เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 49: ความตะลึงของซู่เจิ้นกั๋ว

ตอนที่ 49: ความตะลึงของซู่เจิ้นกั๋ว

ตอนที่ 49: ความตะลึงของซู่เจิ้นกั๋ว


ตอนที่ 49: ความตะลึงของซู่เจิ้นกั๋ว

แต่ลู่หยู่กลับไม่มีสีหน้าเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อยเมื่อได้ยินคำว่า “นิวเคลียร์”

อาวุธนิวเคลียร์…สุดยอดพลังทำลายล้างของมนุษยชาติ

เป็นดั่งไพ่ตายที่ทำให้มนุษย์กล้ายืนเผชิญหน้ากับสิ่งใดก็ตามบนโลกนี้

ในชีวิตก่อนของเขาก็เช่นกัน

แม้มนุษย์จะตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำหลังการฟื้นคืนของพลังสวรรค์และโลกแต่ในใจลึก ๆ แล้ว พวกเขากลับไม่เคยยอมรับว่า “อสูร” คือผู้เหนือกว่า

เพราะถ้าจวนตัวขึ้นมา ก็แค่กดปุ่มเดียวใช้ ‘นิวเคลียร์ถล่มมันให้ราบ!’

ความเชื่อนั้นมั่นคงมาก..จนกระทั่งอสูรระดับ B ปรากฏขึ้น!

เมื่อครั้งนั้น อสูร B ขั้นแรกได้เปิดฉากโจมตีใส่มนุษย์อย่างเปิดเผย

กองทัพมนุษย์สูญเสียอย่างหนัก สุดท้ายจึงตัดสินใจใช้ระเบิดนิวเคลียร์เพื่อยุติภัย

เจ้าสัตว์ร้ายนั่นยังไม่ทันเข้าใจด้วยซ้ำว่าอะไรคือ “นิวเคลียร์”

มันโดนพลังทำลายล้างระดับโลกถล่มใส่ตรง ๆ

แต่ผลลัพธ์กลับน่าตกใจ…มันไม่ตาย

แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่มันก็ยังมีชีวิตรอดออกมาได้!

จากวันนั้นเป็นต้นมา

อสูรระดับ B ทุกตนจึงเริ่มระมัดระวังตัวพวกมันเรียนรู้ที่จะหลบหลีก ไม่ยอมให้โดนถล่มตรง ๆ อีก

และเมื่อมนุษย์หมดไพ่ตาย…ความหวังทั้งหมดก็พังทลาย

โลกเข้าสู่ยุคมืดภายใต้การปกครองของอสูร

ในเมื่ออาวุธนิวเคลียร์ยังทำอะไรพวกมันไม่ได้..มนุษย์จะเหลืออะไรอีก?

ดังนั้น… วันนี้ ลู่หยู่ในร่างของอสูรระดับ B

จึงมาพบซู่เจิ้นกั๋ว เพื่อเปิดฉากการเจรจาระหว่างเผ่าพันธุ์เป็นครั้งแรก

“ท่านซู่” ลู่หยู่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“ข้ารู้ดีถึงพลังทำลายล้างของนิวเคลียร์

แต่ท่านคิดว่า…ท่านจะใช้มันเพื่อหยุดข้าได้จริงหรือ?”

เมื่อเห็นว่าซู่เจิ้นกั๋วยังไม่เชื่อ

ลู่หยู่ก็ไม่พูดเปล่า เขากลับลงมือแสดงให้เห็นชัด ๆ

ในพริบตาเดียว

สายฟ้าสีทองคำพวยพุ่งลงจากท้องฟ้า พลังอำนาจปานเทพเจ้าฟาดกระหน่ำลงสู่พื้น

แม้เพียงชั่วแวบหนึ่ง…แต่ “แรงกดดันจากฟ้าดิน” ที่ปลดปล่อยออกมานั้นช่างน่าสะพรึงกลัว

ซู่เจิ้นกั๋วหน้าซีดเผือด

“ท่านซู่” ลู่หยู่พูดอย่างสงบ

“ท่านเคยสัมผัสพลังของนิวเคลียร์มาแล้วสินะ งั้นบอกข้าหน่อยว่า..สิ่งที่ข้าเพิ่งใช้ไป เทียบกับนิวเคลียร์แล้วเป็นอย่างไร?”

ซู่เจิ้นกั๋วเงียบงัน ในใจเต้นระรัว

เขาเคยอยู่ในรัศมีของระเบิดนิวเคลียร์มาก่อน รู้ซึ้งดีถึงแรงอัด เสียงสะท้อน และความตายที่มาเยือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่เมื่อครู่…ความรู้สึกนั้นกลับมาชัดเจนยิ่งกว่า

แรงกดดันจากพลังฟ้าผ่าเมื่อครู่นั้น…ทำให้เขารู้สึกเหมือนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง

เขาไม่แน่ใจว่าอะไรรุนแรงกว่ากัน

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป

สิ่งที่แน่นอนก็คือ…หากลู่หยู่ใช้พลังนี้ในเจียงโจว เมืองทั้งเมืองจะล่มสลายทันที

ซู่เจิ้นกั๋วสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกล่าวด้วยเสียงแน่วแน่

“ท่านลู่หยู่…ข้ายอมรับว่าท่านแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน”

“แต่ถึงอย่างไร เราก็ไม่มีทางยกเจียงโจวให้กับอสูรเด็ดขาด! มนุษย์จะไม่มีวันยอมจำนน! จะไม่มีวันยอมเป็นทาสของอสูร!

ขอให้เจ้าตัดความคิดนี้เสียเถอะ!”

คำพูดตรงไปตรงมานั้น

แต่ไม่ได้ทำให้ลู่หยู่โกรธแม้แต่น้อย

เขาพูดขึ้นอย่างราบเรียบ

“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้ต้องการ ‘กดขี่’ มนุษย์สิ่งที่ข้าต้องการ…มีเพียงอย่างเดียว…ขอให้ทุกคนในเจียงโจว ยอมรับข้าเป็นผู้ปกครอง”

“และเพื่อแลกกับสิ่งนั้น ข้าจะปกป้องเมืองนี้จากอสูรตนอื่น…จะไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้ามา”

เมื่อเห็นว่าซู่เจิ้นกั๋วเป็นพวกหัวแข็งไม่ฟังเหตุผล

ลู่หยู่ก็ไม่รอให้เขาเอ่ยปฏิเสธ

“ท่านไม่ต้องรีบตอบปฏิเสธในตอนนี้หรอกเพราะไม่ว่าคำตอบจะเป็น ‘ตกลง’ หรือ ‘ปฏิเสธ’…ท่านก็ไม่มีอำนาจตัดสินใจอยู่ดี”

“หน้าที่ของท่าน…มีเพียงอย่างเดียวคือรายงานเจตนาของข้าไปยังผู้มีอำนาจสูงสุด”

หลังพูดจบ ลู่หยู่ก็เรียกพญาเหยี่ยวแห่งขอบฟ้าทมิฬเข้ามา แล้วออกคำสั่งอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“ทหารสิบคนใต้บัญชาของท่านซู่กำลังเดินทางมาทางนี้ เจ้าไปเลือกพรรคพวกมาสักกลุ่ม พาพวกเขาไปส่งที่เจียงโจวให้ถึงที่”

“และจำไว้…เจ้าต้องเป็นคนพาท่านซู่กลับไปด้วยตนเอง”

ซู่เจิ้นกั๋วยังอยากจะพูดอะไรอีก

“ลู่หยู่… ผมขอย้ำอีกครั้ง มนุษย์จะไม่มีวัน…”

แต่ลู่หยู่ไม่สนใจและโบกมือไล่เขาออกไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย

มองร่างของซู่เจิ้นกั๋วที่ถูกบังคับให้จากไป

ลู่หยู่ก็หัวเราะเบา ๆ

“ท่านซู่… ท่านควรจัเข้าใจไว้ง่าในหมู่มนุษย์ ไม่ใช่ทุกคนจะเหมือนท่าน”

“ผู้คนส่วนมาก…ยิ่งมีอำนาจ ยิ่งโลภ ยิ่งหิวกระหาย”

“ความหวัง ข้าจะฝากไว้กับพวกเขา…ไม่ใช่กับท่าน”

อีกด้านหนึ่ง พญาเหยี่ยวแห่งขอบฟ้าทมิฬพาซู่เจิ้นกั๋วออกจากเขตของลู่หยู่

มันพาเขากลับมาที่อาณาเขตของตนเอง

พญาเหยี่ยวเปล่งเสียงร้องเบา ๆ เรียกพรรคพวกออกมา

ไม่นาน…นกอสูรสิบตัวปรากฏตัวตรงหน้า

ต่างสายพันธุ์กัน แต่ล้วนแข็งแกร่งระดับปลาย E ขั้นสูงสุด

จากนั้น พญาเหยี่ยวก็พาทั้งหมดมุ่งหน้าไปหากลุ่มทหารของมนุษย์ที่กำลังต่อหนรงหาท่านซู่

เมื่อพบกัน ฝ่ายมนุษย์เป็นฝ่ายตะโกนก่อน

“ท่านผู้บัญชาการ! ท่านปลอดภัยหรือไม่?!”

รองผู้บัญชาการตะโกนด้วยความดีใจ แต่เมื่อเห็นเหล่านกอสูรที่ตามหลังมา ใบหน้าก็ซีดเผือด

โดยเฉพาะเมื่อเห็นท่านซู่มากับพญาเหยี่ยวอย่าง “สนิทสนม”

ใจของรองผู้บัญชาการถึงกับสะท้าน!

หรือว่า… ท่านซู่จะทรยศแล้ว?

“ศัตรูบุก! เตรียมพร้อมปะทะกับศัตรู!!!”

เขาตะโกนสั่งการทันที

ซู่เจิ้นกั๋วรีบตะโกนห้าม

“ไม่ต้องสู้! พวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้าย!”

แต่เสียงเขากลับถูกมองข้าม

ในสนามรบ คำสั่งที่ไม่ชัดเจน ไม่มีค่าอีกทั้งสายตาของเหล่าทหารก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย

สงครามเล็ก ๆ จึงปะทุขึ้น

สิบต่อสิบ

แต่ทางฝั่งมนุษย์..เป็นเพียงระดับ E ขั้นต้น

ผลลัพธ์ย่อมไม่ต้องเดาให้มาก

พ่ายแพ้ยับเยิน

เหล่าทหารถูกจับตัวเอาไว้ คนละตัวกับนกอสูร

หมดเรี่ยวแรง ไม่มีใจจะสู้ต่อ

ระหว่างที่พวกเขากำลังบินกลับไปยังเจียงโจว

ทุกคนก็มองท่านซู่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

เมื่อมาถึงฟากฟ้าเหนือเจียงโจว

สิ่งที่พวกเขาเห็นเบื้องล่างกลับทำให้ขนลุกขนพอง

นกอสูรยักษ์ร่างกายลุกเป็นไฟ

บินฉวัดเฉวียนอยู่เหนือเมืองอย่างโอหัง

ด้านล่าง—ทหารมนุษย์ประจำการแน่นหนา ปืนกล ปืนใหญ่ พร้อมรบทุกทิศทาง

ซู่เจิ้นกั๋วเห็นดังนั้นก็รีบพยายามดิ้นรน จะเข้าไปช่วย

แต่ก็ไม่อาจหลุดจากกรงเล็บของพญาเหยี่ยวได้

ระหว่างที่เขาร้อนใจอย่างหนัก

พญาเหยี่ยวกลับส่งเสียงร้องเบา ๆ ไปทางวิหคเพลิงยักษ์นั้น

และแล้ว ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น…

วิหคเพลิงที่แสนดุร้าย…กลับดับเปลวเพลิงลงทันที

แล้วบินเข้ามาหาอย่างสงบนิ่ง

“เจ้าคือลูกน้องของ ‘นายผู้ยิ่งใหญ่ท่านผู้ยิ่งใหญ่’ ใช่ไหม?”

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่? แล้วคนพวกนี้คือใคร?”

เสียงของวิหคเพลิงเปี่ยมไปด้วยอำนาจ

แต่พญาเหยี่ยวกลับก้มหน้าต่ำ พูดด้วยท่าทีเคารพ

จากนั้นก็บอกทุกอย่างตามที่ลู่หยู่สั่งมา

เมื่อฟังจบ วิหคเพลิงก็หัวเราะเยาะหยันหันไปมองซู่เจิ้นกั๋วด้วยแววตาเหยียดหยาม

“นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ของข้า…ช่างให้เกียรติพวกมันเสียจริง”

“จะปกครองเมืองๆ หนึ่ง…จำเป็นอะไรต้องถามความเห็นพวกมนุษย์ด้วยเหรอ”

“รู้ไหม…เมื่อครู่นี้ ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งของท่านลู่ ข้าคงเผาเจียงโจวให้เหลือแต่เถ้าไปแล้ว!”

“แต่ในเมื่อนายท่านผู้ยิ่งใหญ่มีคำสั่ง…ข้าก็จะไม่ฝ่าฝืน แต่เจ้าจำไว้ให้ดี…ถ้ามนุษย์กล้าปฏิเสธไมตรีที่ท่านยื่นให้”

“ข้าจะเป็นคนแรก…ที่จะเผาเมืองพวกเจ้าทั้งเป็น!!”

จบบทที่ ตอนที่ 49: ความตะลึงของซู่เจิ้นกั๋ว

คัดลอกลิงก์แล้ว