เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 79: มีเพียงแค่ต้องคุกเข่าเท่านั้น!

ตอนที่ 79: มีเพียงแค่ต้องคุกเข่าเท่านั้น!

ตอนที่ 79: มีเพียงแค่ต้องคุกเข่าเท่านั้น!


“เจ้านิกายกู่ซู สง่างามมาก!”

เมื่อทุกคนเงียบ เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่ประตู

บุรุษคนหนึ่งในเสื้อคลุมสีแดงโลหิต ได้เดินเข้ามาในประตูภายใต้สายตาจดจ้องมองของทุกคน

“เขาคือเจ้านิกายซิวลี่!,ซั่งเฟิง”

ผู้คนรอบ ๆ ที่รู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาทันที.

นิกายซิวลี่ของซั่งเฟิง และนิกายเฟิงฉีของกู่ซูจิง อยู่ เป็นสองนิกายใหญ่ที่รองลงมา ตามหลังนิกายโหยวลั่ว.

มีผู้ฝึกตนปิศาจหลายแสนคนภายใต้นิกายดังกล่าว และเต็มไปด้วยผู้มีความสามารถ.

กล่าวได้ว่าหลังจากนิกายโหยวลั่วหายไป ทั้งสองนิกายก็คว้าตำแหน่งนิกายที่แข็งแกร่งที่สุดไปในทันที.

ไม่น่าแปลกใจ หลังจากกู่ซูจิงปรากฏ ไม่นานหลังจากนั้นซั่งเฟิงก็ตามมา

เมื่อเอ่ยถึงความแค้นระหว่างสองนิกาย ซึ่งมีมาตั้งแต่ก่อตั้งนิกายซิวลี่และนิกายเฟิงฉีแล้ว.

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจหากซั่งเฟิงจะกล่าวเยาะเย้ย กู่ซูจิงในทันที.

กู่ซูจิงจ้องมองซั่งเฟยด้วยสายตาเย็นชา“เจ้านิกายซั่ง เจ้าต้องการแข่งขันกับข้าอย่างงั้นรึ?”

ซั่งเฟิงกล่าวเย้ย“ถูกต้อง หากเจ้าต้องการเป็นผู้นำยุทธภพอาณาจักรหมื่นปิศาจ เจ้าต้องถามข้าก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่?”

“ชิ วาจาใหญ่โต!”ในเวลานั้นพระจันทร์ปิศาจที่กลางหน้าผากของกู่ซูจิงก็ฉายแสงที่น่าเกรงขามออกมา.

ทันใดนั้น เจตนาสังหารอันน่าสะพรึงกลัวก็ปกคลุมทั่วทั้งภูเขาปีศาจศักดิ์สิทธิ์.

ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็สั่นสะท้านไปตาม ๆ กัน.

ซั่งเฟิงยังคงจ้องมองใบหน้าของกู่ซูจิงโดยที่ไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงใด ๆ.

แก่นแท้ทั่วร่างกายของเขาแผ่แสงสีดำที่ลึกล้ำไร้ขอบเขตออกมา“ให้ข้าได้เห็นว่า อาคมเวทเทียนเช่อ เป็นเช่นไร!”

หลังจากเอ่ยจบ มือขวาของเขาก็ดึงดาบวิเศษไป๋จางออกมาและฟันมันออกไป ปล่อยรัศมีที่ดุร้ายพุ่งออกไป.

เมื่อทุกคนเห็นสิ่งนี้ ก็พากันหวาดกลัว

ซั่งเฟิงมีชื่อเสียงที่สุดในฐานะ“ดาบผ่าปิศาจเสวียนจื่อ”

มีข่าวลือว่าพลังฟันของเขานั้นสามารถเฉือนมิติได้ถึงหนึ่งลี้.

เมื่อเห็นภาพดังกล่าว ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าสมกับชื่อเสียงจริง ๆ!

กู่ซูจิงไม่กล้าประมาทเช่นกัน กระตุ้นแก่นแท้ใช้พลังทั้งหมด พร้อมกับสร้างเขตแดนเวทขึ้นมาทันที.

เมื่อเขตแดนเวทถูกสร้างขึ้น ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นมาทันทีเช่นกัน ก่อนจะฟันกระบี่วิเศษออกไปเช่นกัน.

บูม! - -

กระบี่วิเศษที่ทรงพลัง เข้าปะทะกับปราณดาบของซั่งเฟิงโดยตรง ทำให้ซั่งเฟิงถึงกับถอยออกไปหลายสิบก้าว.

ในเวลานี้มือขวาของซั่งเฟิงที่สั่นไปมาอย่างรุนแรง และมีโลหิตไหลออกมาที่มุมปากของเขา.

“เจ้าไม่แม้แต่ป้องกันการโจมตีของข้าได้!”กู่ซูจิงที่เผยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ.

ซั่งเฟิงแค่นเสียง“เจ้านับว่าแข็งแกร่งมาก ดังนั้นข้าจึงไม่อาจรับมือได้ ทว่าคนที่จะรับมือกับเจ้าจริง ๆ ก็คือ บรรพบุรุษของพวกเราต่างหาก!”

หลังจากเอ่ยจบ ลำแสงโลหิตก็ล่วงหล่นตกลงมาจากบนท้องฟ้า

ปรากฏเป็นชายชราผมแดงแซมและมีกลิ่นคาวโลหิตฟุ้งกระจายไปทั่ว.

เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้น เหล่าผู้ฝึกตนปิศาจกว่าหนึ่งแสนคนก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที.

บรรพบุรุษโลหิต!

ผู้ก่อตั้งนิกายซิ่วลี่ มีฐานบ่มเพาะกว่า 56,000 ปี ตามข่าวลือ บรรพบุรุษนิกายซิ่วลี่นั้นไม่ได้เพิ่มพลังบ่มเพาะไปจนถึงจนถึงขอบเขตจ้าววิญญาณขั้นสูงสุด ทว่าเขานั้นยังเป็นผู้เชี่ยวชาญอาคมต่าง ๆ มากมาย.

และเวทที่เขาเชี่ยวชาญและทรงพลังที่สุดก็คือ “อาคมดูดซับโลหิต!”

นี่คืออาคมที่บังคับดูดโลหิตออกมาจากร่างศัตรูทำให้กลายเป็นศพแห้ง.

ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นอาคมดังกล่าวนี้ทรงพลังสามารถต่อสู้ข้ามอาณาจักรบ่มเพาะได้ด้วย.

กล่าวอีกนัยหนึ่ง แม้แต่ขอบเขตเสมือนจักรพรรดิ หากถูกอาคมดูดซับโลหิตของเขาแล้ว เกรงว่าคงจะโชคร้ายมากกว่าโชคดี.

เมื่อเห็นการปรากฏตัวของบรรพบุรุษซิ่วลี่ ท่าทางของกู่ซูจิง ก็เผยท่าทางเย็นยะเยือบขึ้นมาทันที.

บรรพบุรุษซิ่วลี่นั้นแข็งแกร่งมาก ก่อนหน้านี้ซุ่มซ่อนตัวอยู่แล้วปล่อยให้ซั่งเฟิงมาลองเชิงสู้กับเขาก่อนอย่างงั้นรึ?

นี่ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นว่าบรรพบุรุษซิ่วลี่ไม่เพียงแค่แข็งแกร่ง ทว่ายังระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก.

นับตั้งแต่เขาปรากฏตัวขึ้น แสดงว่าต้องเข้าใจมองเห็นจุดอ่อนของเขาแล้ว.

เมื่อคิดได้ดังนั้น กู่ซูจิงก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งเหงื่อที่เย็นยะเยือบออกมาอีกสองสามหยด.

“ทารกน้อยกู่ซู หากเจ้ายินยอมนำนิกายเฟิงฉีเข้าภัคดีต่อนิกายซิ่วลี่ ข้าสามารถไว้ชีวิตให้กับเจ้าได้.”

บรรพบุรุษซิ่วลี่ที่เต็มไปด้วยความอหังการเป็นอย่างมาก.

ภายใต้การสะกดข่มของเขา ไม่เพียงแค่กู่ซูจิงเท่านั้น แม้แต่ผู้คนรอบ ๆ ยังสัมผัสได้ถึงความตายด้วยเช่นกัน.

อย่างไรก็ตาม กู่ซูจิงก็เป็นคนที่หยิ่งผยองเช่นกัน เขาจะทำเรื่องน่าอับอายเช่นนั้นได้อย่างไร?

เขาคำรามลั่น“บรรพบุรุษโลหิต แม้นว่าเจ้าจะเหนือกว่าข้า แต่อย่าคิดว่าจะจัดการข้าได้ง่าย ๆ!”

เขาที่ใช้พลังแก่นแท้ไปจนถึงขีดสุด เขตแดนอาคมเวทของเขาที่ระเบิดออกมาหลายสิบครั้ง แม้แต่เริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเสมือนจักรพรรดิของเขาได้แล้ว.

บรรพบุรุษซิวลี่เผยยิ้ม“เสมือนจักรพรรดิแล้วอย่างไร ข้าก็ยังสามารถสังหารเจ้าได้!”

ซั่งเฟิงกล่าวเยาะเย้ยและเอ่ยออกมาว่า "หลังจากที่บรรพบุรุษสังหารเจ้าแล้ว นิกายเฟิงฉีก็จะถูกวาดล้างออกไป จากอาณาจักรหมื่นปิศาจ"

เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งนี้ แผ่นหลังของพวกเขาก็รู้สึกหนาวสั่น

ดูเหมือนว่าไม่เพียงแค่จะมีการต่อสู้ ทว่าโลกยุทธของอาณาจักรปิศาจเกรงว่าคงจะประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นกัน.

ในเวลานั้น ร่าง ๆ หนึ่งก็เร่งรีบก้าวเข้ามา.

ซั่งเฟิงหันหน้ากลับไป พบว่าเป็นอู๋ถิง อาวุโสใหญ่นิกายของเขานั่นเอง.

“บรรพบุรุษ ผู้นำนิกาย โปรดเลื่อนการโจมตีนิกายเฟิงฉีไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายโดยไม่จำเป็น”อู๋ถิงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง.

บรรรพบุรุษซิวลี่และซั่งเฟิง ขมวดคิ้วปมา“เกิดอะไรขึ้น?”

อู๋ถิงเอ่ยออกมาทันที“ข้าเพิ่งได้รับข่าวสำคัญ มียอดฝีมือที่ไม่รู้จักช่วยเหลือธิดาศักดิ์สิทธิ์นิกายโหยวลั่ว!”

“อาวุโสอู๋จินเทาแดนศักดิ์สิทธิ์โหลวหยาง ถูกบดขยี้เพียงการโจมตีเดียว และคนที่เหลือที่มาพร้อมกับพวกเขาร้อยคน ทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์จิ่วโหยวและแดนศักดิ์สิทธิ์หานซิ่วล้วนตกตายกันไปทั้งหมด!”

“ในเวลานี้เซิ่งจู่แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม ต่างก็พยายามอย่างดีที่สุดที่จะติดตามร่องรอยของยอดฝีมือคนนั้น!”

แฮก ๆ~

คำพูดดังกล่าวทำให้ทุกคนหายใจไม่ทั่วท้อง.

กู่ซู่จิง ซั่งเฟิง แม้แต่บรรพบุรุษโลหิตล้วนตื่นตะลึง!

แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามที่มีชื่อก้องไปทั่วโลกยุทธภพ แม้แต่อาณาจักรหมื่นปิศาจก็ยังได้ยินเช่นกัน.

พวกเขามีทักษะอาคมและวิชาต้องห้ามมากมาย ยืนหยัดมานับล้านปีแล้ว ไม่จำเป็นต้องบอกว่าพวกเขาแข็งแกร่งขนาดไหน.

กระทั่งเซิ่งจู่ทั้งสามยังหวาดกลัว ไต่ถามค้นหายอดฝีมือผู้นั้น แล้วยอดฝีมือผู้นั้นต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?

ทันใดนั้นบรรพบุรุษโลหิตก็ครุ่นคิดทันที.

เซิ่งจู่ จูเทียนหยูของแดนศักดิ์สิทธิ์โหลวหยางนั้น เป็นผู้ฝึกตนปิศาจที่มีความสามารถ และมีชื่อเสียงในการฝึกฝนวิชาจิตวิญญาณ.

แม้แต่เขาก็ยังหวาดกลัวอย่างงั้นรึ?

นี่แสดงว่าคนที่ช่วยธิดาศักดิ์สิทธิ์โหลวลั่วนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะมีพลังจิตวิญญาณระดับจักรพรรดิ.

หากเป็นเช่นนี้ ก็กล่าวได้ว่าแม้แต่บรรพบุรุษโลหิต ก็มีแต่ต้องคุกเข่าให้กับคนผู้นี้.

“แย่แล้ว นิกายโหยวลั่วมีต้นไม้ใหญ่เทียมฟ้าเสียแล้ว!”

“ไม่รู้ว่าผู้ศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นใคร แข็งแกร่งขนาดนั้นเลยรึ?”

“ดูเหมือนว่าผู้ชนะวันนี้อาจไม่ใช่ทั้งนิกายเฟิงฉีและนิกายซิ่วลี่ แต่ยังคงเป็นนิกายโหยวลั่ว!”

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยอารมณ์

หากมีผู้มีอำนาจที่น่าเกรงขามช่วยเหลือธิดาศักดิ์สิทธิ์โหยวลั่ว ใครจะมีคุณสมบัติต่อสู้กับนางกัน?

ใครยังกล้าต่อต้านนาง?

ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงของเด็กน้อยน่ารักส่งเสียงดังขึ้นมาจากด้านนอก.

ทุกคนหันไปมองที่ประตู

บุรุษในชุดขาว พร้อมกับตุ๊กตาน้อยน่ารักสี่ร่าง พร้อมกับสาวงามในชุดสีน้ำเงินที่มีรอยแผลไปทั่วร่าง

คนที่รู้จักต่างก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา“สตรีในชุดน้ำเงิน ก็คือ ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของนิกายโหยวลั่ว!”

หวึ่ง ๆ!

ผู้คนทั้งหมดหันไปมองหลินซวนที่อยู่ข้าง ๆ เซียวเย่หราน และเอ่ยอุทานเป็นระยะ ๆ

“เมื่อธิดาศักดิ์สิทธิ์นิกายโหยวลั่วปรากฏ ไม่ได้หมายความว่าบุรุษในชุดขาวข้าง ๆ นางก็คือคนจัดการอาวุโสของแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามหรอกรึ?”

“ท่าทางลักษณะของบุรุษชุดขาวดูพิเศษมาก จะต้องมีภูมิหลังที่ยอดเยี่ยมแน่นอน.”

“ใช่! การที่สามารถเดินทางร่วมกับธิดาศักดิ์สิทธินิกายโหยวลั่วได้ ต้องไม่เป็นคนธรรมดาอยู่แล้ว!”

โดยไม่ได้สนใจการพูดคุยของผู้คนรอบ ๆ บรรพบุรุษซิวลี่หรี่ตาจ้องมองหลินซวนเงียบ ๆ พักหนึ่ง.

เขาตัดสินใจว่าต้องเข้าใจตัวตนของหลินซวนก่อน ค่อยวางแผนต่อไป.

เขาเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไป พร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“ผู้ยอดเยี่ยม ไม่รู้ว่ามาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ใดของแดนอมตะเก้าสวรรค์อย่างงั้นรึ?”

เมื่อไม่พบว่าอีกฝ่ายมีพลังปิศาจ หลินซวนก็คาดเดาว่าอีกฝ่ายควรมาจากแดนอมตะเก้าสวรรค์.

เซียวเย่หรานที่อยู่ข้าง ๆ เต็มไปด้วยความชื่นชมและเคารพ นางเป็นคนเอ่ยออกมาแทน“นี่คือพระสวามีของจักรพรรดินิเป่ยเสวียนเทียน.”

“กลายเป็นจักรพรรดิเป่ยเสวียนเทียนนี่เอง!”

ในเวลานี้ บรรพบุรุษโลหิตและคนอื่น ๆ ต่างก็เผยความหวาดกลัวอย่างแท้จริงออกมา.

จบบทที่ ตอนที่ 79: มีเพียงแค่ต้องคุกเข่าเท่านั้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว