- หน้าแรก
- ฉันหลุดเข้าไปในเกมพร้อมสกิลสังหารในพริบตา
- บทที่ 17.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (4)
บทที่ 17.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (4)
บทที่ 17.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (4)
บทที่ 17.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (4)
วาเรียเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ทำไมลอร์ดลำดับที่เจ็ดถึงเรียกตัวเขากับสการ์เล็ตมา
ฝั่งของเขานั้น อัศวินปฏิบัติต่อสการ์เล็ตอย่างสุภาพต่างจากเขาอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งท่าทีของลอร์ดก็เหมือนว่าพวกเขารู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว…
วาเรียสั่นหัวด้วยความสิ้นหวัง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกถึงวิกฤตและความหวาดกลัวอย่างแท้จริง แล้วเขาควรตอบอะไรออกไปล่ะ?
ในที่สุด วาเรียก็ทรุดลงคุกเข่าและกล่าวออกมา
“ข้าได้ก่อบาปร้ายแรงไว้ขอรับ ท่านลอร์ด”
ทันใดนั้น ความเงียบก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องโถง
วาเรียก้มหน้าจรดพื้น รอคอยคำตอบอย่างนิ่งงัน
ครู่ต่อมา ลอร์ดลำดับที่เจ็ดจึงเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง
“เจ้าก่อบาปอะไร?”
“ข้าโลภในพรสวรรค์และแรงงานของเวิร์กช็อปอัลคิมัสและได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกสารพัดกับพวกเขา ข้าขัดขวางการส่งวัตถุดิบ ต่อรองลูกค้าทีละรายและข่มขู่ทั้งเจ้าของเวิร์กช็อปและผู้อาวุโส เหมือนอย่างที่ข้าทำในวันนี้”
วาเรียสารภาพบาปออกมาราวสายน้ำไหล
เขาเริ่มต้นจากคนที่ไม่มีอะไรเลย นอกจากสัญชาตญาณเรื่องเงินและค่อย ๆ สร้างกองคาราวานการค้าให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
ไม่ว่าเขาจะคิดหาวิธีรอดอย่างไร นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดอยู่ดี เพราะถึงยังไงลอร์ดก็คงล่วงรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว
สการ์เล็ตที่ยืนอยู่ข้างวาเรียมองลงมาที่เขาด้วยสีหน้าคล้ายกำลังตกตะลึงเล็กน้อย
คราวนี้ ลอร์ดลำดับที่เจ็ดจึงหันมาถามเธอบ้าง
“เป็นความจริงใช่หรือไม่ เจ้าของเวิร์กช็อป”
“อะ…ใช่ค่ะ…”
“เจ้าต้องการจะจัดการกับกองคาราวานวาเรียอย่างไร?”
สายตาของสการ์เล็ตกับวาเรียประสานกัน
วาเรียเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาจริงใจที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา
“ข้า...ขออภัยจากใจจริง เจ้าของเวิร์กช็อป ข้าจะขอโทษอย่างเป็นทางการสำหรับทุกสิ่งที่ข้าเคยทำและข้าจะชดเชยทุกอย่างอย่างเหมาะสม ข้าสาบานว่าจะไม่หลงใหลในความโลภหรือใช้เล่ห์กลใด ๆ กับเวิร์กช็อปอีกต่อไป”
สการ์เล็ตมองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อนขณะที่เขากล่าวออกมาด้วยความรู้สึกสำนึกผิด
จากนั้นเธอก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว”
แม้ว่าในใจลึก ๆ จะรู้สึกเคียดแค้นวาเรียจนแทบข่มอารมณ์ไม่ไหว แต่เธอก็ไม่ได้ต้องการถึงขนาดเอาหัวเขามาแลก
เรื่องราวจบลงอย่างเรียบง่ายเช่นนั้น แล้วลอร์ดลำดับที่เจ็ดก็มองวาเรียก่อนจะกล่าว
“หวังว่าจะไม่ต้องเรียกเจ้ามาที่นี่อีก”
“…”
“ไปได้”
วาเรียสะดุ้งขึ้นจากที่นั่ง แล้วเดินตามฟลอโตออกจากห้องโถงไปด้วยสีหน้าหมดเรี่ยวแรง
เมื่อเหลือเพียงลำพัง สการ์เล็ตยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าสับสน
ลอร์ดลำดับที่เจ็ดหันไปมองเธอแล้วกล่าว
“เจ้าคงสงสัยว่าทำไมข้าถึงช่วยเวิร์กช็อปนี้”
“…ใช่ค่ะ ข้าสงสัย”
ปัญหาที่เคยตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด ถูกลบล้างได้ด้วยคำพูดสั้น ๆ จากลอร์ดเพียงไม่กี่คำ ซึ่งมันแทบจะเกินความเป็นจริง
แม้จะรู้สึกขอบคุณอย่างมาก แต่สการ์เล็ตก็ไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าเขาทำไปเพื่ออะไร?
“เหตุผลมันง่ายมาก”
“คุณสมบัติของเจ้าที่เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุนั้นโดดเด่นจนข้ามองข้ามไม่ได้”
“…?”
“โพชั่นสการ์เล็ตนั่นทำออกมาได้ดี ข้าหวังว่าเจ้าจะมุ่งมั่นกับการวิจัยและพัฒนาโพชั่นนั่นให้ดียิ่งขึ้นไปอีก นั่นแหละคือเหตุผลที่ข้าจัดการกับปัญหาน่ารำคาญให้”
สีหน้าของสการ์เล็ตยิ่งแสดงความไม่เข้าใจยิ่งกว่าเดิม
“ท่านลอร์ดหมายความว่า ท่านไม่ได้คาดหวังสิ่งใดตอบแทนแต่เป็นเพียงเพราะท่านเห็นว่าข้ามีความสามารถอย่างนั้นเหรอ?”
“ถูกต้อง”
“…”
“ถ้าเจ้ารู้สึกไม่เข้าใจ ก็คิดซะว่าเป็นหนี้บุญคุณแล้วกัน วันหนึ่งอาจมีเวลาที่ข้าจำเป็นต้องพึ่งพาความสามารถของเจ้า ตอนนั้นเจ้าค่อยชดใช้ให้ข้าก็ได้”
สำหรับสการ์เล็ต คำพูดนั้นยิ่งฟังดูประหลาดเข้าไปใหญ่
ลอร์ดอย่างเขาจะต้องการความช่วยเหลือจากนักเล่นแร่แปรธาตุอย่างเธอไปเพื่ออะไรกัน?
“หากไม่มีคำถามอื่น เจ้าไปได้แล้ว”
สการ์เล็ตเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะก้มหัวอย่างลึกซึ้ง
“ข้าได้รับพระกรุณาอย่างสูงจากท่านลอร์ด หากวันหนึ่งถึงเวลาที่ท่านลอร์ดต้องการใช้ความสามารถของข้า...ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อช่วยเหลือท่าน”
หลังกล่าวลาเสร็จ สการ์เล็ตก็เดินตามฟลอโตที่เพิ่งกลับเข้ามาออกไปจากห้อง
เธอคิดในใจว่าลอร์ดลำดับที่เจ็ดผู้นี้ ช่างลึกลับเสียจริง
......
หลังจากส่งทั้งสองคนกลับไปแล้ว ฉันก็ดื่มชาที่เหลือในถ้วยจนหมด
หมอนั่น...เคลื่อนไหวเร็วทีเดียว
ฉันหวนคิดถึงภาพที่วาเรียคุกเข่าขอโทษ แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
เขายอมก้มหัวและสารภาพออกมาเช่นนั้น การสอบสวนกองคาราวานวาเรียจึงหมดความจำเป็น บทสนทนาในครั้งนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
อย่างไรก็ตาม นี่คือจุดจบของปัญหาเรื่องเวิร์กช็อป
วาเรียรับรู้แล้วว่าฉันเกี่ยวข้องกับเวิร์กช็อป ดังนั้นเขาจึงไม่อาจแสดงความทะเยอทะยานใด ๆ ได้อีก เขาถึงกับพยายามปรับความสัมพันธ์กับสการ์เล็ตให้ดีขึ้น
แน่นอนว่าฉันยังไม่ได้ต้องการความสามารถของเธอในทันที
แต่หากฉันค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์กับเหล่า NPC ที่ปรากฏตัวในเกมในฐานะตัวละครฝ่ายดีแบบนี้ไปทีละคน พวกเขาอาจกลายเป็นผู้ช่วยสำคัญในยามคับขันที่ไม่คาดคิดก็เป็นได้
จากนั้น สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือ…
ฉันหันไปมองแผนที่ที่วางไว้บนโต๊ะ แล้วกอดอกครุ่นคิด
ยิ่งออกจากที่นี่เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ฉันจะได้ไปตามหาพลังลี้ลับถัดไป
แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ เส้นทางที่จะเลือกเดินไปยังจุดหมายนั้น
เป้าหมายหลักของฉันในตอนนี้คือการรวบรวมพลังลี้ลับทั้งหมดภายในเขตแดนของคัลเดอริค
และในบรรดาพลังเหล่านั้น สิ่งที่จำเป็นมากที่สุดก็คือความสามารถในการป้องกัน
ดังนั้น จุดหมายต่อไปจึงถูกกำหนดไว้แล้ว นั่นคือม่านลอยฟ้า
แต่เส้นทางที่จะเดินทางไปยังที่นั่นยังไม่แน่นอน ฉันจำเป็นต้องวางแผนอย่างรอบคอบในการเดินทางภายในคัลเดอริค
“ท่านลอร์ด”
ขณะที่ฉันกำลังคิดอยู่นั้น ฟลอโตก็กลับเข้ามาแล้วเอ่ยเรียก
ฉันคิดว่าอาจจะมีเรื่องใดตกค้างเกี่ยวกับเวิร์กช็อปหรือกองคาราวาน แต่สิ่งที่เขาพูดต่อมากลับเกินความคาดหมายไปมาก
“มีแขกมาพบขอรับ”
“…?”
“ลอร์ดลำดับที่สี่มาเอง เขากล่าวว่าต้องการมาพบท่านลอร์ด”
…ชาแทบพุ่งออกจากปากฉันทันที
ใครนะ?