- หน้าแรก
- เซียนเนิร์ดทะลุมิติ
- [เซียนเนร์ด]_บทที่5_ข้าชอบเต่ามากเป็นพิเศษ!
[เซียนเนร์ด]_บทที่5_ข้าชอบเต่ามากเป็นพิเศษ!
[เซียนเนร์ด]_บทที่5_ข้าชอบเต่ามากเป็นพิเศษ!
บทที่ 5 - ข้าชอบเต่ามากเป็นพิเศษ!
“นี่หนุ่มน้อยยังวนเวียนอยู่ที่นี่เพราะมองหาวิชาบำเพ็ญเพียรใหม่ๆ อยู่หรือ?” ผู้อาวุโสผู้ดูแลตำราเอ่ยถาม พลางยิ้มอย่างอ่อนโยนบนใบหน้า
เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์นับตั้งแต่ฉันเริ่มฝึกฝนก้าววัวคลั่งแม้กระนั้น ฉันก็ยังยึดถือเป็นกิจวัตรที่จะมาเยือนหอคัมภีร์ทุกวัน ซึมซับศาสตร์ความรู้จากตำราต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่การฝึกฝนประจำวันแม้การฝึกวิชาระดับสามัญมากมายนั้นจะเป็นการสิ้นเปลืองเวลา แต่การอ่านศึกษาไม่ได้ทำให้เสียเวลามากนักแถมยังเป็นการให้ร่างกายและจิตใจได้หยุดพักไปในตัว
ใครจะรู้เล่าบางทีความรู้เรื่องวิชาระดับสามัญเหล่านี้ อาจช่วยชีวิตฉันไว้ในวันที่ต้องประมือกับผู้ที่ใช้มันก็เป็นได้
ความก้าวหน้าในการฝึกฝนก้าววัวคลั่งเป็นไปอย่างน่าพึงพอใจตามคาด ทว่าสิ่งที่ทำให้โลหิตฉันร้อนพล่าน กลับเป็นความท้าทายในการควบคุมและหาวิธีรับมือกับท่วงท่าที่ตรงไปตรงมานั้น อย่างไรก็ดีฉันยังคงรับผลสะท้อนกลับของมันได้ไม่ดีนัก ฉันใช้มันได้ไม่เกินสามครั้งต่อวันและแม้แต่ครั้งที่สามก็ยังส่งผลต่อร่างกายฉันถึงขีดจำกัด ทำให้ฉันเดินแทบไม่ไหวอยู่นานหลายชั่วยาม
กระนั้นฉันก็ไม่ได้ปริปากบ่นถือว่าเป็นการฝึกขาที่ดี แต่เว้นว่าฉันจะสามารถบรรลุขอบเขตหลอมกายแปดดาวหรือเก้าดาวอย่างปาฏิหาริย์ ขีดจำกัดนี้ก็คงไม่มีทางเปลี่ยนแปลง
“ข้ากำลังค้นหาวิชาที่เน้นการป้องกัน วิชาที่สามารถรับมือทั้งแรงกระแทกจากภายนอกและแรงสั่นสะเทือนจากภายใน” ฉันกล่าว ผู้อาวุโสผู้ดูแลตำราพยักหน้าเบา ๆ โดยไม่ได้กล่าวเสริมสิ่งใด
ฉันไม่ได้รู้สึกเสียขวัญที่เขาไม่ได้ให้คำชี้แนะใด ๆ เพราะที่จริงแล้ว ฉันสนิทสนมกับชายชราคนกวาดลานมากกว่าเสียอีก
ศิษย์บางคนลอบมองมายังฉันด้วยสายตาแปลกประหลาดยามที่ฉันพูดคุยกับผู้อาวุโสผู้ดูแลตำรา เมื่อฉันปฏิบัติดีกับคนของศาลาอาหาร พวกเขาไม่ใส่ใจนักเพราะมองว่าพวกนั้นเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ในสายตาพวกเขา ฉันคงดูเป็นตัวตลกที่เสียเวลาคุยกับคนรับใช แต่การผูกสัมพันธ์กับผู้อาวุโสผู้ดูแลตำรานั้นเป็นอีกเรื่องนึงโดยสิ้นเชิง บุรุษผู้นี้คือหนึ่งในผู้อาวุโสของสำนัก ผู้เฝ้ารักษาวิชาเอาไว้มากมาย หากใครได้สนิทสนมกับเขา ก็อาจใช้ความสัมพันธ์นี้ขอสิทธิพิเศษบางอย่างได้
ด้วยเหตุนี้เอง ผู้อาวุโสผู้นี้จึงมักเปิดใจให้เข้าหาได้มากกว่าในช่วงเวลาที่ศิษย์คนอื่นไม่ได้แวะเวียนเข้ามา
“ดูสิว่าแมวตัวไหนลากเจ้ามาอีกแล้ว” เสียงแหบพร่าพร้อมอารมณ์ขันของชายชราคนกวาดลานดังขึ้น เขายืนอยู่ข้างฉันโดยไม่รู้ตัวที่ฉันไม่รู้ตัว
ฉันเหลือบมองไปยังประตูหน้าตำหนัก ไม่ได้มีผู้ใดเข้ามาเลยสักคนแล้วเขาเข้ามาเมื่อใดกัน?
“ท่านมาจากที่ใดกัน?” ฉันกระซิบถามด้วยความระแวง
หากชายชราผู้นี้มีพลังการบำเพ็ญเพียรที่ซ่อนเร้นไว้จริง เขาก็ช่างเก่งกาจในการปกปิดเสียเหลือเกิน อีกทั้งเขายังดูไม่ใส่ใจต่อพิธีการ หรือคำพูดสวยหรูที่ผู้คนมักใช้เอาใจผู้อาวุโส
“ชั้นสอง” เขาตอบเรียบ ๆ พลางส่ายไม้กวาดประจำกายไปมา “ต้องทำความสะอาดข้างบนนั้นด้วย”
ผู้อาวุโสผู้ดูแลตำราหัวเราะเบา ๆ กลบเกลื่อนเป็นเสียงไอ เพื่อไม่ให้ศิษย์อีกครึ่งโหลในตำหนักหันมาสนใจ
เหตุใดกันฉันจึงรู้สึกราวกับว่าตนเองตกอยู่ในเรื่องขบขันของผู้สูงวัยสองคนนี้?
***
ซินหม่าเลื่อนแว่นออกจากสันจมูก สายตาจับจ้องไปยังแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่กำลังจากไป เขาค่อยๆ ใช้ชายผ้าเช็ดเลนส์แว่น ก่อนจะเหลือบมองไปยังชายชราเคราแพะผู้ถูกขนานนามว่า "เฒ่าเคราแพะหัวดื้อ" ซานซา สีหน้าของเขาค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
เขาอยากจะสอบถามซานซาทันที ทว่าก็ต้องระงับอารมณ์ไว้เหล่าศิษย์บางคนยังคงเร่ร่อนอยู่ในหอคัมภีร์
หลายชั่วยามล่วงเลยไปแสงตะวันลาลับขอบฟ้า ศิษย์ทั้งหมดทยอยจากไปจนเหลือตำหนักว่างเปล่า เหลือเพียงซานซาที่ขึ้นไปชั้นสองเพื่อเติมชาเท่านั้น
“หนังสือจากชั้นสองเล่มนึงมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร?” ซินหม่าถามเสียงเรียบ
“เจ้าพูดถึงเรื่องอะไรหรือ?” ซานซาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ มือข้างหนึ่งลูบเคราแพะอย่างเฉื่อยชา
“ข้าเห็นหนังสือที่เด็กคนนั้นถืออยู่ มันไม่ใช่หนังสือของชั้นหนึ่ง เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่หรืออย่างไร เพื่อนเก่า?” ซินหม่ากดเสียงต่ำ “สิ่งที่เจ้าทำถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของหอคัมภีร์ที่ข้ารับผิดชอบ เจ้าจะยอมเอามิตรภาพของเรามาแลกกับสิ่งนี้เชียวหรือ?”
ซานซาสบตากับซานซา สีหน้าดื้อรั้นอย่างที่สมญานาม "เฒ่าเคราแพะหัวดื้อ" บ่งบอก “ข้าเป็นเพียงคนแก่ผู้หลงๆ ลืมๆ เท่านั้นเอง”
“หลงลืมถึงขั้นทำหนังสือหล่นจากชั้นสองมาชั้นหนึ่งเลยรึ?” ซินหม่ายกคิ้วพลางถามอย่างไม่เชื่อ “เจ้าได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปแค่เติมชาเท่านั้น เจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องหนังสือบนชั้นสองด้วยซ้ำ”
บุคคลธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงหนังสือบนชั้นสองได้หากไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ แม้ซานซาจะดูเป็นชายแก่ขี้บ่น แต่เขาก็เคยเป็นผู้ที่ไว้ใจได้มาโดยตลอดและไม่เคยแสดงพฤติกรรมฝ่าฝืนเช่นนี้มาก่อน
แต่ครั้งนี้ การกระทำของเขา...อาจแลกมาด้วยชีวิต
ในส่วนของเด็กหนุ่มนั้น ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลนั เพราะมีบันทึกว่าเคยเกิดเหตุศิษย์พบคัมภีร์ผิดชั้นมาแล้ว ศิษย์ที่พบสามารถฝึกจากคัมภีร์นั้นได้จนกว่าจะถูกนำกลับไปเก็บไว้ที่เดิม นี่คือระเบียบที่ตำหนักอนุญาตให้ดำเนินไปได้ตามครรลอง
แต่สำหรับซานซา หากเรื่องนี้ถูกเปิดโปงโทษของเขาอาจรุนแรงถึงขั้นชีวิต
"หากหอพิพากษาตัดสินให้ข้าต้องตายก็ช่างเถอะ ข้าเองก็เหลืออายุอยู่ไม่กี่ปีแล้ว" ซานซากล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน เท่ากับยอมรับผิดโดยดื้อ ๆ
ซินหม่าสวมแว่นกลับไปช้า ๆ “ด้วยไมตรีอันยาวนาน ข้าจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ แต่เจ้าต้องเข้าใจว่านี่ได้บั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างเรา หากเจ้ากระทำผิดเช่นนี้อีก ข้าจะเป็นคนแรกที่ไปยื่นเรื่องขอให้ลงโทษเจ้าสูงสุด”
“ขอบคุณฟ้าดิน! ผลออกมาไม่เลวร้ายอย่างที่ข้าคิดไว้ ข้ายังไม่อยากส่งวิญญาณคืนปรโลกในตอนนี้หรอกนะ” ซานซาเป่าลมหายใจออกมาพร้อมเอนตัวกลับนั่งบนเก้าอี้อย่างโล่งอก
ดูเหมือนความกล้าหาญของเขาก่อนหน้านี้ แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้น
"และเพื่อความชัดเจน ข้าทิ้งหนังสือไว้ให้เด็กนั่นเจอเอง ข้าไม่ได้ยื่นให้เขาโดยตรง หากเขาไม่สังเกตเห็น ข้าก็จะไม่พูดถึง มันก็จะวางไว้อยู่อย่างนั้น รอให้ใครคนอื่นมาเจอ" ซานซาอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"อ่า ใช่เจ้าซ่อนไว้ในโซนที่รวมตำราวิชาป้องกันระดับสามัญไว้แทบทั้งหมด แต่เจ้ากำลังหวังว่าเด็กหนุ่มผู้ที่ทบทวนทุกสิ่งอย่างรอบคอบ และไม่ปล่อยผ่านสิ่งใดเพียงเพราะชื่อฟังดูไม่น่าสนใจ จะมองข้ามหนังสือนั้นงั้นหรือ?" ซินหม่าถอนหายใจ "พูดตามตรง เจ้าก็เหมือนวางคัมภีร์นั้นบนถาดทองแล้วยื่นให้เขานั่นแหละ เจ้าเองก็รู้ดีว่าเขาต้องเจอมันแน่"
ซานซายักไหล่เบา ๆ โดยไม่คิดจะแก้ต่าง "มันจะช่วยให้เขาได้เปรียบในการตามทันพวกที่เกิดมามีต้นทุนมากกว่า เขาเป็นเด็กดีและมันน่าเสียดายหากเขาจะต้องล้าหลังเพียงเพราะไม่ใช่คนจากสายเลือดของสำนักตะวันเพลิง"
"เขามีตระกูลของตนเอง อย่าลืมสิ เขาไม่ได้เป็นมนุษย์ธรรมดาที่ยากจนไร้รากเหง้า" ซินหม่าตอบเสียงเย็น
"ใช่ แต่ข้าก็เลือกช่วยเขาอยู่ดี" ซานซาจิบชาเบา ๆ "จงมองว่านี่เป็นเพียงโชคดีของเด็กคนนึงเถิด"
"โชคดีที่ไม่มีโชคอยู่ในนั้นเลย" ซินหม่าตัดบท
ซานซาขยับไหล่อีกครั้งแล้วจิบชาลงคออึกนึง ซินหม่าถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะสามารถคว้าหัวใจของเพื่อนเก่าของเขาไปได้ เพียงแค่ยื่นชาถ้วยหนึ่งให้ทั้งที่ชาฟรีมีให้เติมอยู่บนชั้นสองของหอคัมภีร์
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซานซาถึงไม่ได้ก้าวหน้าในการบำเพ็ญเพียร เขาเป็นคนที่มีอารมณ์นำเหตุผลมากเกินไปในสายตาของซินหม่า ทว่านั่นก็เป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้ซินหม่าชอบใช้เวลาพูดคุยกับซานซา และยอมให้อภัยเขาในครั้งนี้ เพราะในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหลายมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่ยังคงเป็นความมนุษย์ได้อย่างซานซา
***
ฉันยืนอยู่เหนือโขดหินกลางผืนพงไพร สายตาจดจ่อแน่วแน่อยู่กับเคล็ดวิชาใหม่ที่เพิ่งได้รับมา — วิชาตั้งรับที่แฝงด้วยความลี้ลับน่าค้นหา
วิชาระดับเช่นนี้…เหตุใดจึงไปปรากฏอยู่บนชั้นแรกของหอคัมภีร์ได้? ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ราวกับโชคชะตาเมตตาฉันเป็นครั้งแรกในชาติที่สองของฉันในภพนี้
เปรียบไปก็ไม่ต่างจากสวรรค์โปรยโชคใหญ่ลงมาให้!
แม้จะจัดอยู่ในระดับ "มนุษย์" แต่วิชา เกราะกระดองเต่าทองคำ นี้กลับเหนือชั้นกว่าวิชาทั้งหมดที่ฉันเคยเห็นบนชั้นแรก มันคือเคล็ดวิชาตั้งรับเชิงรับแบบเรื่อย ๆ ที่ค่อย ๆ เสริมแกร่งร่างกายให้แกร่งกล้ายิ่งขึ้นเรื่อย ๆ แก้จุดอ่อนที่ฉันเผชิญอยู่ได้อย่างพอเหมาะพอดี
ที่ผ่านมาฉันพยายามฝึกใช้วิชาสามแขนงพร้อมกัน ทั้งก้าววัวคลั่ง กับหมัดเขี้ยวทะลวง ซึ่งเป็นเรื่องยากยิ่ง เพราะแต่ละวิชานั้นกินแรงและสร้างความเสียหายแก่ร่างกายโดยเฉพาะกับขาและกล้ามเนื้อ
แต่เกราะกระดองเต่าทองคำเป็นวิชาแบบติดตัว เมื่อฝึกจนเชี่ยวชาญจะทำให้ร่างกายของฉันทนทานขึ้นอย่างถาวร สามารถลดแรงกระแทกและอาการบาดเจ็บจากการใช้สองวิชานั้นลงได้
อย่างไรก็ดี วิชานี้มีเงื่อนไขประหลาดอยู่ประการหนึ่งที่ฉันไม่อาจมองข้าม
“ข้าจำเป็นต้องมีเต่าหนึ่งตัว…”
ปัญหาคือเต่ามิใช่สิ่งที่จะหาซื้อได้โดยง่ายในตลาดของสำนัก แม้สถานที่แห่งนั้นจะคลาคล่ำไปด้วยสมุนไพรสวรรค์ เศษซากแห่งอสูรวิญญาณ หรือแม้แต่อวัยวะสัตว์อสูรล้ำค่าและโอสถชั้นยอด ทว่าในบรรดาของล้ำเลิศเหล่านั้นกลับไร้ซึ่งสิ่งที่ฉันปรารถนาแม้เพียงชิ้นเดียว
และนี่คงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันรู้สึกว่าการที่ตลาดของสำนักเน้นขายเพียงของเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียรนั้นช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย
ยิ่งไปกว่านั้นภายในอาณาเขตของสำนักแทบไม่มีสัตว์ธรรมชาติหลงเหลืออยู่เลย ด้วยความหวาดกลัวว่าสัตว์เหล่านั้นอาจวิวัฒนาการกลายเป็นอสูรอำมหิต สำนักจึงได้ขับไล่และกวาดล้างพวกมันจนเกือบหมดสิ้น
เมื่อความจริงข้อนี้กระจ่างแจ้ง เป้าหมายต่อไปของฉันก็ปรากฏขึ้นทันที
ฉันต้องออกเดินทางไปยังเมืองมนุษย์ที่อยู่ไม่ไกลจากสำนัก เพื่อไปซื้อเต่าสักตัวกลับมาให้จงได้!