เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 69 ข้าสนใจธิดาศักดิ์สิทธิ์

บทที่ 69 ข้าสนใจธิดาศักดิ์สิทธิ์

บทที่ 69 ข้าสนใจธิดาศักดิ์สิทธิ์


อวี้เหยามีท่าทีจริงจัง เดินเข้าเรื่องตรงๆ โดยไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย

หากเป็นเมื่อไม่กี่วันก่อน โม่หยางคงไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เขาเพิ่งเห็นต้นไม้จักรพรรดิที่มีชีวิตในชั้นที่สามของหอจักรพรรดิดารา และมันมีลักษณะเหมือนกับต้นไม้ที่เขาเห็นบนยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน

เขาไม่อาจแน่ใจได้ว่าต้นไม้ทั้งสองต้นมีความเกี่ยวข้องกันเช่นไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานทำให้เขาแน่ใจว่า มีบางอย่างที่เชื่อมโยงทั้งสองไว้แน่นอน

และถ้าเรื่องนี้รั่วไหลออกไป ใครจะรู้ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนจะทำอะไรกับเขา?

แค่ต้นไม้ที่แห้งตายยังถูกบูชาเยี่ยงสมบัติล้ำค่า… แล้วต้นไม้จักรพรรดิที่ยังมีชีวิตล่ะ?

โม่หยางไม่ตอบในทันที แต่แสร้งทำหน้าไม่เข้าใจ พร้อมขมวดคิ้วจ้องอวี้เหยาด้วยท่าทีงุนงง

...แน่นอนว่าเขาตั้งใจแสดงให้ดูแบบนั้น

อวี้เหยามองเขาด้วยความหงุดหงิดนิดๆ นางรู้ว่าเขากำลังแกล้งโง่ แต่ก็จำต้องระงับอารมณ์เอาไว้ แล้วกล่าวอย่างสงบว่า

“เมื่อวาน เจ้าก็เห็นกับตา เพียงแค่เจ้าจับต้องต้นไม้จักรพรรดิ ใบไม้ก็ผลิขึ้นตามกิ่ง เกิดสัญญาณของการฟื้นคืน ข้าจึงอยากขอให้เจ้า”

“หยุดก่อนๆ!” โม่หยางรีบโบกมือ ตัดบทขึ้นทันที

“เมื่อวานเจ้าเองก็อยู่ด้วย ต้นไม้นั่นดูเหมือนจะตาย แต่ข้าบอกเลย มันแค่แกล้งตาย! มันดูดพลังหยางของข้า! ตั้งแต่กลับมา ร่างกายข้าอ่อนเพลียไปทั้งวัน แม้พักคืนหนึ่งก็ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ข้าไม่อยากแตะของแปลกพรรค์นี้อีกแล้ว!”

อวี้เหยาเงียบมองเขาครู่หนึ่ง แล้วกล่าวเรียบๆ

“เช่นนั้น เจ้าต้องการสิ่งใดจึงจะยอมช่วย? มีเงื่อนไขหรือไม่?”

โม่หยางรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่อาจยอมตกลงง่ายๆ มันอาจนำไปสู่การเปิดเผยความลับเกี่ยวกับหอจักรพรรดิดาราและตัวเขา

ถ้าเรื่องแพร่งพรายออกไป เหล่าผู้อาวุโสของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนอาจไม่ลังเลที่จะชิงหอจักรพรรดิดาราไปด้วยกำลัง

เขาคิดชั่วขณะ ก่อนเปลี่ยนสีหน้าหันไปมองอวี้เหยาขึ้นๆ ลงๆ แล้วยิ้มกริ่ม เดินวนรอบนางสองสามรอบ ก่อนเอ่ยเบาๆ ว่า

“เจ้าว่าจะยอมรับเงื่อนไขใดก็ได้จริงหรือ?”

อวี้เหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย ลังเลครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า

“ตราบใดที่เจ้าช่วยให้ต้นไม้จักรพรรดิฟื้นคืน แม้แต่เคล็ดวิชาอันดับหนึ่งของสำนัก ข้าก็สามารถมอบให้เจ้าได้!”

เพราะหากต้นไม้นั้นฟื้นขึ้นจริง เคล็ดวิชาแห่งจักรพรรดิที่สลักไว้ภายในก็อาจกลับมาอีกครั้ง เป็นสิ่งมีค่ามากยิ่งกว่าเคล็ดวิชาใดๆ

โม่หยางกลับยิ้มกว้างกว่าเดิม ก่อนเอ่ยเสียงต่ำว่า

“ไม่ๆๆ… ข้าตอนนี้ไม่สนใจเคล็ดวิชาใดเลย ข้ากลับสนใจธิดาศักดิ์สิทธิ์น้อยมากกว่า...”

เขาเจตนาใช้คำพูดยั่วยุ พร้อมจงใจให้ดูน่าเกลียด เขาต้องการให้อวี้เหยารับไม่ได้และหยุดความคิดนั้น

หากนางโมโหจนลงมือ เขาก็พร้อมหลบหนีเข้าหอจักรพรรดิดาราทันที และหาทางใช้ค่ายกลส่งตัวออกไปจากแดนศักดิ์สิทธิ์โดยเร็ว

เพราะความลับในตัวเขา ไม่อาจให้ใครรู้ได้!

บรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก

อวี้เหยาหน้าตึงทันที อุณหภูมิในเรือนลดลงราวกับตกลงบ่อน้ำแข็ง ดวงตาเย็นชาจ้องเขาเขม็ง ราวกับจะฆ่าเขาเสียเดี๋ยวนั้น

โม่หยางรู้สึกขนลุกซู่ แม้ยังยิ้ม แต่เหงื่อก็เริ่มไหล

“เจ้ารู้หรือไม่ว่า พูดเช่นนี้กับข้าจะมีผลลัพธ์เช่นไร?” น้ำเสียงของอวี้เหยาเย็นเยียบดังขึ้น

แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีผู้ฝึกยุทธ์มากมาย แต่ไม่มีใครกล้าดูหมิ่นธิดาศักดิ์สิทธิ์เช่นนาง แม้แต่ขุนนางระดับสูงยังต้องค้อมหัว

แต่นี่โม่หยางกลับกล้าพูดตรงๆ ว่าสนใจนาง!

โม่หยางยังตีหน้าซื่อ แสร้งไม่รู้สึกอะไร

“ก็เจ้าเป็นคนบอกให้ข้าขอเงื่อนไข ข้าก็แค่พูดตามใจ จริงๆ แล้วข้าก็หลงไหลเจ้าทุกครั้งที่เจอ ไม่เคยเห็นหญิงใดงดงามเท่าเจ้าเลยก็ว่าได้”

“ทุกคนย่อมต้องมีครอบครัว ข้าก็ถึงวัยอันควรแล้ว นี่แค่ขอตามหลักธรรมชาติเท่านั้น!”

“ฮึ!” อวี้เหยาแค่นเสียง

ไม่ได้พูดอะไรอีก แต่สีหน้ายังคงแข็งกร้าว ก่อนจะหมุนกายจากไป ทิ้งโม่หยางไว้ในความเงียบ

เมื่อนางลอยตัวออกไป โม่หยางก็แอบเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก ใจยังเต้นแรงไม่หาย

“เกือบไปแล้ว...แต่ก็นับว่าได้ผลที่ต้องการ”

เขาเชื่อว่าหลังจากนี้ อวี้เหยาจะไม่กล้าเอ่ยเรื่องขอความช่วยเหลืออีก

“แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้...มิอาจอยู่ต่อได้แล้ว ต้องรีบออกไปก่อนเกิดเรื่อง!”

เขาพึมพำในใจ แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ...

ตกเย็นอวี้เหยากลับมาอีกครั้ง

และคราวนี้ยังพาผู้อาวุโสเก้าแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์มาด้วย ชายชราคนเดียวกับที่โม่หยางเคยพบในดินแดนบริสุทธิ์ขั้นสอง

“โอ้เวรละ...นางจะใช้กำลังจริงๆ รึ?” โม่หยางแอบชะเง้อมองจากหน้าต่าง สีหน้าเปลี่ยนทันที

เขาเข้าใจแล้ว เรื่องของต้นไม้จักรพรรดิไม่อาจเก็บเป็นความลับได้อีก เพราะเหล่าผู้อาวุโสต่างก็ขึ้นไปตรวจสอบกันเป็นระยะ และต้องสังเกตเห็นยอดอ่อนที่ผลิขึ้นทุกกิ่งเป็นแน่

เมื่อทั้งสองคนขึ้นมาถึง อวี้เหยาก้าวขึ้นเรือนรับรอง โม่หยางรีบพูดก่อน

“ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ข้าบอกไว้ตั้งแต่เที่ยงแล้ว ว่าข้าทำไม่ได้!”

คราวนี้เขาเรียกอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการ ไม่ใช้คำว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์น้อยอีก

แต่คำตอบของอวี้เหยาทำให้เขานิ่งอึ้ง

“ครั้งนี้ ข้าไม่ได้มาคุยเรื่องต้นไม้จักรพรรดิ...แต่เรื่องดินแดนบริสุทธิ์ขั้นสอง!”

โม่หยางหน้าเปลี่ยนสีทันที

“ผ่านมาตั้งนานแล้ว นี่ยังจะขุดมาคิดบัญชีอีกเรอะ? เจ้านี่มัน...”

เขารู้ทันทีว่าอวี้เหยาแค่ต้องการใช้เรื่องนี้มาบีบบังคับให้เขายอมทำตาม

“ตอนนั้น ข้าก็ช่วยชีวิตเจ้าไว้ไม่ใช่หรือ? ตอนข้าเข้าไป ข้าก็แค่ดูดพลังมาเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้จะมาลงโทษข้า? รู้งี้ไม่ช่วยดีกว่า!”

ใบหน้าอวี้เหยามีแววลังเล แววตาซับซ้อนเพราะนางไม่ได้ต้องการลงโทษจริงๆ เพียงแค่อยากบีบให้โม่หยางยอมช่วยอีกครั้ง

แต่นางประเมินโม่หยางผิดไป เขาไม่ได้อ่อนแอและเชื่อฟังเหมือนที่นางคิด

โม่หยางไม่หยุดพูด

“เอาเลย! คนเช่นข้ายอมตายไม่ยอมก้มหัว อยากฆ่าก็ฆ่า ไม่ต้องพล่ามให้มากความ!”

บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้น

ผู้อาวุโสเก้านั่งเงียบๆ ฟังมาตลอด เขาเพียงเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่คาดว่าโม่หยางจะกล้าพูดจาแข็งกร้าวเช่นนี้

แต่ขณะเดียวกัน เขาก็อดประทับใจในความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวของโม่หยางไม่ได้…

จบบทที่ บทที่ 69 ข้าสนใจธิดาศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว