- หน้าแรก
- ราชันบรรพกาล
- บทที่ 44 เจ้าอยากได้อะไร?
บทที่ 44 เจ้าอยากได้อะไร?
บทที่ 44 เจ้าอยากได้อะไร?
กระทั่งล่วงเข้าสู่ยามดึก ด้านสามยอดฝีมือแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนก็ยังไม่ปรากฏตัว มีเพียงหญิงสาวผู้นั้นที่ฟื้นคืนสติขึ้นมาแล้ว
บนเขามู่ ในห้องพักด้านข้างของเรือนเล็ก โม่หยางเพิ่งจะป้อนโอสถฟอกไขกระดูกสองเม็ดให้แก่หญิงสาว เมื่อเห็นว่านางใกล้จะฟื้นคืนสติเต็มที เขาจึงนั่งลงข้างๆ เพื่อทำสมาธิรอคอยด้วยความพอใจ ในใจคิดแต่ว่าเมื่อนางตื่นขึ้น คงจะขอบคุณเขาอย่างสุดซึ้ง และเขาจะได้โอกาสขอเคล็ดวิชาดีๆ จากนาง
ทว่าหญิงสาวแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนนั้น เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นมา เห็นแสงเทียนสลัวภายในห้อง และยังมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งหลับตาอยู่ข้างๆ ที่สำคัญคือนางยังนอนอยู่บนเตียง…
ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องแหลมดังลั่นสะท้านห้อง ทำลายความเงียบสงบบนเขามู่ในทันที
โม่หยางที่กำลังหลับตาทำสมาธิ ถึงกับสะดุ้งตัวสั่นสะท้าน แต่ยังไม่ทันจะลืมตา ก็พลันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารเย็นเฉียบพุ่งตรงเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
“ซวยแล้วไง!”
โม่หยางใจหล่นวูบ รู้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่ดี ร่างกายยังไม่ทันจะลุกขึ้นได้ก็รีบกระโดดพุ่งหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!’
ศิษย์หญิงคนนี้มีฐานะไม่ธรรมดาในแดนศักดิ์สิทธิ์ โม่หยางไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
ทันทีที่ร่างของเขากระโดดหลบออกมา ปราณกระบี่สายหนึ่งก็ฟาดลงมาที่ตำแหน่งเดิมของเขา ปราณรุนแรงจนพื้นห้องถูกผ่าออกเป็นร่องลึก หินแตกกระจายไปทั่วบริเวณ
“แม่นางอย่าพึ่งร้อนใจ ข้าคิดว่าเจ้าคงเข้าใจผิดไปแล้ว!” โม่หยางรีบลุกขึ้นแล้วกลิ้งตัวถอยไปด้านหลัง พุ่งชนประตูจนแตกกระจายแล้วถอยไปจนถึงลานหน้าบ้าน
แต่หญิงสาวคนนั้นกลับไม่ฟังเขาแม้แต่น้อย ใบหน้างามเย็นชาราวน้ำแข็ง ยกมือขึ้นแล้วฟาดปราณกระบี่ใส่โม่หยางอีกครั้งทันที
“โอ้เวรละ!”
โม่หยางหน้าเปลี่ยนสี แค่ปราณกระบี่สายนี้ก็ทำให้เขาหนาวเหน็บไปทั้งใจแล้ว รีบใช้วิชาม้วนอักษรแห่งการเคลื่อนไหวหลบหลีกอย่างสุดชีวิต
ถึงแม้จะหลบได้อย่างรวดเร็ว แต่ปราณกระบี่สองสายก็เฉียดผ่านร่างกายของเขาไปในระยะประชิด เสื้อผ้าของเขาถูกฟันจนขาดวิ่น โดยเฉพาะกระบี่สายหนึ่งที่เฉียดผ่านหว่างขาของเขาไปอย่างหวุดหวิด
เขาถอยออกไปไกลกว่าสิบจั้ง เหงื่อเย็นๆ แตกพลั่กไปทั่วร่าง รู้สึกได้ว่าส่วนสำคัญของร่างกายกำลังสั่นเทา แทบหดเข้าไปในร่างเหมือนคอเต่า
“มารดาเจ้าสิ!” โม่หยางถึงกับขนลุกชัน รีบก้มลงมองเป้ากางเกงอย่างหวาดหวั่น โชคดีที่ยังไม่โผล่ออกมา
หญิงสาวคนนั้นดวงตาเย็นชา ก้าวออกจากห้องแล้วมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ในใจเริ่มสงสัยว่าที่นี่คือที่ใดกันแน่
นางมองสภาพโดยรอบ มีเพียงอาคารเก่าๆ ธรรมดาๆ หลายหลัง และป่าทึบที่อยู่ไกลออกไป สายลมพัดผ่าน ก่อให้เกิดเสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วเบา
“เจ้าเป็นใคร ที่นี่คือที่ไหน?” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็ง เต็มไปด้วยอำนาจและความถือดี
โม่หยางขมวดคิ้ว รู้สึกโกรธแต่ไม่อาจแสดงออกมาได้เลย เพราะอีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป จากที่เขาสัมผัสได้ นางอาจแข็งแกร่งกว่าศิษย์พี่หญิงหกแห่งสำนักหยางสวรรค์เสียด้วยซ้ำ
เขาจึงอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างรวบรัด รู้สึกโมโหแต่ก็ทำได้แค่เก็บเอาไว้ในใจ เพราะเมื่อเจอยอดฝีมือระดับนี้ จะทำอะไรได้อีกเล่า
“เจ้าอย่าพึ่งร้อนใจไป ข้าน่ะคนดีมีคุณธรรมเป็นที่สุด หากไม่ใช่เพราะข้า ตอนนี้เจ้าคงถูกยมบาลพาตัวไปแล้ว ข้าเป็นผู้มีบุญคุณต่อเจ้ามากนะ!”
“อีกอย่าง ที่นี่คือสำนักหลิงซวี เดิมทียอดฝีมือสามคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าบอกว่าจะตามมา แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นเลย!”
หญิงสาวรู้สึกได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าบาดแผลที่เคยมีนั้นฟื้นตัวรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ เพราะแผลเหล่านั้นถูกสร้างจากสัตว์อสูรระดับสูง และยังมีพิษแฝงอยู่ด้วย โอสถรักษาธรรมดาไม่มีทางทำให้หายเร็วขนาดนี้ได้
“เจ้านะหรือ?” หญิงสาวมองสำรวจโม่หยางอีกครั้งด้วยความสงสัย ในสายตาของนาง ชายหนุ่มผู้นี้ดูไม่เหมือนมีอะไรพิเศษเลยแม้แต่น้อย แถมขั้นพลังยังต่ำเตี้ยเสียจนไม่น่าจะรักษานางได้
“เจ้ารู้วิชาแพทย์งั้นหรือ?” หญิงสาวถามอีกครั้ง
“วิชาแพทย์อะไรกัน? แผลเล็กน้อยแค่นี้ ยังต้องพึ่งหมออีกเหรอ?” โม่หยางตอบด้วยท่าทีเหมือนเรื่องเล็กน้อย ความจริงคือเขาไม่มีความรู้ด้านการแพทย์แม้แต่น้อย เขาแค่หลอมโอสถเก่งเท่านั้น
หญิงสาวได้แต่พูดไม่ออก นางไม่เคยเจอใครที่หยิ่งยโสขนาดนี้มาก่อน นางบาดเจ็บหนักถึงขั้นอวัยวะภายในบอบช้ำสาหัส นี่หรือที่เรียกแผลเล็กน้อย?
“ข้าว่าเจ้าอยู่ที่เขามู่นี่แหละ ที่นี่เงียบสงบ เหมาะแก่การรักษา รอยอดฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์ของเจ้ามาถึงก่อน แล้วเจ้าจะรู้เอง!”
หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้าไม่เคยติดค้างบุญคุณใคร ในเมื่อเจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ เจ้าอยากได้อะไรตอบแทน?”
เมื่อโม่หยางได้ยินดังนั้นก็ตาเป็นประกายทันที รีบขยับเข้าไปใกล้ๆ กล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “อะไรก็ได้จริงหรือ?”
หญิงสาวขมวดคิ้วทันที ถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าต้องการอะไร?”
“ข้าอยากได้ของเยอะแยะไปหมด เจ้าจะให้อะไรก็ได้จริงๆ หรือ?” โม่หยางนึกถึงเคล็ดวิชาขั้นสุดยอด ไม่ได้คิดอย่างอื่นแม้แต่น้อย
หญิงสาวเห็นท่าทางกระตือรือร้นและแววตาเป็นประกายของเขา ก็เริ่มรู้สึกไม่วางใจ แต่ยังรักษาท่าทีไว้ได้
“ถ้างั้นข้าก็ขอพูดตรงๆ ข้าไม่ได้มีความสนใจอะไรพิเศษหรอก ข้ารู้ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ของเจ้ามีพลังแข็งแกร่งมาก พวกตำราเคล็ดวิชาขั้นสูงคงมีมากมาย ส่งมาให้ข้าสักสองสามเล่มก็พอ ไม่ต้องเยอะ แล้วก็พวกสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์แค่สองสามต้นก็พอ!”
โม่หยางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ในใจคิดเสมอว่า การพึ่งพาตนเองนั้นดีที่สุด เขาต้องการเพียงวิชาและสมุนไพรชั้นดีเท่านั้น!