- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก : เริ่มกักตุนเนื้อสดๆนับล้านเพื่อกลายเป็นราชันย์ซอมบี้!
- บทที่ 5 รับลูกน้อง
บทที่ 5 รับลูกน้อง
บทที่ 5 รับลูกน้อง
บทที่ 5 รับลูกน้อง
ติ๊ดๆๆ!
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของหลินตงก็ดังขึ้น มีคนส่งข้อความวีแชทมาให้เขา
พอยกขึ้นมาดู ก็คือสวีซานนั่นเอง
“ที่รัก! นายยังโอเคไหม? มีแต่ซอมบี้เต็มไปหมดเลย ตอนนี้ฉันกลัวมาก แล้วก็เป็นห่วงนายด้วย นายยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า?”
“ฉันยังอยู่”
หลินตงตอบกลับไป
พอสวีซานรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ก็รีบพูดต่อทันที
“ฉันติดอยู่ในหอพัก ไม่มีอะไรกินแล้ว ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของนายมีเสบียงเยอะใช่ไหม? ช่วยเอามาให้ฉันที่นี่หน่อยได้รึเปล่า?”
“ได้ เธอดทนรอไปก่อน อีกสักพักฉันจะไป”
มุมปากของหลินตงยกขึ้น แต่เพราะกลายเป็นซอมบี้ รอยยิ้มจึงดูไม่เป็นธรรมชาติ กลับดูน่าขนลุก ดูประหลาดไปบ้าง
สวีซานน่ะคือเสบียงมีชีวิตที่เขาเก็บไว้
แน่นอนว่าต้องไปเอา!
แต่ว่า ตอนนี้ข้างนอกยังอันตรายเกินไป ถึงหลินตงจะกินเนื้อไปเยอะมาก แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาไปไกลแล้ว แต่เขาก็ยังอยากจะซ่อนตัวอยู่อีกสักสองสามวัน รอให้แข็งแกร่งกว่านี้ค่อยออกไป เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด
สวีซานไม่รู้เลยว่า คนที่กำลังคุยกับเธออยู่ในตอนนี้ คือซอมบี้ตัวหนึ่ง!
“ที่รัก นายต้องมาช่วยฉันให้ได้นะ ฉันจะรอนาย! รักนะ~~~”
หลินตงไม่ได้ตอบกลับไปอีก
เพราะสวีซานกำลังอยู่กับผู้ชายสามคนในหอพัก ทำเรื่องที่ถ้าเขียนออกมาคงไม่ผ่านเซ็นเซอร์ แต่กลับยังกล้าพูดปาวๆ ว่ารักเขา
แถมในสถานการณ์แบบนี้ ก็แค่ส่งวีแชทมาหาเขา
สงสัยคงโทรศัพท์ไม่สะดวกสินะ...
นอกจากนี้ ในกรุ๊ปแชทของลูกบ้าน ก็มีข้อความส่งเข้ามาไม่หยุด ส่วนใหญ่เป็นการขอความช่วยเหลือ
“เพื่อนบ้านทุกคน ตรงโถงทางเดินตึกเรามีซอมบี้ มันกำลังพังประตูบ้านผมอยู่ ตอนนี้ทำยังไงดี?”
“ต้องเอาอะไรมาขวางประตูไว้แน่นๆ! อย่าให้ซอมบี้พังเข้ามาได้!”
“ที่บ้านผมไม่มีอะไรกินแล้ว จะทนไม่ไหวแล้ว!”
“ทุกคนอย่าเพิ่งตกใจ! ซอมบี้ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ผมเพิ่งใช้พลั่วฟาดตายไปตัวหนึ่ง! ใครกล้าฆ่าซอมบี้ลงชื่อหน่อย พวกเราต้องสามัคคีกัน ออกไปหาเสบียงด้วยกัน.....”
“.......”
หลินตงมองข้อความในกรุ๊ปแชทเหล่านั้น แล้วจมอยู่ในความคิด
ถึงเขาจะเป็นซอมบี้ แต่ก็ไม่ได้คิดจะลงมือกับเพื่อนบ้าน เพราะเนื้อมนุษย์ไม่ได้อร่อย พลังงานที่สะสมอยู่ก็ไม่เยอะเท่าเนื้อวัว กินเนื้อวัววิวัฒนาการได้เร็วกว่า
หลินตงยังมีของที่กักตุนไว้อีกเยอะ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปล่าคนเป็นๆ
แน่นอน......ถ้ามีคนไม่รู้จักที่ตายมาหาเรื่องเขา หลินตงก็จะทำให้พวกเขารู้ว่าความโหดร้ายที่แท้จริงเป็นยังไง!
อีกอย่าง มนุษย์รวมตัวกันได้ ซอมบี้ก็ทำได้เหมือนกัน ราชาซอมบี้ที่แข็งแกร่ง สามารถควบคุมซอมบี้นับหมื่นให้ร่วมมือกัน ล่าเหยื่อได้
ดังนั้นหลินตงจึงคิดจะไปหาสมองซอมบี้มาเป็นลูกน้องสักสองสามตัว
ไม่ใช่เพื่อไปล่าเหยื่อ
แต่หลักๆ คือให้ช่วยเฝ้าประตูอะไรพวกนั้น จะได้ไม่มีใครมารบกวน
หยิบกุญแจขึ้นมา หลินตงเดินออกจากห้อง ตรงโถงทางเดินก็มีเสียงคำรามต่ำๆ ดังมาเป็นระยะ เห็นได้ชัดว่ามีซอมบี้เดินเตร่อยู่
หลินตงไม่ได้คิดจะไปไกล แค่จะหาลูกน้องในตึกนี้แหละ ก็ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรมาก ขอแค่ดูสะอาดหน่อยก็พอ.....
เขาเดินมาที่บันไดหนีไฟ เพิ่งลงไปชั้นเดียว ตรงหัวมุมทางเดิน ก็เห็นร่างหนึ่งเข้า
“ฮื่อๆๆ—”
เด็กสาวคนหนึ่งส่งเสียงออกมาจากปาก
ในฐานะซอมบี้เหมือนกัน เธอย่อมไม่โจมตีหลินตงอยู่แล้ว มิหนำซ้ำในแววตากลมโตคู่นั้น ยังฉายแววหวาดกลัวอยู่หลายส่วน
ดูเหมือนเด็กสาวจะสัมผัสได้ว่า ระดับของหลินตงสูงกว่าเธอ
เหมือนกับหมาป่าหิวโซเจอพยัคฆ์ร้าย เป็นการกดข่มทางสายเลือดโดยธรรมชาติ
หลินตงพอจำเด็กสาวคนนี้ได้ เป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ชั้นล่าง จำได้ว่าตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ เป็นนักกีฬากระโดดสูงระดับจังหวัด
เนื่องจากฝึกซ้อมมานาน ขาสองข้างของเด็กสาวจึงเหยียดตรงเรียวยาว ดูมีพลัง
ถึงจะกลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว ก็ไม่ได้แข็งทื่อหรือชา ความเร็วเท่ากับคนธรรมดา
แถม.....นี่ยังเป็นในสภาพที่ยังไม่ได้กินเลือดเนื้อเลยนะ!
“ดูเหมือนว่าซอมบี้เองก็มีพรสวรรค์ติดตัวเหมือนกัน จะยังคงรักษาคุณลักษณะบางอย่างตอนมีชีวิตไว้ได้”
หลินตงรู้สึกว่าซอมบี้สาวตัวนี้มีแววดี ถ้าหากได้รับการฝึกฝน มีแววที่จะเป็นราชาซอมบี้สายความเร็วสูงได้อย่างแน่นอน
เด็กสาวสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นรัดรูป มัดผมหางม้า ดูสดใสสะอาดตา
“เอาคนนี้แหละ...”
หลินตงสะบัดมือ โยนสเต๊กเนื้อแช่แข็งถุงหนึ่งออกไป
ซอมบี้สาวถูกเลือดเนื้อดึงดูดทันที คุกเข่าลงกับพื้น กัดถุงบรรจุภัณฑ์จนขาดในคำเดียว จากนั้นก็กลืนก้อนเนื้อลงไปอย่างรวดเร็วเหมือนกินผลไม้ทั้งลูก
หลังจากกินสเต๊กหมดแล้ว ดูเหมือนซอมบี้สาวจะยังไม่หนำใจ
ดวงตาทั้งสองข้างมองมาที่หลินตง นอกจากความหวาดกลัวแล้ว ยังมีความปรารถนาและความเคารพเพิ่มเข้ามาด้วย
“ตามฉันมา....ถึงจะมีเนื้อกิน”
หลินตงส่งสัญญาณให้เธอ คล้ายกับการสื่อสารด้วยคลื่นสมอง
ราชาซอมบี้ควบคุมลูกน้องก็ใช้วิธีนี้ทั้งนั้น
ดูเหมือนซอมบี้สาวจะเข้าใจความหมายของเขา ส่งเสียง ‘ฮื่อๆ’ ออกมาจากปาก แล้วค่อยๆ ก้มหัวลง
ในหมู่ซอมบี้นี่หมายถึง—การยอมจำนน!
และแล้ว หลินตงก็ได้ลูกน้องคนแรกมา
เขาพาซอมบี้สาวเดินเตร่ไปตามโถงทางเดิน ไม่นาน ก็เจอซอมบี้ที่มีแววดีอีกสองตัว
ตัวหนึ่งตอนมีชีวิตเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนส ข้อดีไม่ต้องพูดถึง รูปร่างกำยำล่ำสัน กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ถือเป็นต้นแบบของซอมบี้สายพลังโดยแท้
ส่วนอีกตัว ไม่ได้มีข้อได้เปรียบทางร่างกายอะไร
ตอนมีชีวิตเป็นถึงนักเรียนหัวกะทิระดับด็อกเตอร์
เหตุผลที่หลินตงรับเขามา เพราะรู้สึกว่าในแววตาของเขามีประกายความฉลาดบางอย่าง ส่องแสงแห่งปัญญาออกมา
ถ้าเปรียบเทียบไอคิวของซอมบี้กับหมาแล้วล่ะก็ ซอมบี้ด็อกเตอร์ตัวนี้ต้องจัดอยู่ในระดับบอร์เดอร์คอลลี่อย่างแน่นอน
นอกจากซอมบี้สองตัวนี้แล้ว ตัวอื่นๆ หลินตงไม่ถูกใจเลยสักตัว
พาสามซอมบี้กลับมาที่หน้าประตูบ้านตัวเอง
หลินตงกวาดตามอง ซอมบี้ทั้งสามตัวนี้มีแววดีทั้งนั้น แต่ด้วยพลังต่อสู้ในตอนนี้ ยังสู้มนุษย์ที่ถืออาวุธไม่ได้
“ถ้าพวกแกใช้อาวุธเป็นด้วยก็คงดี....”
หลินตงคิดในใจ
แต่แล้วก็คิดขึ้นมาได้ ซอมบี้ก็อาจจะใช้อาวุธเป็นก็ได้นี่นา? เพียงแต่ไม่มีใครเคยฝึกพวกมันมาก่อน...
‘เคร้ง!’
หลินตงสะบัดมือ หยิบมีดปังตอสามเล่มออกมาจากมิติเก็บของ โยนลงบนพื้น
เสียงคมมีดกระทบพื้น ดึงดูดความสนใจของเหล่าซอมบี้ทันที
แต่พวกมันก็แค่จ้องเขม็ง ไม่เข้าใจว่าหมายความว่ายังไง
หลินตงออกคำสั่งทันที
ให้พวกมันหยิบมีดขึ้นมา
คราวนี้ซอมบี้ทั้งสามตัวเข้าใจแล้ว ทำตามทันที โดยเฉพาะเจ้าเทรนเนอร์ฟิตเนส คว้าหมับเข้าที่คมมีดเลย
‘ฉึก!’
ฝ่ามือถูกคมมีดบาด เลือดหยดติ๋งๆ ลงมา
เนื่องจากความรู้สึกเจ็บปวดของซอมบี้ลดลง มันจึงไม่รู้สึกอะไรเลย กลับกันยังดูภูมิใจนิดๆ จ้องมองหลินตง แสดงออกว่าตัวเองเชื่อฟังที่สุด
“เจ้าโง่!”
หลินตงใช้มือข้างหนึ่งตบหน้าผาก แสดงความเหนื่อยใจออกมา
“แกจะใช้ด้ามมีดฟันคนรึไง???”
ส่วนซอมบี้ด็อกเตอร์ตัวนั้น ฉลาดจริงๆ ภายใต้คำสั่งของหลินตง มันใช้มือจับด้ามมีดหยิบขึ้นมา ลองเหวี่ยงไปมาในอากาศ ไม่นานก็เข้าใจวิธีการใช้ของสิ่งนี้
หลินตงรู้สึกพอใจมาก
และออกคำสั่ง ให้ซอมบี้อีกสองตัวเรียนรู้จากมัน
พอมีตัวอย่างให้ดู ซอมบี้ทั้งสองตัวก็เข้าใจความหมายของหลินตงอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนมาจับที่ด้ามมีดแทน
จากเรื่องนี้จะเห็นได้ว่า
ซอมบี้สามารถฝึกฝนได้
แต่ผู้ที่มีคุณสมบัติพอจะฝึกพวกมันได้ มีเพียงราชาซอมบี้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น!