เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10  ความลับของเจ้ากับข้า

บทที่ 10  ความลับของเจ้ากับข้า

บทที่ 10  ความลับของเจ้ากับข้า 


ภายในหอคอยหิน โม่หยางพลิกอ่านคัมภีร์วีถีเทพโอสถอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเลือกโอสถชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า โอสถแห่งความเยาว์วัย

โอสถนี้ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อเขาเลย ทว่าเขากลับตั้งใจหลอมมันขึ้นมาเพื่อซูเฟยเอ๋อร์โดยเฉพาะ

พอดีว่าเขามีสมุนไพรที่ใช้หลอมโอสถชนิดนี้อยู่ครบ และที่สำคัญคือ โอสถชนิดนี้ถือเป็นโอสถที่หลอมง่าย อีกทั้งสรรพคุณก็มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจสำหรับสตรี เชื่อแน่ว่าซูเฟยเอ๋อร์ย่อมต้านทานไม่ไหว

คิดไปเขาก็นั่งหัวเราะไปพลางด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย

ด้วยประสบการณ์จากการหลอม โอสถฟอกไขกระดูกครั้งก่อน การหลอมโอสถแห่งความเยาว์วัยจึงง่ายขึ้นมาก

แม้จะล้มเหลวอยู่สองสามครั้ง แต่พอถึงครั้งที่สี่ เขาก็สามารถหลอมสำเร็จ

เม็ดยาที่ได้ออกมาไม่เพียงมีรูปร่างกลมสวยงาม ยังมีสีสันสดใส เงางามไม่หยาบกระด้าง

“เฮอะ! ไม่ว่าเรื่องใดก็ต้องอาศัยประสบการณ์จริง คราวก่อนพลาดนับไม่ถ้วน คราวนี้กลับคล่องมือขึ้นเยอะ!”

โม่หยางถอนหายใจเบาๆ แล้วหยิบโอสถออกจากหอคอย

ซูเฟยเอ๋อร์ไม่มา เขาจึงต้องเป็นฝ่ายไปหาเอง

เขานำโอสถติดตัวออกจากเขามู่ มุ่งหน้าไปยังยอดเขาหลักทันที

ตลอดทางที่เดินผ่าน เขาพบกับศิษย์สำนักหลายคน หลายคนเห็นเขาก็รีบหลีกทาง ไม่กล้าเอ่ยถ้อยคำถากถางเหมือนในอดีตอีกต่อไป

มีศิษย์บางคนที่ไม่เคยล้อเลียนเขามาก่อน กล้าทักทายเขาเบาๆ ซึ่งโม่หยางก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มทุกคน

เมื่อเห็นว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปยังเขาหลัก ศิษย์หลายคนก็เริ่มกระซิบวิพากษ์วิจารณ์กันเสียงเบา

“เขาจะไปที่เขาหลัก? หรือว่าจะไปหาเรื่องศิษย์พี่ฉี?”

“ข้าว่าเขาน่าจะไปหาศิษย์น้องซูมากกว่า หมอนี่มันบ้าบิ่นจริงๆ... คราวก่อนแอบ วันนี้มาโต้งๆ เลยรึ?!”

“เฮอะๆ ถ้าเขากล้าปีนเขาหลักไปจีบสาวจริงๆ ล่ะก็ ข้าเนี่ยนับถือเลย… สมควรเอาเป็นแบบอย่างแห่งยุค!”

……

โม่หยางได้ยินเสียงซุบซิบนินทาจากข้างหลังแล้วก็ได้แต่ถอนใจ เขาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน มุ่งหน้าต่ออย่างเงียบๆ

“โม่หยาง เจ้าขึ้นเขาหลักทำไม?”

ระหว่างทางเขาบังเอิญเจอกับผู้อาวุโสรองที่เห็นเขาแล้วก็ขมวดคิ้วถามอย่างไม่พอใจ

ผู้อาวุโสรองผู้นี้ไม่เคยมีความรู้สึกดีต่อโม่หยาง แม้ผู้อาวุโสสูงสุดจะให้ความสำคัญกับเขาเพียงใด เขาก็ยังไม่เคยทำดีกับโม่หยางแม้สักครั้ง

“ข้าขึ้นเขาหลักไม่ได้รึ?” โม่หยางย้อนกลับเสียงเรียบ

คำถามนั้นทำเอาใบหน้าผู้อาวุโสรองมืดลงทันที เขาอ้ำอึ้งไปครู่หนึ่ง อยากจะด่าก็ไม่กล้าพูดออกมา เพราะยังจำคำสั่งของผู้อาวุโสสูงสุดได้ดีว่าห้ามหาเรื่องโม่หยาง

สุดท้ายจึงได้แต่ฮึดฮัดแล้วสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป

แต่ข่าวที่ว่าโม่หยางขึ้นเขาหลักก็ถูกศิษย์แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครรู้ว่าเขามาทำไม

เมื่อโม่หยางก้าวขึ้นสู่เขาหลัก ศิษย์มากมายก็รออยู่แล้ว ฉีเหิงเองก็มาถึงทันทีหลังรู้ข่าว

เขามองโม่หยางด้วยสายตาเย็นชา เอ่ยเสียงเข้ม “ไม่ทราบว่า ศิษย์น้องโม่มาที่เขาหลักเพื่อจุดประสงค์ใด?”

โม่หยางเห็นใบหน้าที่เคร่งเครียดของฉีเหิงก็แทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว ทว่าเขายังควบคุมสีหน้า พูดเสียงเรียบว่า “ข้ามาหาซูเฟยเอ๋อร์”

ฉีเหิงได้ยินก็ยิ่งหน้าเครียด เงาโทสะฉายขึ้นในดวงตา “เจ้ากล้าดีถึงเพียงนี้ ยังจะคิดทำอะไรอีก?”

โม่หยางขมวดคิ้ว ถอนหายใจตอบกลับ “ข้าจะทำอะไร มันเกี่ยวอะไรกับเจ้า? หรือว่าทุกเรื่องต้องขออนุญาตเจ้าก่อน?”

“เจ้า...!”

ฉีเหิงหน้าดำคล้ำไปอีกขั้น แต่ก็เถียงไม่ออก เพราะความจริงก็คือ... เขาไม่มีสิทธิ์ห้ามโม่หยางเลยแม้แต่น้อย

โม่หยางสะบัดมือด้วยสีหน้ารำคาญ “เจ้าอะไรนักหนา ถอยไปซะ อย่ามาเสียเวลาข้า!”

ฉีเหิงโกรธจนหน้าเขียวหน้าแดงสลับกันไปมา

แต่เขาก็ไม่กล้าเปิดศึกกับโม่หยาง เพราะบาดแผลจากคราวก่อนยังไม่หายดี หากเกิดประมือขึ้นอีกตอนนี้ มีแต่เสียเปรียบซ้ำสอง

ต่อให้สู้สุดแรงเกิดก็ใช่ว่าจะคุ้ม เพราะสิ่งที่จะเสียมีทั้งชื่อเสียงและศักดิ์ศรี

ศิษย์รอบๆ ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใด ทั้งที่ปกติพวกเขายังเกรงฉีเหิงอยู่ไม่น้อย ทว่าในเมื่อโม่หยางกล้าปะทะกับฉีเหิงเช่นนี้ หากใครกล้าออกหน้า คงไม่พ้นเจ็บตัวเปล่า

“ใครกล้ามาก่อเรื่องบนเขาหลัก เห็นข้าไม่มีตัวตนหรือไง!” ยังไม่ทันโม่หยางจะพูดต่อ เสียงของซูเฟยเอ๋อร์ก็ดังลั่นขึ้นก่อน

เมื่อศิษย์ทั้งหลายได้ยินเสียงของนาง ต่างก็ถอยกรูดโดยพร้อมเพรียง

ซูเฟยเอ๋อร์เดินอาดๆ มาดมั่นขึ้นมาด้วยท่าทางแฝงอำนาจ แต่พอเห็นว่าเป็นโม่หยาง ใบหน้านางก็ขมวดคิ้วทันที

“ฮ่าๆ เสี่ยวเฟยเอ๋อร์ ข้าคิดถึงเจ้าพอดี เจ้ามาถึงตรงนี้ได้ก็พอดิบพอดี รู้ใจข้าเกินไปแล้ว!”

โม่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม แถมยังเรียกนางว่าเสี่ยวเฟยเอ๋อร์อย่างสนิทสนม ราวกับคู่รักผูกพันมาแต่ชาติปางก่อน

สีหน้าฉีเหิงมืดมนจนแทบระเบิด เขาจ้องมองโม่หยางอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

ไม่เพียงแต่เขา แม้แต่เหล่าศิษย์ชายที่แอบชอบซูเฟยเอ๋อร์อยู่ก็พากันขบกรามแน่นอย่างข่มความแค้น แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไร

ซูเฟยเอ๋อร์กลับหน้าบึ้งทันที พูดเสียงเย็น “เจ้ากล้าผิดคำพูดรึ?”

โม่หยางทำหน้าเคร่งขรึม กล่าวตอบ “เรื่องนั้นข้ายังรักษาคำพูด แต่ครั้งนี้ข้ามาหาเจ้าเพราะมีเรื่องอื่น คิดว่าเราควรหาที่เงียบๆ คุยกันดีหรือไม่?”

เขากล่าวพลางปรายตามองไปยังฝูงชนโดยรอบ

“ฮึ! มีอะไรก็พูดตรงนี้เลย!” ซูเฟยเอ๋อร์ไม่อยากแยกตัวไปที่ลับตาด้วยเหตุผลหลายอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือ... นางไม่อยากเปิดศึกกับโม่หยาง เพราะต่อให้สู้ก็ไม่มีทางชนะ อีกทั้งผู้อาวุโสสูงสุดและบิดานางยังเอ็นดูโม่หยางเป็นพิเศษ

“เอ่อ... ก็ได้…”

โม่หยางทำท่าครุ่นคิด แล้วหันไปมองฝูงศิษย์โดยรอบก่อนจะตวาดออกมา “มองอะไรนักหนา กลับไปฝึกซะ!”

ทุกคนอึ้งเล็กน้อย แม้จะรู้สึกว่าประโยคนี้หากหลุดจากปากโม่หยางเมื่อก่อนคงกลายเป็นเรื่องขำขัน แต่ตอนนี้… ไม่มีใครกล้าหัวเราะ

ใครๆ ก็รู้ว่าแม้แต่ฉีเหิงยังสู้โม่หยางไม่ได้ แล้วพวกเขาจะเหลืออะไร?

ศิษย์ทุกคนพากันถอยกลับด้วยความเงียบสงบ

แม้แต่ฉีเหิงเองก็ฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเดินหนีออกไปอีกคน

โม่หยางฉวยจังหวะนั้น ขยับตัวเข้าไปใกล้ซูเฟยเอ๋อร์เล็กน้อย พูดเสียงเบา “เสี่ยวเฟยเอ๋อร์ เจ้าพอจะช่วยข้าเอาสมุนไพรมาให้อีกสักรอบได้หรือไม่?”

“เจ้าต้องการสมุนไพรอีกแล้วรึ?” ซูเฟยเอ๋อร์ถึงกับถอยหนึ่งก้าว สีหน้ากลายเป็นระแวดระวังทันที นางจ้องโม่หยางด้วยคิ้วขมวดแน่น

นางเองก็สงสัยตั้งแต่คราวก่อนแล้วว่าโม่หยางต้องการสมุนไพรไปทำอะไร คราวนี้ผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็มาขออีก?

“นี่คือโอสถแห่งความเยาว์วัย  สรรพคุณเสริมความงาม บำรุงผิวพรรณ สตรีที่ได้กินเข้าไป เปรียบได้กับฟื้นคืนวัยสาวไม่รู้จบ ยังมีคุณประโยชน์อื่นอีกมากมาย…”

โม่หยางกล่าวพลางหยิบเม็ดยาเม็ดหนึ่งออกมา เป็นโอสถที่เขาหลอมไว้แล้ว

ทันทีที่ซูเฟยเอ๋อร์ได้ยิน ใบหน้านางก็แปรเปลี่ยนไปในทันที ดวงตาจับจ้องเม็ดยาที่อยู่บนฝ่ามือโม่หยาง แล้วเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าหลอมโอสถได้จริงรึ?!”

สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว โอสถคือของล้ำค่า แม้นางจะเคยได้ยินมาก่อน แต่ไม่เคยมีใครในสำนักหลิงซวีที่สามารถหลอมโอสถได้เลย ทุกคนต้องซื้อจากภายนอกด้วยราคามหาศาลเท่านั้น

และตอนนี้ เมื่อนึกถึงพลังที่โม่หยางเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตลอดช่วงที่ผ่านมา นางก็เริ่มเชื่อว่าคำอธิบายนี้สมเหตุสมผลที่สุด

รวมถึงคำถามที่นางติดใจเรื่องสมุนไพรครั้งก่อน… ก็มีคำตอบแล้วเช่นกัน

“แค่โชคดีได้เรียนรู้นิดหน่อยเท่านั้น หากเสี่ยวเฟยเอ๋อร์คิดจะร่วมมือ ก็ขอให้รักษาความลับให้ข้าด้วย!”

ซูเฟยเอ๋อร์มองเขาด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนจะเอื้อมมือหมายจะหยิบโอสถ แต่โม่หยางก็ไวกว่า รีบชักมือกลับทันที

“โม่หยาง เจ้ากำลังจะทำอะไรอีก?”

โม่หยางยิ้มกว้าง “หากเจ้าตกลงร่วมมือ เราจะเป็นหุ้นส่วนกัน เจ้าจัดหาสมุนไพรมาให้ ข้าหลอมโอสถให้ แล้วค่อยแบ่งกันตามเหมาะสม... แต่ทั้งหมดนี้ ต้องเป็นความลับระหว่างเรา ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด!”

จบบทที่ บทที่ 10  ความลับของเจ้ากับข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว