เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน

บทที่ 41 แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน

บทที่ 41 แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน


โม่หยางไหนเลยจะกล้าหยุดชะงัก เมื่อเห็นว่ายอดฝีมือเหล่านั้นบาดเจ็บสาหัส หากยังลังเลต่อไป พวกเขาคงไม่ได้จบเพียงแค่บาดเจ็บแน่

ผู้อาวุโสสามและทุกคนก็ไม่กล้าลังเลเช่นกัน รีบควบคุมวิหคยักษ์ทะยานจากไปทันที

มิใช่ว่าพวกเขาไม่อยากช่วย แต่ปัญหาคือพวกเขาไม่มีความสามารถที่จะช่วยได้ ต่อให้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรเพียงตัวเดียว พวกเขาก็คงเอาตัวไม่รอดแล้ว

ขณะทุกคนกำลังหนีไป ทันใดนั้นปราณกระบี่สองสายอันน่าสะพรึงพลันปะทุขึ้นอย่างรุนแรง กระแสกระบี่อันน่าหวาดหวั่นแผ่ขยายออกทุกทิศทาง

โม่หยางตกตะลึง รีบหันกลับไปมอง ก็เห็นสองยอดฝีมือที่เหยียบบินบนกระบี่กำลังลงมือ

แสงกระบี่เจิดจ้าราวดวงอาทิตย์สาดส่องทั่วฟ้าในรัศมีหลายสิบลี้ ความคมกล้าของปราณกระบี่ทำให้ทุกคนที่หนีไปแล้วถึงกับขนลุกซู่ คล้ายกับมีปลายกระบี่เย็นเฉียบเฉือนผ่านผิวหนังพวกเขา

“แย่ล่ะ รีบไปเร็ว!” โม่หยางคำรามเบาๆ

ทว่าพอทุกคนหันกลับมา กลับพบว่ามีคนหนึ่งมาขวางหน้าไว้แล้ว

เป็นชายวัยกลางคน ร่างกายมีบาดแผลเลือดไหลซึม ผู้อาวุโสสามรีบสั่งให้วิหคยักษ์หยุดลงทันที พลางมองคนตรงหน้าอย่างระแวดระวัง

ผู้นี้เหาะเหินกลางอากาศได้ แสดงว่าเป็นยอดฝีมือขั้นราชันยุทธ์ แม้จะบาดเจ็บ แต่การจะสังหารพวกเขาก็ง่ายราวพลิกฝ่ามือ

เวลานี้โม่หยางมองเห็นชัดเจนว่าบนหลังของชายคนนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งนอนอยู่

ชุดของหญิงสาวเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผลน่าสยดสยอง เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยผิวขาวกระจ่างตา แต่ละแผลดูแล้วน่าขนลุกชัดเจนว่าถูกสัตว์อสูรทำร้ายมาอย่างหนัก

“สหายทุกท่าน พวกเราเป็นคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน ขอร้องพวกท่านช่วยนำตัวศิษย์คนนี้ออกไปก่อน ภายหน้าแดนศักดิ์สิทธิ์ของเราจะตอบแทนบุญคุณพวกท่านอย่างแน่นอน!” ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างร้อนรน ใบหน้าของเขาเปื้อนเลือด ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล

ได้ยินคำว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน สีหน้าผู้อาวุโสสามก็แปรเปลี่ยนอีกครั้ง

แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนคือสำนักโบราณที่สืบทอดมายาวนานยิ่งกว่าสำนักต้าต้าวเสียอีก และยังลึกลับ มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินนี้ด้วยซ้ำ

ยังไม่ทันที่ผู้อาวุโสสามจะตอบ โม่หยางกลับรีบกล่าวขึ้นก่อน “ท่านผู้อาวุโสมีพลังสูงส่ง จะนำตัวศิษย์ของท่านออกไปเองย่อมง่ายกว่าเรา พวกเรายังเอาตัวแทบไม่รอด แล้วจะช่วยได้อย่างไร…”

โม่หยางรู้สึกขัดใจอย่างยิ่ง อีกฝ่ายสามารถเหาะกลางอากาศได้เร็วกว่าพวกเขามาก ยังจะมาขอให้ช่วยอีก หรือชายคนนี้จะเสียสติไปแล้ว?

สัตว์อสูรมีประสาทสัมผัสไวต่อกลิ่นเลือดเป็นพิเศษ หากส่งศิษย์ที่บาดเจ็บให้พวกเขาแบบนี้ ก็เหมือนกับโยนพวกเขาให้เป็นเป้าล่อสัตว์อสูรชัดๆ!

“อย่าเข้าใจผิด หากข้าพานางไป พวกเขาสองคนที่เหลือจะไม่รอดแน่ ข้าจำต้องกลับไปช่วยพวกเขา” ชายวัยกลางคนอธิบายพร้อมหยิบขวดหยกขาวออกมาหลายขวด

“ในนี้คือโอสถรักษาบาดแผล ใช้รักษาอาการบาดเจ็บของนางได้ชั่วคราว หลังจากเราหลบหนีได้แล้วจะรีบตามไปพบพวกท่านโดยเร็วที่สุด!”

จากนั้นเขาก็หยิบป้ายหยกที่สลักคำว่า ‘เสวียนเทียน’ ออกมา แสดงให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา

ผู้อาวุโสสามลังเลเล็กน้อย แม้อีกฝ่ายจะพูดขอร้อง แต่แท้จริงกลับไม่มีทางเลือกใดให้พวกเขาเลย

แต่หากพวกเขาช่วยเหลือ แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนจะต้องติดหนี้บุญคุณสำนักหลิงซวี นับว่าเป็นโอกาสล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง

“เอาเถอะ พวกเรามาจากสำนักหลิงซวี หลังท่านหลบหนีสำเร็จแล้ว จงมาหาเราที่นั่น!” ผู้อาวุโสสามพยักหน้าตกลงในที่สุด

ชายวัยกลางคนรีบวางร่างหญิงสาวลงบนหลังวิหคยักษ์ที่โม่หยางขี่อยู่ เพราะมีซูเฟยเอ๋อร์และสวีซินที่เป็นผู้หญิงอยู่ด้วย จากนั้นเขาก็ส่งโอสถและป้ายหยกให้สองสาว

โม่หยางถึงกับพูดไม่ออก ในใจอยากด่าออกมาสักร้อยรอบ…

เพราะถ้าสัตว์อสูรตามมาจริงๆ เขาย่อมเป็นเป้าหมายแรกแน่นอน!

เขาอยากปฏิเสธ แต่ผู้อาวุโสสามกลับตกลงไปแล้ว…

“ขอบคุณพวกท่านมาก ทุกอย่างขอฝากด้วย!” กล่าวจบ ชายวัยกลางคนก็ทะยานกลับไปยังสนามรบทันที

แสงกระบี่เบื้องหลังยังสว่างเจิดจ้า โม่หยางมองกลับไปแทบมองอะไรไม่เห็น มีแต่แสงแสบตาไปหมด

ทุกคนรีบควบคุมวิหคยักษ์จากไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งห่างออกมาหลายลี้จึงค่อยโล่งอกเมื่อสัตว์อสูรไม่ไล่ตามมา

ระหว่างทาง โม่หยางขมวดคิ้วครุ่นคิด เหตุใดคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนถึงมาปรากฏตัวในป่าหมื่นภูผา แถมยังทำให้สัตว์อสูรคลั่งได้ขนาดนี้?

พวกเขาเข้าไปลึกในป่าอันตรายเช่นนั้นแถมยังพาศิษย์หญิงบาดเจ็บมาด้วย มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่กล้าทำแบบนี้

หากเช่นนั้นแสดงว่าศิษย์หญิงคนนี้ต้องมีฐานะไม่ธรรมดาแน่!

เมื่อหันไปมองดูหญิงสาวที่สลบไสลอยู่ โม่หยางอดชื่นชมไม่ได้ ศิษย์จากสำนักใหญ่ช่างแตกต่างกับคนทั่วไปจริงๆ แม้นางจะใบหน้าซีดเซียวจากบาดแผลเลือดไหลเปรอะเปื้อน ทว่ายังงดงามราวเทพธิดาไม่เสื่อมคลาย

“สาวๆ ที่พบครานี้ล้วนงดงามเหนือผู้คนจริงๆ เห็นแล้วทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก…” โม่หยางบ่นพึมพำ

“นางคงเป็นศิษย์สำคัญของแดนศักดิ์สิทธิ์ เจ้าคิดไม่ซื่ออยู่อย่าได้ฝันไปเลย หากนางฟื้นขึ้นมา เพียงโบกมือเดียวเจ้าก็ตายแล้ว!” สวีซินกล่าวอย่างเย็นชา

โม่หยางคิดอยู่แล้ว แต่เขากลับเริ่มวางแผนในใจ หากเขารักษานางจนหาย อาจเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้วิชาเคล็ดลับจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน และยังอาจได้ข้อมูลเกี่ยวกับจักรพรรดิดาราด้วย!

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ดวงตาของโม่หยางก็ทอประกายเจิดจ้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 41 แดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน

คัดลอกลิงก์แล้ว