เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 เจ้าห้ามทำเหลวไหลเด็ดขาด!

บทที่ 42 เจ้าห้ามทำเหลวไหลเด็ดขาด!

บทที่ 42 เจ้าห้ามทำเหลวไหลเด็ดขาด!


ระหว่างทางกลับสำนักครั้งนี้ราบรื่นยิ่งนัก วิหคยักษ์บินเร็วจี๋ราวสองชั่วยาม ในที่สุดก็มาถึงสำนักหลิงซวี

บรรดาผู้อาวุโสและเหล่าศิษย์ในสำนักต่างรู้ล่วงหน้าว่าโม่หยางและทุกคนจะกลับมาวันนี้ ดังนั้นจ้าวสำนัก ผู้อาวุโสสูงสุด รวมถึงศิษย์จำนวนมาก ต่างมายืนรอที่ลานประลองล่วงหน้าแล้ว

เมื่อเห็นวิหคยักษ์สามตัวบินทะยานกลับมา เหล่าศิษย์ก็โห่ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น

“ดูเร็ว ผู้อาวุโสสามกลับมาแล้ว!”

“ข้าเห็นศิษย์พี่สวีแล้ว!”

“มาแล้ว เขามาแล้ว!”

โม่หยางนั่งอยู่บนหลังวิหคยักษ์ มองเห็นผู้อาวุโสสูงสุดกำลังจ้องมาด้วยสายตาคาดหวังอย่างมากมาย

“โอ้ ตาแก่นี่ศรัทธาในตัวข้าขนาดนี้เชียวรึ?…” โม่หยางพึมพำเบาๆ กับตัวเอง

ซูเฟยเอ๋อร์เห็นทุกคนตื่นเต้นขนาดนี้ ก็กล่าวขึ้นด้วยความดีใจ “ข้าก็ศรัทธาพี่โม่หยางเหมือนกัน พี่โม่หยางเก่งที่สุด!”

โม่หยาง “…”

สวีซิน “…”

วิหคยักษ์สามตัวบินวนลงมาช้าๆ อย่างมั่นคงที่ลานประลอง ทันทีที่ลงถึงพื้น เหล่าผู้อาวุโสก็รีบก้าวเข้ามาล้อมไว้ จ้าวสำนักและผู้อาวุโสสูงสุดต่างจับจ้องที่โม่หยางทันที

ทุกคนต่างรู้ดีว่าในการประลองสี่สำนักครานี้ ความหวังทั้งหมดอยู่ที่ตัวโม่หยาง ดังนั้นสายตาทุกคู่จึงจับจ้องมาที่เขา

“เอ่อ...พวกท่านอย่าจ้องข้าด้วยสายตาเช่นนั้นเลย ข้าไม่ชอบผู้ชาย!” โม่หยางกล่าวออกมาอย่างซื่อตรง

จ้าวสำนักได้ยินประโยคนี้ สีหน้ากลายเป็นดำมืดทันที ถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่

ผู้อาวุโสสูงสุดก็ใบหน้าดำคล้ำทันทีเช่นกัน จ้องโม่หยางแล้วกล่าวเสียงเข้ม “เจ้าเด็กเหลือขอ หรือเจ้าจะให้ข้าสาบานเป็นพี่น้องกับเจ้าเสียเลย จากนี้ข้าจะได้เรียกเจ้าว่าพี่ใหญ่!”

“เอ่อ…ข้าไม่รับน้องชายอายุเยอะขนาดนี้หรอก!” โม่หยางอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

เหล่าผู้อาวุโสรอบข้างต่างพูดไม่ออก โม่หยางช่างเป็นคนไม่รู้จักเคารพผู้อาวุโสเสียจริง

ผู้อาวุโสสามเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดี รีบกระแอมไอแล้วกล่าว “ในการประลองครั้งนี้ ต้องขอบคุณโม่หยางยิ่งนัก สำนักหลิงซวีของเรา…”

ทุกคนต่างตั้งใจฟัง แต่ผู้อาวุโสสามกลับหยุดค้างไว้ด้วยรอยยิ้มที่มุมปากอย่างจงใจ

ผู้อาวุโสใหญ่ทนไม่ไหว รีบตวาด “เจ้าสาม เจ้าจะอมพะนำทำไม รีบพูดมาเสียทีว่าเราได้อันดับเท่าไหร่!”

ผู้อาวุโสสูงสุดก็จ้องเขม็งอย่างคาดหวัง

“อันดับหนึ่ง!” ผู้อาวุโสสามกล่าวเรียบๆ

“อะไรนะ อันดับ... เจ้าพูดเสียงดังอีกครั้งซิ!” ผู้อาวุโสรองตะโกนอย่างร้อนรน

ผู้อาวุโสสามเช็ดน้ำลายที่กระเด็นมาบนหน้า กล่าวยิ้มๆ “อันดับหนึ่ง โม่หยางคนนี้เหนือกว่าทุกคน หมัดเดียวปราบเด็กน้อยจากสามสำนักจนไม่มีใครกล้าขึ้นเวที เราสำนักหลิงซวีจึงได้ที่หนึ่ง!”

จ้าวสำนักและผู้อาวุโสสูงสุดต่างยิ้มออกมาด้วยความพอใจ แม้จะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกดีใจอย่างมาก

ผู้อาวุโสสูงสุดหัวเราะเสียงดัง ตบไหล่โม่หยางอย่างแรง “ดี! ดีมาก เจ้าเด็กบ้า ข้าดูออกแต่แรกว่าเจ้ามีอนาคตสดใส เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ!”

ผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสรองก็เดินมาหาโม่หยางด้วยสายตาปลื้มปิติ ทำให้โม่หยางรีบถอยหลังทันที “พวกท่านใจเย็นก่อน อย่าเข้ามา ข้าไม่สนใจผู้ชาย ยิ่งคนแก่ยิ่งไม่สน!”

ศิษย์โดยรอบต่างพากันส่งเสียงยินดี โดยเฉพาะศิษย์หญิงที่มองเขาด้วยสายตาเร่าร้อนจนเขาเริ่มกลัวขึ้นมาแล้ว

เวลานี้ ผู้อาวุโสสามจึงกล่าวขึ้น “เรื่องการประลองพักไว้ก่อน ยังมีเรื่องเร่งด่วนกว่านี้!”

เขารีบเดินไปยังวิหคยักษ์ตัวหนึ่ง ร่างของศิษย์หญิงจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนนอนอยู่บนหลังวิหคยักษ์ ใบหน้าซีดเซียว แม้จะหมดสติไป แต่ยังมีแววความเจ็บปวดชัดเจน

ทุกคนจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนหลังวิหคยักษ์มีหญิงสาวนอนอยู่ ต่างพากันสงสัยรีบเดินเข้ามาดูทันที

“หญิงสาวคนนี้เป็นใครกัน พวกเจ้าพากลับมาจากที่ใด?” จ้าวสำนักถามทันที สีหน้าเคร่งเครียด เขารู้สึกถึงลางร้ายบางอย่าง

ผู้อาวุโสสามไม่กล้าปิดบัง รีบเล่าเรื่องราวโดยย่อทันที

“แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน…มิน่าล่ะ…” เมื่อได้ยินชื่อนี้ ทุกคนก็เปลี่ยนสีหน้าทันที เพราะรู้ว่าสำนักนี้แข็งแกร่งและน่ากลัวกว่าแม้แต่สำนักต้าต้าวเสียอีก

“บาดแผลนี้ไม่เบาเลย ต้องรีบรักษาโดยด่วน ไม่งั้นอาจอันตรายถึงชีวิต!” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวอย่างเคร่งเครียด

“ข้าว่าส่งนางไปรักษาที่เขามู่ดีกว่า ที่นั่นสงบ เหมาะกับการรักษา!” โม่หยางกล่าวแทรกทันที

สวีซินมองเขาด้วยความสงสัย “เจ้าคงไม่ได้คิดอะไรกับนางเพราะเห็นว่านางงดงามหรอกนะ!”

ผู้อาวุโสสูงสุดก็หันมาจ้องโม่หยางเช่นกัน “เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้าห้ามทำเหลวไหลเด็ดขาด! หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น สำนักเราคงไม่พอแม้แค่ให้พวกเขาระบายโทสะ!”

โม่หยางยักไหล่ กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าปรุงโอสถเป็นพอดีรู้วิธีรักษาบาดแผล นอกจากข้าแล้วใครในสำนักจะรักษาได้ดีกว่านี้เล่า?”

ทุกคนต่างเงียบไป เพราะโม่หยางพูดถูกจริงๆ

“เอาเถอะ รีบรักษาก่อนเป็นสำคัญ!” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวอย่างจนใจ “เจ้าห้ามทำอะไรเกินเลยเด็ดขาด รู้หรือไม่!”

“อะ..อะไรเล่า! ตาแก่ข้าไม่ใช่คนแบบนั้นเสียหน่อย แม้ข้าจะไม่มีอะไรดี แต่ข้าจริงใจและซื่อตรงมากที่สุด!” โม่หยางกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ซูเฟยเอ๋อร์พยักหน้าอย่างไม่ลังเล “ข้าเชื่อใจพี่โม่หยาง!”

จบบทที่ บทที่ 42 เจ้าห้ามทำเหลวไหลเด็ดขาด!

คัดลอกลิงก์แล้ว