เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 แดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราไม่สามารถทำให้เขาขุ่นเคืองได้!

บทที่ 78 แดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราไม่สามารถทำให้เขาขุ่นเคืองได้!

บทที่ 78 แดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราไม่สามารถทำให้เขาขุ่นเคืองได้!


“ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันเถอะ” หลินซวนกล่าว

ก่อนที่จะมาถึงอาณาจักรหมื่นปีศาจ เขาต้องการพาเด็ก ๆ ไปที่พระราชวังปีศาจเพื่อเล่นอยู่แล้ว

เนื่องจากการชุมนุมยุทธอยู่ที่ภูเขาปิศาจศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่กใกล้เมืองหลวง เช่นนั้นก็แวะไปก่อนก็ไม่มีปัญหา

“ตกลง! ข้าจะนำทางให้ท่าน!”

เซียวเย่หรานเอ่ยออกมาทันที รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมติดตามตี้ฟู่!

หลินซวนพยักหน้าเล็กน้อย

ข้อดีอีกประการของการปล่อยให้เซียวเย่หรานเป็นผู้นำทาง คือ บุตรสาวของเขาสามารถเล่นกับพยัคฆ์ขาวจันทราเงินได้ด้วย.

ขอเพียงบุตรสาวมีความสุข อะไรก็ได้ทั้งนั้น.

หลังจากนั้นเซียวเย่หรานก็นำหลินซวนและบุตรสาวของเขาไปยังพื้นที่ชุมนุมชาวยุทธ.

-

ห่างออกไปจากอาณาจักรหมื่นปิศาจ

แดนศักดิ์สิทธิ์โหลวหยาง(อาทิตย์อัสดง)

“เซิ่งจู่ แย่แล้ว!”

เสียงที่ดูกระวนกระวายได้ดังเข้ามาในหูของจู่เทียนหยู.

ดวงตาสีโลหิตของจู่เทียนหยูลืมขึ้น และเอ่ยออกมาว่า "เกิดอะไรขึ้น"

อาวุโสแดนศักดิ์สิทธิ์โหลวหยางที่เอ่ยรายงาน“อาวุโสอู๋ และพรรคพวกตายกันหมดแล้ว!”

"อะไรนะ?!" จูเทียนหยูดูตกใจเป็นอย่างมาก"เป็นไปไม่ได้!"

วันนี้ อู๋จินเทานำคนกลุ่มหนึ่ง ร่วมมือกับสองอาวุโสจากอีกสองแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อปิดล้อมนิกายโหยวลั่ว จากคำแนะนำส่วนตัวของจูเทียนหยู.

กล่าวได้ว่ามันควรเป็นการตัดสินใจของเขาทั้งหมด

อาวุโสแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามล้วนแต่มีฐานบ่มเพาะขอบเขตจ้าววิญญาณขั้นต้น มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้นำนิกายโหลวลั่ว.

นอกจากนี้พวกเขายังลอบลงมืออย่างลับ ๆ ลอบโจมตีนิกายโหยวลั่วในทันที.

พวกเขาจะตกตายได้อย่างไร?

อาวุโสเอ่ยรายงาน“นิกายโหยวลั่วนั้นถูกกวาดล้างไปแล้ว และข่าวเองก็ได้กระจายออกไปรอบ ๆ แล้วเช่นกัน!”

“ส่วนอาวุโสอู๋และคนอื่น ๆ พวกเขาตกตายไปทั้งหมดระหว่างไล่ล่าสังหารสตรีศักดิ์สิทธิ์นิกายโหยวลั่ว.”

เมื่อได้ยินเรื่องดังกล่าว จูเทียนหยูยิ่งสับสนมากยิ่งขึ้น.

การไล่ล่าสังหารธิดาศักดิ์สิทธิ์ ทำให้พวกเขาถูกกวาดล้างอย่างงั้นรึ?

“พวกเจ้านำศพกลับมาแล้วรึ?”จูเทียนหยูเอ่ยสอบถามอย่างเร่งรีบ.

“นำกลับมายังวิหารแล้ว!”

หลังจากได้ยิน จูเทียนหยูก็เร่งรีบนำอาวุโสไปที่วิหารดังกล่าวทันที.

คนหลายร้อยคนนอนเรียงรายเคียงข้างกันบนพื้น

แน่นอนว่าคนที่น่าสังเกตที่สุดคงจะเป็นอู๋จินเทา.

จู่เทียนหยูนั่งลงตรวจสอบร่างกายพวกเขาอย่างระมัดระวังพร้อมกับเอ่ยพึมพำ.

“อาวุโสอู๋มีบาดแผลเพียงเล็กน้อย แต่กระดูกของเขาหักทั้งหมด และเส้นโลหิตและชีพจรแตกสลายแหลกเป็นเสี่ยง ๆ”

“นี่แสดงว่าคนที่โจมตีอาวุโสอู๋สังหารเขาให้ตายทันที ซึ่งมีฐานบ่มเพาะสูงกว่าอาวุโสอู๋มาก!”

“สำหรับคนอื่น ๆ ไม่มีรอยแผลบนร่างกายเลย และกระดูกเส้นชีพจร!ยังคงสมบูรณ์ครบถ้วน”

“ทว่าพวกเขาก็ตกตายไปทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าพวกเขาถูกทำร้ายด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์”

เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและเอ่ยถามออกมาว่า“แล้วคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองล่ะ?”

อาวุโสคนอื่นเอ่ยออกมาว่า“พวกเขาตายหมดแล้ว! เหมือนกับที่ท่านเอ่ย พวกเขาเสียชีวิตจากการโจมตีทางจิตวิญญาณ พวกเขาถูกนำกลับไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาหมดแล้ว.”

"แฮก ๆ~" เมื่อได้ยินเช่นนี้ จูเทียนหยูอดไม่ได้ที่จะหายใจเข้าลึก ๆ

เขาคาดเดาได้ว่าคนที่สังหารอู๋จินเทาและคนอื่น ๆ นั้น ควรจะลงมืออู๋จินเท่าด้วยพลังที่แข็งแกร่งที่มีพลังบ่มเพาะเหนือกว่าเป็นคนแรก.

จากนั้นก็ใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์สังหารคนอื่น ๆ ทุกคน.

ด้วยวิธีการนี้อีกฝ่ายควรเป็นคนเพียงคนเดียวเท่านั้น

เนื่องจากวิธีการสังหารนี้ และสภาพการตาย มีแต่ต้องสรุปได้ว่ามาจากคนเพียงคนเดียว.

อย่างไรก็ตาม ความสามารถที่สังหารอาวุโสแดนศักดิ์สิทธิ์และคนจำนวนมากพร้อมกันในเวลาเดียวกันเช่นนี้....

“พวกเราเจอยอดฝีมือเข้าแล้ว!”

จูเทียนหยูคือขอบเขตจ้าววิญญาณขั้นสุดยอด ได้ฝึกฝนทักษะทางจิตวิญญาณเช่นกัน เขาสามารถเอ่ยได้อย่างมั่นใจ ว่าคนที่โจมตีนั้นอย่างน้อยต้องมีขอบเขตจักรพรรดิ!

เรื่องนี้มันแย่มาก!

ขอบเขตจักรพรรดิเพียงแค่คนเดียวก็สามารถบดขยี้แดนศักดิ์สิทธิ์โหลวหยางทั้งหมดได้แล้ว.

ยิ่งมีสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่มีความแข็งแกร่งมาก ยิ่งกล่าวได้ว่าเป็นขอบเขตจักรพรรดิที่น่าเกรงขามเข้าไปอีก..

เกรงว่าสำหรับแดนศักดิ์สิทธิ์โหลวหยางคงไม่ต่างจากมดในสายตาของอีกฝ่าย.

อาวุโสของเขาเอ่ยถาม“เซิ่งจู่ พวกเราต้องตรวจสอบเรื่องนี้อีกหรือไม่?”

"ตรวจสอบ! แน่นอนเจ้าต้องตรวจสอบ!"

จูเทียนหยูที่มีใบหน้าตื่นตระหนก“ตามหาแบะแสจากธิดาศักดิ์สิทธิ์นิกายโหยวลั่วไป จะต้องรู้แน่ว่าบุคคลนั้นเป็นใคร!”

“จำเอาไว้ เมื่อได้ข่าวแล้ว ต้องรีบรายงานทันที!”

"รับทราบ!" อาวุโสคนดังกล่าวพยักหน้าและอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน "เซิ่งจู่ ความสามารถของอีกฝ่ายนั้นน่ากลัวมาก พวกเราต้องปฏิบัติต่อเขาด้วยความระมัดระวัง!"

"แน่นอนข้ารู้!" จูเทียนหยูพยักหน้ารับทันที!

“ตราบใดที่ข้ารู้ว่าเขาเป็นใคร ข้าจะไปที่เร่งรีบเดินทางออกไปขอโทษ…”

"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราไม่สามารถรุกรานบุรุษที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้!"

แดนศักดิ์สิทธิ์จิ่วโหยวและแดนศักดิ์สิทธิ์หานซิ่วเองก็คิดเช่นเดียวกัน.

เซิ่งจู่แดนศักดิ์สิทธิ์จิ่วโหยว จงติงเหล่ย และเซิ่งจู่แดนศักดิ์สิทธิ์หานซิ่ว หลิงซู ได้พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อค้นหาข้อมูลของหลินซวน.

ในขณะที่ทั้งสามแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างก็จมอยู่ในความกังวลใจและวิตกกังวลในการตาหาหลินซวน.

......

อาณาจักรหมื่นปิศาจ ภูเขาปีศาจศักดิ์สิทธิ์

ภูเขานี้มีความสูงถึง 100,000 เมตรและดูเหมือนปีศาจที่มองดูโลกหล้า

สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าปีศาจทั่วอาณาจักรนับถือ

การประชุมเต๋าการต่อสู้ จัดขึ้นทุก ๆ ห้าปี ได้จัดขึ้นที่ภูเขาดังกล่าวนี้อีกครั้งแล้ว.

ผู้บ่มเพาะปีศาจจากทั่วประเทศ ถ้ำอมตะ และผู้ฝึกยุทธปีศาจที่มีขอบเขตกงล้อวิญญาณมีมากกว่า 100,000 คนได้มารวมตัวกัน เวลานี้พูดคุยเสียงดังอื้ออึงวุ่นวายไปหมด.

"จักรพรรดินีเสวียนปิงได้สร้างประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัยและปกครองอาณาจักรปีศาจของพวกเรา ซึ่งทำให้การประชุมเต๋าการต่อสู้ของเราแตกต่างไปมาก!"

"ถูกต้อง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถูกกวาดล้างเนื่องจากการต่อต้านจักรพรรดินี และตอนนี้โลกยุทธในอาณาจักรหมื่นปิศาจเวลานี้ยังไม่มีผู้นำ"

“เมื่อขาดผู้นำ ข้าเกรงว่าหลังจากวันนี้นิกายโหยวลั่วจะต้องมาแทนแดนศักดิ์สิทธิ์โม่ชางที่ล่มสลายไปและกลายเป็นผู้นำนิกายปิศาจทั้งอาณาจักรอย่างแน่นอน!”

-

ข้อถกเถียงกันในวันนี้ของการประชุมโลกยุทธภพ คือใครจะมาเป็นผู้นำคนใหม่ หลังจากการล่มสลายของแดนศักดิ์สิทธิ์โม่ชาง.

อย่างไรก็ตาม ในฐานนิกายปิศาจอันดับหนึ่งของอาณาจักรหมื่นปิศาจที่เหลืออยู่ นิกายโหยวลั่วย่อมถูกพูดถึงโดยธรรมชาติ.

ในขณะเดียวกันก็มีข่าวที่น่าตื่นตกใจเกิดขึ้น.

“จู่ ๆ นิกายโหยวลั่วก็ถูกปิดล้อม โดย แดนศักดิ์สิทธิ์โหลวหยาง แดนศักดิ์จิ่วโหยว และแดนศักดิ์สิทธิ์หานซิ่ว เวลานี้ถูกทำลายไปแล้ว!”

โว้ว!

ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดเสียงดังวุ่นวายในหมู่ผู้เข้าร่วมชุมนุมทันที.

หลาย ๆ คน คาดไม่ถึงแม้แต่น้อยว่านิกายโหยวลั่วจะถูกทำลายไปในชั่วข้ามคืน.

ดูเหมือนว่างานชุมนุมวันนี้คงไม่สงบแน่.

คงมีหลายนิกายต้องการเป็นผู้นำ แม้แต่ต่อสู้แย่งชิงกัน ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ต้องตายไปข้างหนึ่งแน่.

ขณะที่ทุกคนกำลังเอ่ยถึงเรื่องนี้ จู่ ๆ แสงพระจันทร์ก็ส่องสว่างปกคลุมไปทั่วเทือกเขาเทพปิศาจ.

ภายใต้แสงจันทร์ที่เจิดจรัส ปรากฏเมฆวิเศษลอยล่อง.

แสงวิเศษที่ลึกล้ำ ปกคลุมไปทั่วสวรรค์และปฐพี ทำให้ทุกคนต่างก็ตื่นตะลึงเงยหน้าขึ้นมองเป็นสายตาเดียวกัน.

“ปรากฏนิมิตบนท้องฟ้า จะต้องมีผู้แข็งแกร่งปรากฏ!”

“ช่างเป็นพลังปราณปิศาจที่ทรงพลัง อย่างน้อยต้องเป็นจุดสูงสุดของเขตเขตจ้าววิญญาณ!”

"มาจากไหนกัน?"

เมื่อทุกคนประหลาดใจก็เห็นร่างสีดำร่อนลงมาจากบนท้องฟ้า

อีกฝ่ายสวมชุดคลุมสีดำ ผมยาวปกคลุมบนไหล่ และมีเครื่องหมายพระจันทร์ปีศาจบนหน้าผาก

“หึหึ! ข้าคือกู่ซูจิง ผู้นำนิกายเฟิงฉี(สายลมร่ำไห้)!”

คนที่รู้จัก กู่ซูจิง อดไม่ได้ที่จะอุทาน

“ผู้นำนิกายกูซูสามารถอัญเชิญพระจันทร์อาคมขนาดใหญ่ได้ ซึ่งหมายความว่า 'ศาสตร์เวทเทียนเช่อ ของเขาฝึกฝนไปจนถึงขั้นความสมบูรณ์แบบอันยิ่งใหญ่แล้ว!”

ทันใดนั้น ทุกคนต่างก็คาดเดานิมิตก่อนหน้านี้ ว่าเป็นพลังของกู่ซู่จิงอย่างแน่นอน.

นอกเหนือจากฐานบ่มเพาะ

สิ่งที่ทำให้กู่ซูจิงน่ากลัวมากที่สุด ก็คือเทคนิคลับต้องห้ามของเขา "ศาสตร์เวทเทียนเช่อ"

ด้วยอาคมดังกล่าวนี้ เขาสามารถสร้างเขตแดนอาคมเวทล้อมรอบตัวเอง และสามารถเพิ่มพลังเวทได้มหาศาล

การโจมตีเพียงครั้งเดียว ก็ทรงพลังมากกว่าปรกติสิบเท่า.

กล่าวได้ว่า หากกู่ซูจิงใช้เวทดังกล่าวเต็มกำลัง เขาจะสามารถยกระดับตัวเองให้มีพลังเทียบเท่ากับเสมือนจักรพรรดิได้เลย!

เมื่อเห็นกู่ซูจิงปรากฏตัวพร้อมกับกลิ่นอายสะกดข่มดังกล่าว ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ก็เข้าใจได้ว่า เขากำลังแสดงพลังให้ทุกคนที่นี่ยอมรับ

หากใครต้องการแข่งขันกับเขา จะต้องทนทุกข์ทรมานจาก“ศาสตร์เวทเทียนเช่อ”แน่ ๆ.

“หากไม่มีใครที่แข็งแกร่งกว่านี้ เกรงว่าทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของกู่ซูจิงแน่”

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจลึก.

จบบทที่ บทที่ 78 แดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราไม่สามารถทำให้เขาขุ่นเคืองได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว