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้วอยู่ที่นั่นด้วย เขาจึงไม่ต้องการให้สำนักนั้นถูกทำลายเพราะเขา

“ได้ยินว่าสกุลมู่ส่งยอดฝีมือหลายคนไปแล้ว!” เจ้าหมาน้อยกล่าว

“เราต้องกลับไปที่หลิงซวีสักครั้ง ถ้าไม่ไปสำนักคงถูกลบหายไปจากแผ่นดินแน่!” โม่หยางลุกขึ้นยืนทันที

“แต่พวกมันอาจใช้กลลวงให้เจ้าออกไปจากดินแดนตอนกลางนะ!” เจ้าหมาน้อยเตือน

“ถ้าเช่นนั้นก็ไปเร็วกลับเร็ว ใช้ค่ายกลส่งตัว ไม่พักกลางทางก็เสียเวลาไม่นาน!” โม่หยางตัดสินใจทันที

“เจ้าหนู เจ้าจะไปเมื่อไหร่?”

“เดี๋ยวนี้!”

จบบทที่ บทที่ 205 เจตนาแท้จริงแห่งคัมภีร์เทพสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว