- หน้าแรก
- ราชันบรรพกาล
- บทที่ 66 ต้นไม้จักรพรรดิ
บทที่ 66 ต้นไม้จักรพรรดิ
บทที่ 66 ต้นไม้จักรพรรดิ
เมื่อเห็นอวี้เหยาเหลียวหลังกลับมาด้วยสีหน้าสงสัย โม่หยางรีบหยุดการหมุนเวียนคัมภีร์จักรพรรดิดาราทันที กลัวว่านางจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับสาวน้อยตรงหน้านี้ก็มีแค่ชื่อและฐานะ ส่วนพลังที่แท้จริงของนางเป็นเช่นไร เขาไม่รู้เลยแม้แต่น้อย
อวี้เหยาขมวดคิ้วแน่น ‘หรือว่า... ข้ารับรู้ผิดไป? เมื่อครู่ยังรู้สึกได้อยู่ แต่ตอนนี้กลับเงียบสนิท...’
“เอ่อ...ธิดาศักดิ์สิทธิ์น้อย เจ้าทำตาแบบนั้นใส่ข้า...อย่าบอกนะว่าจะอาศัยช่วงที่ไม่มีใคร แอบคิดทำมิดีมิร้ายกับข้าน่ะ?” โม่หยางแกล้งพูดล้อหลอกทันที จงใจเปลี่ยนประเด็นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
สีหน้าสงสัยของอวี้เหยาหายไปในบัดดล เปลี่ยนเป็นน้ำแข็งทันที นางกวาดตามองโม่หยางเย็นชา ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นเขาโดยไม่พูดอะไร
ประโยคแบบนี้ ถ้าคนในแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ยินเข้า คงไม่ลังเลที่จะฆ่าโม่หยางทิ้งเดี๋ยวนั้นเลยทีเดียว
โม่หยางรู้สึกขนลุกวาบไปทั้งแผ่นหลัง แต่ก็แอบโล่งอกที่รอดมาได้
เมื่อเข้าใกล้ยอดเขามากขึ้น โม่หยางก็แอบหมุนเวียนคัมภีร์จักรพรรดิดาราอีกครั้งเพื่อรับรู้พลังลึกลับ
แต่ทันทีที่มาถึงลานเรือนบนยอดเขา อวี้เหยากลับหยุดก้าวและหันมามองโม่หยางก่อนกล่าวเสียงเย็นว่า
“ดูพอแล้ว ไปปรุงโอสถกันเถอะ”
โม่หยางอึ้งสนิท เขามาอยู่ถึงตรงนี้แล้ว! คลื่นพลังที่สื่อกับหอจักรพรรดิดาราก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม จะให้เขาถอยตอนนี้ได้อย่างไร?
หากพลาดวันนี้ ต่อไปคงไม่มีโอกาสอีก
“เอ่อ...เดินมาตั้งไกล พอจะขอเข้าไปดื่มน้ำสักถ้วยได้ไหม?” โม่หยางยิ้มบาง พูดหน้าตาเฉย
อวี้เหยาขมวดคิ้วทันที เพราะในลานนี้เองมีต้นไม้จักรพรรดิที่ตายไปนับหมื่นปีตั้งอยู่
ยังไม่ทันที่นางจะปฏิเสธ โม่หยางรีบพูดเสริม
“อย่างไรพวกเราก็ถือว่ารู้จักกันแล้ว เจ้าฐานะสูงส่งก็จริง แต่ข้ามาถึงประตูบ้านแล้ว เจ้าจะไม่ให้เข้าไปนั่งสักครู่เลยหรือ?”
อวี้เหยาแทบพูดไม่ออก คนหน้าด้านเช่นนี้มีอยู่จริงหรือ...
นางตั้งใจจะหยุดอยู่ที่นี่ชัดๆ โม่หยางก็ต้องรู้แน่นอน แต่นี่ยังกล้าทำเป็นไม่รู้หน้าตาเฉย
“นี่คือที่พักของข้า ไม่สะดวก!” นางกล่าวเสียงเย็น
โม่หยางในใจคำราม ‘บัดซบ! ปฏิเสธกันโต้งๆ แบบนี้เลยเรอะ!’
เขาทำอะไรไม่ได้เลย ต่อให้มีสิบชีวิตก็ไม่กล้าบุกเข้าไปตรงๆ และถ้าอวี้เหยาไม่อนุญาต เขาก็เข้าไม่ได้อยู่ดี
จังหวะนั้นเอง โม่หยางก็กัดฟันสู้ หมุนเวียนคัมภีร์จักรพรรดิดาราอย่างเต็มกำลัง
ครืน……
ทันใดนั้นเอง แสงเจิดจ้าพุ่งออกมาจากลานเรือนด้านใน! แม้จะมีค่ายกลกั้นอยู่ แต่ครั้งนี้ก็ไม่สามารถปิดกั้นพลังเอาไว้ได้ แสงสีเขียวสดใสพุ่งสว่างออกมา!
สีหน้าอวี้เหยาเปลี่ยนไปทันที ต้นไม้จักรพรรดิเกิดความเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว!
นางหันไปมองโม่หยาง ตั้งใจจะขับไล่เขาทันที เพราะการเปลี่ยนแปลงของต้นไม้นั้นเป็นความลับสูงสุด แต่พอนางหันกลับไปก็ชะงักทันที
โม่หยางยืนเงียบอยู่ไม่ไกล แต่พลังคลื่นเสียงอันยิ่งใหญ่บางอย่างกลับแผ่ออกมาจากตัวเขา ราวกับเป็นภาพลวงตา ยิ่งตั้งใจฟังก็กลับยิ่งจับไม่ได้ มีเพียงคลื่นเสียงลึกลับล่องลอยคล้ายเสียงแห่งมหามรรคา
“เจ้า...”
อวี้เหยาอ้าปากพูดไม่ออก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เพราะพลังของโม่หยางตอนนี้คือขั้นสวรรค์เร้นลับระดับเก้า!
นางแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง เพียงไม่กี่วันเท่านั้น?
ครั้งก่อนโม่หยางฝึกฝนในดินแดนบริสุทธิ์ขั้นสอง ได้รับโชควาสนา จึงทะลวงถึงระดับหกยังพอเข้าใจได้ เพราะเขากลืนกินพลังบริสุทธิ์บางอย่างเข้าไป
แต่ตอนนี้เล่า!?
นางเคยถูกยกย่องว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์สูงสุดแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่ตัวเองยังใช้เวลาสองปีกว่าจะทะลวงขั้นในระดับนี้ แต่โม่หยางเพียงไม่กี่วันก็ถึงขั้นสูงสุดแล้ว
นางเริ่มสงสัยแล้วว่า...ตนยังมีสิทธิ์ถูกเรียกว่าอัจฉริยะอยู่หรือไม่?
สิ่งที่ทำให้นางตกใจยิ่งกว่าคือโม่หยางไม่เพียงทะลวงพลัง คลื่นเสียงแผ่กระจายออกมาจากร่างของเขานั้นยังเหมือนจะสัมพันธ์กับต้นไม้จักรพรรดิที่เกิดการเปลี่ยนแปลงพร้อมกัน
มันจะเป็นเรื่องบังเอิญจริงหรือ?
เพราะนางจำได้ว่า ทันทีที่โม่หยางเหยียบเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ไม่นานนัก ต้นไม้จักรพรรดิก็เริ่มมีปฏิกิริยา นี่จะเป็นเรื่องธรรมดาได้อย่างไร?
โม่หยางเองก็รู้สึกตกใจไม่น้อย เพราะในขณะนี้หอจักรพรรดิดาราในตันเถียนของเขา ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง!
เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ม่านพลังที่ปิดกั้นชั้นที่สามของหอจักรพรรดิดารา ถูกแรงบางอย่างกระแทกเปิดออกแล้ว!
แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าเข้าสำรวจหอจักรพรรดิดารา เพราะกลัวจะเปิดเผยความลับ เขาจึงรีบตัดกระแสพลัง หยุดการหมุนเวียนคัมภีร์จักรพรรดิดารา
ทันใดนั้นพลังลึกลับจากลานเรือนก็หยุดลงพร้อมกัน
โม่หยางรีบทำหน้าเหมือนตกใจหันไปทางลาน เอ่ยเสียงจริงจัง “นี่มันอะไรกัน! ธิดาศักดิ์สิทธิ์น้อย ลานนี้ของเจ้ามีอะไรซ่อนอยู่กันแน่!? ถึงได้ปล่อยแสงได้แบบนี้!”
อวี้เหยาขมวดคิ้ว มองโม่หยางด้วยแววตาซับซ้อน บัดนี้นางสัมผัสอะไรไม่ได้จากเขาแล้ว เหมือนเรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา
แต่ด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคา และความเชื่อมโยงที่นางสงสัยว่ามีระหว่างโม่หยางกับต้นไม้จักรพรรดิ นางจึงเปลี่ยนใจ
...ถ้าโม่หยางได้เข้าไปข้างใน อาจทำให้ความจริงเผยออกมาก็ได้...
หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ผลักประตูเรือนเปิดออก
โม่หยางตื่นเต้นอยู่ในใจ หากได้เข้าไปข้างใน บางทีเขาอาจได้รู้คำตอบที่ตามหามาตลอด
ต่างฝ่ายต่างมีเป้าหมายซ่อนอยู่ในใจ
เมื่อเปิดประตูออก อวี้เหยาไม่ได้พูดอะไร เพียงผายมือให้โม่หยางตามเข้าไป
ลานเรือนภายในเรียบง่ายเช่นเดียวกับภายนอก ไม่มีเครื่องประดับหรูหราใดๆ มีเพียงต้นไม้แห้งโบราณต้นหนึ่ง ตั้งโดดเด่นอยู่กลางลาน ให้ความรู้สึกขัดแย้งกับพลังวิญญาณที่แผ่ล้อมทั่วบริเวณ
โม่หยางเคยได้ยินจากอวี้เหยาแล้วว่า สิ่งวิเศษจากจอมจักรพรรดิที่แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนเก็บรักษาไว้คือต้นไม้แห้งต้นหนึ่ง และตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าเป็นต้นไม้ต้นนี้แน่!
และเขายังเชื่อมั่นอีกด้วยว่านี่คือสิ่งที่สื่อถึงหอจักรพรรดิดาราในตันเถียนของเขา
เขาจ้องมองอย่างแน่วแน่ พบว่าต้นไม้ต้นนี้ไม่ได้แห้งตายทั้งหมด เพราะตามปลายกิ่งบางจุดยังปรากฏหน่ออ่อนสีเขียวเล็กๆ บางยอดเพิ่งเริ่มแทงหน่อ บางยอดแตกใบอ่อนแล้ว
ขณะเดียวกัน อวี้เหยาก็จับตามองโม่หยางเช่นกัน
โม่หยางค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ต้นไม้ ก่อนจะยื่นมือออกไปลูบไล้ที่ลำต้นแห้งแตกของมัน ซึ่งอวี้เหยาไม่ได้ห้าม
เขาถอนหายใจในใจเบาๆ “ต้นไม้นี้คือสิ่งที่จักรพรรดิปลูกไว้ด้วยตนเองหรือ...กลายเป็นแบบนี้แล้ว ยังถูกแดนศักดิ์สิทธิ์เคารพบูชาเช่นของวิเศษ...”
เปลือกไม้แห้งแตกแข็งกร้าว ไร้แม้แต่ไอสัญญาณชีวิต แต่ปลายกิ่งกลับมีสีเขียวอ่อนให้ความรู้สึกไม่เข้ากันอย่างประหลาด…