เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 126 เจ้าหมาบ๊อง

บทที่ 126 เจ้าหมาบ๊อง

บทที่ 126 เจ้าหมาบ๊อง


ในมือของหลัวชวนปรากฏม้วนภาพวาดหนึ่งขึ้น ม้วนภาพดูเก่าแก่และชำรุดอย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่แลไปหนึ่งคราก็สามารถรู้ได้ทันทีว่ามันมีอายุนับพันปี พื้นผิวของมันเหลืองซีด แถมยังเต็มไปด้วยคราบรอยกาลเวลา

เจ้าหมาน้อยเมื่อเห็นหลัวชวน ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเล็กน้อย

เพราะชื่อของศิษย์พี่ห้าสำนักหยางสวรรค์ผู้นี้ มันได้ยินจากโม่หยางมาหลายครา ในน้ำเสียงของโม่หยาง ผู้นี้คืออัจฉริยะผู้ล้ำเลิศ หัวดื้อ เจ้าเล่ห์ มีนิสัยแปลกแยกจากสามัญชน

ที่สำคัญคือพลังแข็งแกร่งอย่างล้ำลึก ครั้งหนึ่งยังสามารถต้านรับผู้อาวุโสจากสกุลมู่ได้ถึงสองคนพร้อมกันนอกดินแดนลับมหาพิภพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปกติไม่อาจกระทำได้เลย

‘เขาต้องเดินบนเส้นทางขั้นเหนือสามัญมาไกลมากแล้วแน่แท้’

ที่มันตกใจกว่าคือ หลัวชวนผู้นี้ยังดูอายุน้อยกว่าที่คาดไว้มากนัก ดูแล้วคล้ายจะอายุมากกว่าโม่หยางแค่สองถึงสามปีเท่านั้น ทว่าพลังที่แผ่ออกมากลับมิด้อยไปกว่าเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงวัย

เมื่อชายวัยกลางคนแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนเห็นภาพวาดในมือหลัวชวนก็หรี่ตาลงทันที สีหน้าเริ่มไม่คงที่

‘ชายหนุ่มผู้นี้โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ต้องมีเบื้องหลังแน่นอน’

ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายสามารถทะลวงเข้ามาในพื้นที่ที่ถูกปิดผนึกโดยคีรีสมุทรอันรุ่งโรจน์ได้โดยตรง เขาก็ไม่อาจมองข้ามได้เลย

หลัวชวนคลี่ม้วนภาพออกช้าๆ แม้ม้วนภาพจะดูเปราะบางราวกับจะขาดได้เพียงลมโชย ทว่าเมื่อภาพคลี่ออก พื้นที่ที่ถูกปิดผนึกก็พลันราวกับฟองสบู่แตกสลาย

ภายในภาพวาดที่ชำรุดนั้นมองเห็นลวดลายภูเขาแม่น้ำ แม้สีซีดเก่าแก่ แต่ทันทีที่คลี่ออก ก็เกิดแสงเรืองรองสาดส่องออกมาเป็นสายๆ ทว่าพลังเหล่านั้นกลับไม่แตะต้องโม่หยางและเจ้าหมาน้อยเลยแม้แต่น้อย กลับสาดตรงใส่ชายวัยกลางคนอย่างจัง

ใบหน้าของชายผู้นั้นแปรเปลี่ยนทันที เขาจ้องหลัวชวนด้วยความเคร่งเครียด “ถ้าข้าเดาไม่ผิด คนที่ขัดขวางสกุลมู่ที่ดินแดนลับมหาพิภพเมื่อคราวก่อนก็คือเจ้าใช่หรือไม่?”

“เจ้าเป็นใครกันแน่!? คีรีสมุทรอันรุ่งโรจน์ถึงได้มาอยู่ในมือของเจ้า!”

ในฐานะผู้อาวุโสแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน เขาย่อมรู้ดีว่าอัจฉริยะวัยเยาว์ในยุคนี้มีใครบ้าง ชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ต้องเป็นลูกหลานของสำนักใหญ่อันดับต้นๆ ที่มีพลังแฝงเร้น

และที่สำคัญ เขาเรียกโม่หยางว่าศิษย์น้องเล็ก แสดงว่าออกมาจากสำนักเดียวกัน

เขาเหลือบตามองไปที่โม่หยางอีกครั้ง ‘เด็กคนนี้มีภูมิหลังอะไรกันแน่? ถึงสามารถพกสมบัติจักรพรรดิไว้กับตัวได้…หากไม่ใช่เพราะสำนักที่หนุนหลังแข็งแกร่งล่ะก็ สมบัติเช่นนั้นไม่มีวันตกอยู่ในมือของเขา’

‘ในดินแดนเสวียนเทียน สำนักที่มีพลังถึงขั้นนั้น…หาได้น้อยนัก แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ของข้าก็ยังไม่อาจเทียบได้’

หลัวชวนผู้มีนิสัยโอหัง ย่อมไม่สะทกสะท้านกับคำถามเหล่านั้น เขายืนลอยอยู่กลางอากาศ ยิ้มยั่วเย้า เอ่ยด้วยเสียงหัวเราะ “มิผิด ข้าคือคนที่ขัดสกุลมู่ไว้คราวก่อน แล้วอย่างไรเล่า? เจ้ามีปัญหาหรือ?”

“ส่วนเจ้าภาพวาดนี่…อาจารย์ข้าให้มาเล่น เจ้าเอาของปลอมออกมาอวด ข้าก็เลยเอาของจริงมาแสดง จะได้รู้ว่าของแท้มันเป็นเช่นไร ไม่มีอะไรมาก แค่เล่นเท่านั้น”

สีหน้ายิ้มของเขายิ่งดูเจ้าเล่ห์เข้าไปอีก

ชายวัยกลางคนสีหน้ายิ่งมืดครึ้ม ดวงตาหรี่แคบ จ้องหลัวชวนไม่วางตา ไม่เอ่ยอะไรออกมา ดูเหมือนจะพยายามเดาที่มาและตัวตนของอีกฝ่าย

โม่หยางเองก็ไม่แปลกใจนัก เพราะเขาเคยเห็นนิสัยศิษย์พี่ห้าผู้นี้มาบ้างแล้ว

เจ้าหมาน้อยหัวเราะร่าขึ้นมา “เจ้าหนู ข้านี่ล่ะชอบนิสัยเจ้าแต่แรกเห็นเลย! จัดการเจ้าแก่นั่นให้ตายไปเลยเร็วเข้า!”

หลัวชวนถึงกับพูดไม่ออก แม้เขาจะพูดจาโอหัง แต่ก็ไม่ประมาท ชายวัยกลางคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน แม้จะใช้คีรีสมุทรอันรุ่งโรจน์เต็มกำลัง ก็อาจทำได้แค่ช่วยโม่หยางหนีเท่านั้น

“ไม่ว่าสำนักของเจ้าจะเป็นที่ใด หากเจ้าคิดแทรกแซงเรื่องนี้ เช่นนั้นข้าก็จะสังหารเจ้าด้วย!” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างเย็นชา แววตากวาดมองโม่หยางและหลัวชวนด้วยจิตสังหาร

‘สำนักที่อยู่เบื้องหลังโม่หยางเกรงว่าคงเป็นยักษ์ใหญ่ที่แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนยังต้องเกรงใจ หากไม่ปิดปากสองคนนี้ ความลับอาจรั่วไหล เกิดหายนะใหญ่โตตามมา’

“หึ อยากลองก็เชิญ ลองดูว่าเจ้าจะฝังข้ากับน้องข้าไว้ที่นี่ได้หรือไม่!” แววตาของหลัวชวนแปรเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น

ขณะที่คำพูดจบลง ภาพวาดคีรีสมุทรอันรุ่งโรจน์ในมือเขาก็สาดแสงเจิดจ้า แสงสว่างรุนแรงสาดท่วมไปทั่วทิศ ครอบคลุมชายวัยกลางคนทันที

โม่หยางมองภาพตรงหน้า ดวงใจสั่นไหว ‘ชายคนนี้แข็งแกร่งถึงขั้นใด ข้าไม่รู้แน่ แต่ตอนที่ป้ายประกาศิตสำนักปล่อยพลังออกมา ยังทำได้แค่ทำร้ายเขาเท่านั้น มิอาจสังหารเขาได้ แสดงว่าเขาต้องอยู่ในขั้นเซียนยุทธ์อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้กลับถูกตรึงไว้เฉยๆ ’

แม้แต่เจ้าหมาน้อยก็อึ้ง ดวงตากลมโตแทบถลนออกจากเบ้า

ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ หลัวชวนก็มาปรากฏข้างกายโม่หยาง พร้อมตะโกน “ศิษย์น้องเล็ก รีบไป!”

โม่หยางยังไม่ทันตั้งตัว ร่างก็ถูกพลังหอบขึ้นบินทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

เขาหันกลับไปยังภาพวาดด้านหลังแล้วถามว่า “ศิษย์พี่ห้า แล้วภาพวาดนั่น ท่านไม่เอาคืนหรือ?”

“รีบไปเถอะ! นั่นเป็นของปลอม หรือก็คือศาสตราต้องห้าม ใช้ได้แค่ครั้งเดียว ข้าแค่เอามาหลอกมัน!” หลัวชวนกล่าวอย่างไม่ยี่หระ

ถ้อยคำนี้ทำเอาโม่หยางตกตะลึง ‘ศิษย์พี่ผู้นี้…ทั้งขี้โม้ ทั้งชอบวางมาด ข้าเข้าใจแจ่มชัดขึ้นอีกขั้นแล้ว’

“เฮ้ๆ ไม่เลว…แค่ดูจากฝีมืออวดเบ่งนี้ ข้าเจ้าหมาน้อยก็ยอมรับเจ้าเป็นน้องแล้ว! แต่ดูจากพลังของเจ้า ข้าคิดว่า ต่อให้สู้ไม่ชนะไอ้แก่จากแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน เจ้าก็คงไม่ถึงตายหรอกกระมัง?” เจ้าหมาน้อยเกาะบนบ่าโม่หยางแล้วพึมพำออกมา

“ไอ้หมาบ๊อง เจ้านี่โง่จริงๆ! เรื่องที่หนีได้ แล้วจะสู้ไปทำไม? แกล้งมันเล่นไม่สะใจกว่าหรือ?” หลัวชวนเหล่มองมันอย่างดูแคลน

“ไอ้เด็กเวร…นี่เจ้า…” เจ้าหมาน้อยถึงกับพูดไม่ออก ‘นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีคนด่าเราว่าหมาบ๊อง…ข้า…ข้าจะตอบโต้อย่างไรดี!?’

ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ไอ้แก่จากแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนก็ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด เพิ่งจะรู้ตัวว่าถูกหลอก

“ศิษย์พี่ เรากำลังไปหุบเขาราชาโอสถหรือ?” โม่หยางหันมองหุบเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก ถามออกมาอย่างอดไม่อยู่

หลัวชวนหันไปมองเล็กน้อย แล้วตอบด้วยรอยยิ้ม “เจ้าผู้นั้นบรรลุถึงขั้นเซียนยุทธ์ หากเราหนีไปทิศอื่น เขาก็ต้องตามทันแน่ แต่เขาคงไม่คาดคิดว่าเราจะกล้ากลับไปยังหุบเขาราชาโอสถอีก อีกทั้งที่นั่นเขาคงไม่กล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า และอีกอย่างศิษย์พี่หญิงหกของเจ้าก็อาจจะมาที่นั่นด้วย เราไปรอนางกันเถอะ!”

จบบทที่ บทที่ 126 เจ้าหมาบ๊อง

คัดลอกลิงก์แล้ว