เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 นี่มันเพศเมีย

บทที่ 71 นี่มันเพศเมีย

บทที่ 71 นี่มันเพศเมีย


ผู้อาวุโสเก้าหน้าถมึงทึงดำทะมึนยิ่งนัก พวกเขามาเพื่อตรวจสอบด้วยตาตนเอง ว่าระหว่างโม่หยางกับต้นไม้จักรพรรดินั้นมีความเกี่ยวข้องกันเช่นไร

สิ่งสำคัญที่สุดคือ เหล่าผู้อาวุโสต่างคาดการณ์ว่าระหว่างการฟื้นคืนของต้นไม้จักรพรรดิ อาจจะมีเคล็ดจักรพรรดิที่เคยสูญหายปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง หากสามารถเข้าใจสิ่งใดได้บ้าง แม้แต่สำหรับพวกเขาเองก็ถือเป็นโชควาสนาอันยิ่งใหญ่

“เจ้าหนู เจ้าสมองไปโดนอะไรมา หรือโดนลาเตะจนเพี้ยนไปแล้ว?”

ใบหน้าของผู้อาวุโสเก้าดำสนิทดั่งแผ่นกระทะไหม้

อวี้เหยามีท่าทีอึ้งเล็กน้อย แท้จริงแล้วสิ่งที่แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนให้ความสำคัญมิใช่ต้นไม้จักรพรรดิ หากแต่เป็นเคล็ดจักรพรรดิที่ถูกหลอมรวมไว้ในต้นไม้นั้น

อีกทั้งยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์ตลอดมามีเพียงธิดาศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่แต่ผู้เดียว ไม่เคยมีบุรุษใดขึ้นไปอาศัย แม้นางจะยินยอม แต่แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนก็คงไม่ยอม หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ย่อมต้องเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่รู้จบ

เรื่องนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับเคล็ดจักรพรรดิ ยังเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของธิดาศักดิ์สิทธิ์และเกียรติของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนโดยตรง

ผู้อาวุโสเก้ามองโม่หยางด้วยหางตาอย่างเย็นชา เขาไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าในหัวของบุรุษผู้นี้คิดอะไรอยู่ การกระทำช่างประหลาด ความคิดกลับตาลปัตรกับคนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

เช่นเดียวกับเมื่อครู่ เขาได้ลดตัวลงมาเสนอตัวจะรับโม่หยางเป็นศิษย์ ทว่ากลับถูกปฏิเสธตรงๆ เรื่องเช่นนี้หากแพร่ออกไป ใครจะเชื่อ?

และเช่นเดียวกับตอนนี้ เพียงแค่โม่หยางพยักหน้า ก็เท่ากับว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนจะติดหนี้เขาครั้งหนึ่ง โอกาสเช่นนี้สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ถือเป็นโชคชะตาที่หายาก ทว่าโม่หยางกลับยังเสนอเงื่อนไขท่าทีไม่เต็มใจยิ่งนัก

แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร บรรยากาศระหว่างสองฝ่ายเงียบงันน่าอึดอัด

“เจ้าหนู ฝันไปเถอะ!”

ผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสเก้ากล่าวเสียงหนักแน่นเด็ดขาด

“เช่นนั้นข้าถอยให้ก้าวหนึ่ง เว้นข้าไว้ นอกนั้นให้มีเพียงธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกท่านผู้เดียวได้หรือไม่?” โม่หยางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนกล่าว

อย่างไรเสีย อวี้เหยาย่อมรู้ความลับบางอย่างของเขาอยู่บ้างแล้ว

ผู้อาวุโสเก้ามองเขาด้วยสายตาไม่สู้ดี “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยค่ายกลป้องกัน ทั้งภูเขาถูกห่อหุ้มด้วยค่ายกลขนาดใหญ่ หากเกิดอะไรขึ้นที่นั่น พวกเขาย่อมไม่อาจรับรู้ได้เลย

ที่สำคัญคือ ชายหญิงอยู่กันตามลำพังบนยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์ เช่นนี้จะเหมาะสมหรือ?

โม่หยางกลับกล้ากล่าวเช่นนี้ต่อหน้าตน!

แม้เคยพบคนไร้ยางอาย แต่ยังไม่เคยพบคนไร้ยางอายหน้าด้านหน้าทนถึงเพียงนี้!

แม้โม่หยางจะมีพลังต่ำกว่าอวี้เหยาอยู่หลายขั้น หากคิดรังแกจริงก็คงยากสำเร็จ ทว่าผู้อาวุโสเก้ารู้ว่าโม่หยางมีความสามารถด้านโอสถไม่เลว หากใช้โอสถเข้าช่วย อวี้เหยาอาจตกหลุมพรางก็เป็นได้

อวี้เหยาเลิกคิ้วเล็กน้อย มองโม่หยางขึ้นลง แม้จะรู้ถึงนิสัยแปลกประหลาดของเขา ทว่าก็ไม่ใช่คนลามกต่ำทราม

อีกทั้งนางก็มั่นใจในตนเองเป็นอย่างยิ่ง เพียงด้านพลังยุทธ์ก็นำหน้าโม่หยางอยู่หลายขั้นแล้ว

นางนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า “ตกลง เช่นนั้นก็เป็นไปตามที่เจ้าว่าเถอะ”

ขอเพียงโม่หยางตกลงยอมช่วย อย่างอื่นล้วนรองลงไป เพราะหากเคล็ดจักรพรรดิในต้นไม้นั้นปรากฏขึ้นจริง ก็จะเป็นเรื่องใหญ่หลวงสำหรับทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน

ผู้อาวุโสเก้ามองธิดาศักดิ์สิทธิ์ของตน คิ้วขมวดแน่น ย่อมรู้ว่าอวี้เหยาคิดเช่นไร เพียงแต่รู้สึกว่าสิ่งนี้เสี่ยงเกินไป

หากเป็นคนอื่นคงไม่เป็นไร แต่โม่หยางนั้นแตกต่าง

บนตัวโม่หยางมีความลับมากมาย อีกทั้งอวี้เหยาเองก็เริ่มสนใจในตัวเขาอย่างเห็นได้ชัด นั่นแหละคือสิ่งที่เขากังวล

สำหรับหญิงสาวธรรมดา เรื่องนี้อาจไม่ใช่ปัญหา ทว่าอัจฉริยะสาวที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเช่นอวี้เหยา มักพ่ายแพ้ให้กับความอยากรู้เสมอ

หากให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันนานเข้า เกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นมาได้

เพราะในอดีต แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนเคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว เมื่อห้าร้อยปีก่อน ทายาทสำนักเต๋าได้ปรากฏตัวขึ้น พลังเต๋าอันลึกล้ำสร้างความฮือฮาไปทั่วแผ่นดิน ทว่าหลังจากเข้าไปในดินแดนลับไม่นาน ธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้เย็นชาสูงส่งก็ถูกพาตัวไปโดยเขา เรื่องนี้เกือบก่อให้เกิดศึกใหญ่ระหว่างแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนกับสำนักเต๋า

หลังออกจากเรือนรับรอง ผู้อาวุโสเก้าก็เงียบไม่กล่าวสิ่งใด

อวี้เหยากล่าวขึ้นว่า “ผู้อาวุโสเก้าไม่ต้องกังวล ข้ารู้ดีว่าควรทำอย่างไร ตอนนี้การฟื้นฟูของต้นไม้จักรพรรดิสำคัญที่สุด ข้าเพียงกังวลว่าผู้อาวุโสคนอื่นอาจไม่เห็นด้วย”

ผู้อาวุโสเก้าถอนหายใจเบาๆ ก่อนกล่าว “ช่างเถิด ผู้อาวุโสคนอื่นข้าจะไปจัดการเอง แต่เรื่องนี้ห้ามให้แพร่ออกไปเด็ดขาด!”

เขาสั่งกำชับอีกเล็กน้อย ก่อนจากไป

คืนนั้น โม่หยางก็ได้ติดตามอวี้เหยาไปยังยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์

“ธิดาศักดิ์สิทธิ์น้อย ไฉนเจ้าถึงไม่พูดอะไรเล่า?”

บนทางหินขึ้นเขา อวี้เหยาเดินนำหน้าอย่างเงียบงัน บรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วน โม่หยางจึงเอ่ยถาม

“เจ้าไม่เห็นหรือว่าคืนนี้ช่างงดงามนัก ทิวทัศน์เช่นนี้ เหมาะกับการพูดคุยใจต่อใจที่สุดแล้ว”

เห็นอวี้เหยายังคงเงียบไม่ปริปาก โม่หยางเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย ลอบบ่นในใจว่า ‘ให้ตายเถอะ นางช่างไม่รู้จักเรื่องรักใคร่เสียจริง’

“เจ้าจะพูดเรื่องอะไร?”

อวี้เหยายังเดินต่อไม่หยุด เพียงตอบโดยไม่หันมา น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับตัวนางในแสงจันทร์

“คืนแสนงดงามเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องคุยเรื่องความรักสิ!”

“แค่กๆ… เอ่อ… ข้าหมายถึงเรื่องมิตรภาพกับความรัก!”

คำพูดไหลลื่นออกมาโดยไม่ตั้งใจ โม่หยางรีบไอแก้เก้อก่อนจะรีบพูดกลบเกลื่อน

อวี้เหยาไม่ตอบเพียงเดินต่อไป เงาร่างของนางในแสงจันทร์ดูงดงามและแฝงไว้ด้วยความเดียวดายอย่างยากบรรยาย

“ว่าแต่ธิดาศักดิ์สิทธิ์น้อย เจ้าพอมีสหายบ้างไหม?”

“ผู้แข็งแกร่งไม่ต้องการสหาย!”

“แปลว่าเจ้าไม่มีสหายสินะ!”

“แล้วเจ้าชอบสิ่งใดเป็นพิเศษบ้างไหม?”

“ฝึกยุทธ์”

“ข้าหมายถึงนอกจากการฝึกยุทธ์…”

“ไม่มี…”

โม่หยางรู้สึกเบื่อเต็มที จึงเลิกซักถาม

จนกระทั่งทั้งสองขึ้นถึงยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์ ต่างก็ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก

“ว่าแต่ธิดาศักดิ์สิทธิ์น้อย คืนนี้ข้าจะนอนที่ใดดี?”

โม่หยางมองไปรอบลานเรือน ย่อมเห็นว่าที่นี่มีเพียงเรือนเดียว เนื่องจากตลอดมาก็มีเพียงธิดาศักดิ์สิทธิ์พักอยู่

อวี้เหยาได้ยินก็ชะงักเล็กน้อย หากต้นไม้จักรพรรดิจะฟื้นฟูจริง ก็ใช่ว่าจะเสร็จสิ้นในคืนเดียว

“ห้องนอนให้เจ้าก็แล้วกัน ข้าจะฝึกยุทธ์!”

อวี้เหยากลับมานิ่งสงบเช่นเดิม

เวลานั้นโม่หยางมาถึงต้นไม้แห้งต้นนั้นอีกครั้ง เขาเดินวนรอบต้นไม้อย่างพิจารณา

ต้นไม้จักรพรรดิที่นี่นั้น ดูเหมือนต้นไม้โบราณในหอจักรพรรดิดาราไม่มีผิด เพียงแค่ขนาดเล็กกว่า

“หรือว่า... หนึ่งต้นเป็นเพศผู้ อีกต้นเป็นเพศเมีย?”

โม่หยางพึมพำ สีหน้าครุ่นคิด อย่างไรแม้จะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน ก็คงไม่ควรมีปฏิกิริยาต่อกันเช่นนี้

อวี้เหยายืนอยู่ข้างๆ มองโม่หยางเดินวนไปวนมารอบต้นไม้แห้ง นางขมวดคิ้วก่อนถามว่า

“เจ้ามั่นใจหรือไม่?”

“อย่างพึ่งร้อนใจ ข้าต้องดูให้แน่ใจก่อน ว่าต้นนี้มันเพศเมียหรือเพศผู้!”

โม่หยางยังคงตรวจดูต้นไม้แห้ง ไม่วายลูบคลำกิ่งก้านอย่างละเอียด

“เดี๋ยวนะ… ตรงส่วนนี้มันคืออะไร? หรือว่าต้นนี้เป็นตัวเมียจริงๆ…”

อวี้เหยาหน้าแดงก่ำทันที ประโยคของโม่หยางนางได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ ใจพลันขุ่นเคืองขึ้นมา

รอยนั้นคือรอยที่เกิดจากการตัดกิ่งไม้ไปเพื่อหลอมเกาทัณฑ์เทวะพฤกษ์ในอดีต ทว่าด้วยถ้อยคำของโม่หยางที่ยังเอื้อมมือไปลูบคลำดู ทำให้นางแทบอดกลั้นอารมณ์ไม่อยู่!

จบบทที่ บทที่ 71 นี่มันเพศเมีย

คัดลอกลิงก์แล้ว