เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 199 หัวใจของหอจักรพรรดิดารา

บทที่ 199 หัวใจของหอจักรพรรดิดารา

บทที่ 199 หัวใจของหอจักรพรรดิดารา


โม่หยางยังคงจมอยู่ในความรู้สึกสับสนไม่คลาย หอศิลาที่ซุกซ่อนอยู่ในตันเถียนของเขามาตลอดนั้น เขาเองยังไม่แน่ใจว่ามันเข้าไปอยู่ในร่างกายของเขาตั้งแต่เมื่อใดแล้ว หรือว่าภายในหอศิลาแห่งนี้ จะมีสุสานซุกซ่อนอยู่จริงๆ?

เพียงคิดถึงความเป็นไปได้นั้น หนังศีรษะของเขาก็เย็นเยียบขึ้นมาทันที

เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงอีกความเป็นไปได้หนึ่ง เพราะนี่คือหอจักรพรรดิดารา ไม่มีข้อสงสัยว่าสิ่งนี้ถูกหลอมขึ้นโดยจักรพรรดิดาราเอง การที่ภายในจะมีสุสานปรากฏขึ้น ก็มีความเป็นไปได้สูงว่านั่นอาจเป็นสุสานของจักรพรรดิดาราเอง

ท้ายที่สุดแล้ว สมบัติล้ำค่าระดับจักรพรรดิ ย่อมไม่มีทางเก็บซากศพของผู้อื่นไว้ได้ตามปกติ

โม่หยางนึกย้อนถึงคำพูดของเจ้าหมาน้อยในอดีตว่า จักรพรรดิดาราคือผู้ปกครองดินแดนดารา และมีความเกี่ยวพันกับเขาอย่างลึกซึ้ง เขาเคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าจักรพรรดิดารานั้น อาจมีสายเลือดเดียวกันกับเขา

ความคิดของเขาเต็มไปด้วยความสับสน และเมื่อเห็นแท่นศิลาแตกหักที่อยู่ภายในหอศิลา ยิ่งทำให้ความสงสัยและคาดเดานับไม่ถ้วนถาโถมเข้าใส่หัวใจของเขา

แท่นศิลานั้นพังทลายอย่างหนัก ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะกาลเวลาหรือเพราะฝีมือผู้ใด เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น แต่กลับเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาอันยาวนาน สะท้อนถึงความทรงพลังที่น่าหวาดเกรง

โม่หยางค่อยๆ ระงับความคิดฟุ้งซ่าน แม้ว่าทุกอย่างจะเป็นดั่งที่เขาคาดไว้ก็ตาม แต่สิ่งนั้นก็คือความจริง เขาทำได้เพียงยอมรับ

หากแท่นศิลานี้เป็นสุสานของจักรพรรดิดาราจริง และหากความเกี่ยวพันระหว่างจักรพรรดิดารากับเขาเป็นดั่งที่คาดไว้ อย่างน้อยที่สุด เขาก็อาจจะได้พบญาติคนหนึ่งแล้ว

เขาก้าวไปทีละก้าวเข้าใกล้แท่นศิลา แม้มันจะหักไปแล้ว แต่ส่วนที่เหลือก็ยังสูงถึงสี่ถึงห้าจั้ง มองเห็นได้ชัดเจนถึงร่องรอยของอาวุธอันแหลมคมที่เคยประทับลงบนนั้น

ทว่าหลังจากสำรวจดูโดยรอบ เขากลับไม่พบสิ่งใดเลยนอกจากแท่นศิลา ไม่ปรากฏแม้แต่โลงศพหรือเนินดิน สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกโล่งใจอยู่บ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความสงสัยให้มากขึ้นเป็นทวีคูณ

“มีแค่แท่นศิลาชิ้นเดียวเช่นนี้ เหตุใดจึงต้องครอบครองพื้นที่หนึ่งชั้นของหอศิลา?” เขาพึมพำ

โม่หยางยืนอยู่หน้าแท่นศิลา ยื่นมือออกไปลูบเบาๆ ทว่าทันใดนั้น เขากลับรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด จิตใจสั่นไหว จนต้องรีบถอยหลังออกมาหลายก้าว

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ร่างหนึ่งปรากฏอยู่หน้าแท่นหิน

และในพริบตาที่เห็นชายผู้นั้น โม่หยางก็ถึงกับยืนนิ่ง ความตกใจจนไม่อาจพรรณนาได้ถาโถมเข้าใส่

เพราะชายผู้นั้นดูเหมือนกับเศษเสี้ยวแห่งจิตที่เขาเคยเห็นในหอจักรพรรดิดาราครั้งแรก ราวกับเป็นคนเดียวกันไม่มีผิด

แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่านั้น คือการที่เขารับรู้ได้ถึงชีพจรของอีกฝ่าย ร่างนี้หาใช่เศษเสี้ยวแห่งจิต หากแต่เป็นคนมีชีวิตจริงๆ!

สมองของโม่หยางว่างเปล่าไปครู่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เพราะความตะลึงล้นเกิน

‘ไม่ใช่ว่าเหล่าจักรพรรดิไม่สามารถเป็นอมตะได้แล้วหรือ? เหตุใดจักรพรรดิดารายังมีชีวิตอยู่? เขาทำได้อย่างไรถึงสามารถหยุดยั้งการกัดกร่อนของกาลเวลาได้?’

คำถามนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในหัวของโม่หยาง เพราะสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ในเวลานี้ ได้ทำลายสามัญสำนึกลงอย่างสิ้นเชิง

“ข้ามิใช่จักรพรรดิดารา”

เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นโดยไม่ให้โม่หยางทันได้ตั้งสติ น้ำเสียงสงบนิ่งราวกับรับรู้ถึงทุกสิ่งที่อยู่ในใจของเขา

โม่หยางถึงกับตะลึง ‘ไม่ใช่จักรพรรดิดาราอย่างนั้นหรือ? หรือว่าเขาคิดผิดมาตลอด?’

หากไม่ใช่จักรพรรดิดารา แล้วชายผู้นี้เป็นใครกันแน่? เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิดาราอย่างไร? แล้วใครกันแน่ที่ฝังหอจักรพรรดิดาราไว้ในร่างเขา?

“ท่านผู้อาวุโส...ท่านเป็นใครกันแน่?” โม่หยางพยายามกลั้นความตื่นตระหนก ถามออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

ชายลึกลับมิได้ตอบกลับโดยตรง เพียงแค่หมุนตัวเดินวนรอบแท่นศิลาแล้วกล่าวว่า “เจ้าห้ามแตะต้องหินนี้เด็ดขาด!”

ก่อนที่โม่หยางจะได้เอ่ยอะไรอีก ชายลึกลับก็เงยหน้าขึ้น สายตาเย็นเยียบราวมองทะลุทุกสรรพสิ่ง จนจิตใจของโม่หยางสั่นสะท้าน

“อย่างน้อย...ตอนนี้ยังไม่ได้” เขากล่าวต่อ

โม่หยางรู้สึกเหมือนมีหมอกทึบในสมอง ถามออกไปโดยไม่ทันไตร่ตรองว่า “แล้วเมื่อใดจึงแตะต้องได้?”

ชายลึกลับตอบ “เมื่อเจ้าแข็งแกร่งพอ เมื่อผนึกในร่างเจ้าคลายหมดสิ้น!”

โม่หยางมองแท่นศิลา รู้สึกว่าแท่นนี้คงมิใช่ของธรรมดาแน่นอน แม้สัมผัสเบื้องต้นจะพบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แต่มันอาจมีความลับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่ตาเปล่ามองเห็น

แต่สิ่งที่เขาอยากรู้ยิ่งกว่านั้นคือ เหตุใดหอจักรพรรดิดาราจึงฝังอยู่ในร่างของเขา ใครกันที่ลงมือ และที่สำคัญที่สุด...เขาคือใครกันแน่?

โม่หยางข่มอารมณ์ตระหนก ถามด้วยความเคารพ “ท่านผู้อาวุโส...ข้ามีคำถามมากมาย ท่านย่อมล่วงรู้ได้ ขอท่านชี้แนะด้วย”

แม้เขาจะไม่เกรงกลัว แต่อยู่ต่อหน้าผู้ที่อาจมีพลังสั่นสะเทือนสวรรค์ได้เช่นนี้ เขาย่อมรู้สึกกดดัน

ชายลึกลับนิ่งไปครู่หนึ่ง คิ้วขมวดแน่นราวกำลังชั่งใจ

จากนั้นกล่าวเพียงว่า “ผู้ที่เจ้าเห็นในครั้งแรก มิใช่ข้า”

คำพูดนั้นทำให้โม่หยางยิ่งงุนงง เขาจำได้แม่นยำว่าหน้าตาของชายผู้นี้เหมือนกับเศษเสี้ยวแห่งจิตที่เคยพบครั้งแรกอย่างกับแกะ เหตุใดเขาจึงไม่ยอมรับ?

“แล้วท่านคือ...?” โม่หยางไม่กล้าคัดค้าน เพียงถามด้วยความเคารพ

“เจ้าหนู ข้าว่าเจ้าคงได้เจอกับวิญญาณแห่งหอนี้เข้าแล้วละ!”

เสียงของเจ้าหมาน้อยดังขึ้นจากทางด้านหลังของชั้นสี่ของหอ มันเดินเข้ามาด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ

“วิญญาณแห่งหอ?” โม่หยางตกใจ เงยหน้าขึ้นมองร่างนั้นอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เจ้าหมาน้อยกล่าวต่อ “หอนี้เสียหายหนักมาก ถึงแม้จะมีแปดชั้นดูเหมือนสมบูรณ์ แต่ความจริงคือหอจักรพรรดิถูกตัดขาดไปบางส่วน ย่อมต้องผ่านศึกที่เกินจะจินตนาการได้ และหากอาวุธเสียหาย วิญญาณอาวุธก็ย่อมได้รับผลกระทบ ตอนนี้มันยังไม่ฟื้นเต็มที่กระมัง”

โม่หยางถอนใจยาวโล่งอกเล็กน้อย ที่แท้สิ่งที่เขาเห็นคือ วิญญาณแห่งหอ หรือวิญญาณแห่งหอจักรพรรดิ ไม่ใช่จักรพรรดิดาราตัวจริง

มิน่าเล่าจึงมีใบหน้าเหมือนกับภาพในความทรงจำราวกับแกะ

จบบทที่ บทที่ 199 หัวใจของหอจักรพรรดิดารา

คัดลอกลิงก์แล้ว