- หน้าแรก
- ฉันหลุดเข้าไปในเกมพร้อมสกิลสังหารในพริบตา
- บทที่ 16.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (3)
บทที่ 16.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (3)
บทที่ 16.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (3)
บทที่ 16.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (3)
“วาเรีย”
วาเรียกับบาร์กที่เดินผ่านห้องโถงกลางของเวิร์กช็อปและกำลังจะมุ่งหน้าไปยังทางออกหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมา
คนที่เรียกพวกเขาไว้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเทน
“มีธุระอะไรงั้นเหรอ?”
เทนมองทั้งสองคนสลับกันไปมาก่อนจะจ้องมองบาร์กแล้วพูดต่อ
“บาร์ก ข้าขอท้าดวลกับเจ้า”
เมื่อได้ยินประโยคนั้น บาร์กเบิกตากว้างแล้วชี้มาที่ตัวเองพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เมื่อกี้ว่าไงนะ ดวลกับข้าเนี่ยนะ?”
วาเรียก้าวออกมาแล้วพูด
“ไม่รู้ว่าเจ้าคิดจะทำอะไรแต่เทนอาทิมาที่นี่คือเวิร์กช็อป เจ้ารู้ความหมายของที่นี่ดีไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่เกี่ยวกับที่นี่ ข้าทำในฐานะส่วนตัว”
“แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมาท้าดวลกัน?”
“เพราะหมอนั่นดูหมิ่นพี่สาวข้า ข้าไม่คิดว่าบาร์กจอมสังหารตาเดียวจะปฏิเสธเพียงเพราะกลัวนักดาบหนุ่มอย่างข้าหรอกนะ”
บาร์กมองเทนด้วยสายตาเหมือนกำลังมองลูกหมาตัวหนึ่ง
การใช้การดวลเพื่อคลี่คลายเรื่องขัดแย้งเล็กน้อยนั้นเป็นเรื่องธรรมดาในโลกนี้
แต่นั่นก็ใช้ได้เฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายมีสถานะพอ ๆ กันเท่านั้น ทว่าบาร์กคือยอดนักรบผู้มีชื่อเสียงที่สุดของวาเรีย ถึงขนาดได้รับสมญานามว่าจอมสังหารตาเดียว
ถ้าเทนสามารถเอาชนะบาร์กได้ที่นี่ ก็จะทำให้วาเรียไม่สามารถเคลื่อนไหวโดยประมาทได้
เขาจึงเลือกทำแบบนี้ เพราะคิดว่าคุ้มค่า
แม้จะอายุยังน้อย แต่เทนก็เป็นนักดาบฝีมือเยี่ยม เขามีความมั่นใจในตัวเอง เพราะฝีมือได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเมื่อไม่นานมานี้
บาร์กเหลือบมองวาเรีย
วาเรียยิ้มกว้างก่อนจะพยักหน้าเหมือนส่งสัญญาณให้น้องชายจัดการตามสบาย
“ดีเลย ข้าจะเสียเวลากับเจ้าสักหน่อยก็แล้วกัน”
บาร์กยิ้มออกมาแล้วก้าวออกไปข้างหน้า
ห้องโถงกลางกว้างพอที่จะให้คนสองคนดวลดาบกันได้อย่างสบาย
“เทน อาทิมา ตอนนี้เจ้าเริ่มมีชื่อเสียงไม่น้อยในเมืองหลวงแถมได้เข้ารอบชิงในงานประลองดาบที่เมืองดาร์ธแมดล่าสุดด้วยใช่ไหม? การท้าดวลจากนักดาบหนุ่มผู้เปี่ยมพรสวรรค์แบบนี้น่ะ ข้ายินดีต้อนรับอยู่แล้วล่ะ”
เทนเป็นฝ่ายชักดาบออกมาก่อน ตามด้วยบาร์กที่ชักดาบอย่างเชื่องช้า
บาร์กยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนดาบไปถืออีกข้าง
“จะให้ข้าจะออมมือให้เจ้าหน่อยดีไหม? ข้าเป็นคนถนัดขวา งั้นข้าจะใช้มือซ้ายก็แล้วกัน แค่นี้ก็น่าจะพอ”
“…ทำตามที่เจ้าต้องการเถอะ!”
เทนพุ่งเข้าโจมตีเต็มแรงทันที ตั้งใจจะทำให้บาร์กตกใจและต้องใช้ทั้งสองมือ ดาบของเขาเปล่งประกายแสงสีฟ้า
แกร๊ง!
ดาบที่ฟาดลงมาด้วยแรงมหาศาลถูกปัดออกอย่างง่ายดาย
ไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อไหร่ บาร์กใช้เพียงมือเดียวโดยอีกมือไพล่หลัง รับดาบของเทนไว้ได้อย่างมั่นคง แม้แต่ดาบของบาร์กก็ยังมีออร่าฟ้าปรากฏขึ้นเช่นกัน
การโจมตีถูกหยุดไว้ได้อย่างง่ายดาย
เทนรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะถอยหรือขยับแม้แต่น้อย แต่เขาก็ยังคงพุ่งเข้าโจมตีต่อเนื่อง
เคร้ง! ฉวับ! ฉึก!
เส้นแสงสีฟ้าตัดกันกลางอากาศ เสียงฟาดฟันดังสนั่นต่อเนื่อง
ประกายดาบที่เร็วเกินกว่าตามนุษย์ธรรมดาจะตามทัน พุ่งเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน
ดาบของเทนทั้งรวดเร็วและแม่นยำ ชัดเจนว่าเขาเป็นนักดาบระดับสูงในวัยของเขา
ทว่าการโจมตีทั้งหมดกลับถูกปัดป้องและทำลายโดยดาบของบาร์กที่เหวี่ยงอย่างเบา ๆ
“คุ่ก..!”
ยิ่งเวลาผ่านไป ใบหน้าของเทนก็ยิ่งมืดมนลงขณะเขาฟาดดาบ
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าช่องว่างระหว่างพวกเขาจะมากขนาดนี้
ปัง!!
และในจังหวะหนึ่ง เศษโลหะก็ปลิวกระจายไป
มือของบาร์กที่เร่งความเร็วขึ้นในพริบตา ฟาดใส่จนดาบของเทนแตกกระจาย
“คะ…!”
เทนที่ยังคงช็อกกับเหตุการณ์ เผลอร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น
บาร์กยิ้มเหี้ยมลงมองเขา
ผู้คนเริ่มทยอยมาถึงในเวลาเดียวกัน สการ์เล็ตกับเหล่าผู้อาวุโสรีบออกมาเมื่อได้ยินเสียงเอะอะจากด้านล่าง
“…เทน!”
สการ์เล็ตตะโกนด้วยใบหน้าเคร่งเครียดก่อนจะวิ่งเข้ามาหา จากนั้นก็หันไปจ้องวาเรียอย่างคมกริบ
“เจ้าทำอะไรลงไป?”
“อา อย่าเข้าใจผิดสิ คนที่ท้าดวลก่อนน่ะ คือน้องชายของเจ้าเองต่างหากล่ะ”
เทนก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเจ็บปวดบิดเบี้ยว หลีกเลี่ยงสายตาของสการ์เล็ต เมื่อเห็นเช่นนั้น สการ์เล็ตก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“…ข้าขออภัยแทนน้องชายข้าด้วย การต่อสู้ครั้งนี้ผลก็ชัดเจนแล้ว ได้โปรดหยุดได้เถอะ”
แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้น บาร์กกลับแสยะยิ้มชั่วร้ายแล้วกล่าวว่า
“หมอนั่นเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ งั้นถ้าข้าจะปิดฉากให้มันสมบูรณ์ก็คงไม่แปลกใช่ไหมล่ะ?”
ฟึบ
เขาจ้วงดาบลงไปที่แขนของเทนซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น
“อ๊าาาาก…!”
ใบหน้าของสการ์เล็ตและเหล่าผู้อาวุโสซีดเผือด
“น้องชายของเจ้าของเวิร์กช็อปเลือดร้อนเกินไป แบบนี้ก็ต้องสั่งสอนกันหน่อยใช่ไหมล่ะ”
“ยะ หยุด...พอได้แล้ว!”
“เชอะ ไม่ได้จะฆ่าซะหน่อย จะเครียดไปทำไม? ที่นี่ก็มีโพชั่นดี ๆ เยอะจะตายไป ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการรักษาหรอก”
บาร์กพูดจบก็เหวี่ยงดาบฟันลงไปที่แขนอีกครั้ง เทนทนไม่ไหวจึงส่งเสียงกรีดร้องออกมา
“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!!”
สการ์เล็ตสูญเสียความสงบอย่างสิ้นเชิง เธอตะโกนออกมาอย่างสิ้นหวังราวกับกำลังอ้อนวอน
บาร์กหัวเราะอย่างสนุกสนาน
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ถ้าดูสิ้นหวังขนาดนั้น ก็ลองคุกเข่าลงขอร้องแบบจริงจังดูหน่อยสิ เจ้าของเวิร์กช็อป ถ้าทำแบบนั้นข้าอาจจะ…”
ในจังหวะนั้นเอง
แกร๊ก!
ทันใดนั้น ประตูทางเข้าห้องโถงก็เปิดออกและอัศวินกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
สายตาทุกคู่หันไปมองตามเสียงฝีเท้าอย่างตกตะลึงกับการปรากฏตัวอันกะทันหันนั้น
วาเรียเบิกตากว้าง
ผู้ที่ก่อนหน้านี้ยังคงยิ้มเยาะชมสถานการณ์อยู่ เอ่ยพึมพำด้วยสีหน้าสับสน
“…อัศวินเลือดเหล็ก?”
อัศวินเลือดเหล็ก หน่วยอัศวินภายใต้การบังคับบัญชาโดยตรงของลอร์ดลำดับที่เจ็ด
วาเรียไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกองกำลังที่ถือเป็นหัวกะทิที่สุดของลอร์ด ผู้ซึ่งจะไม่เคลื่อนไหวหากไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถึงได้ปรากฏตัวที่นี่ในตอนนี้
สการ์เล็ตกับเหล่าผู้อาวุโสมองดูพวกเขาด้วยสีหน้างุนงง ขณะที่บาร์กดึงดาบที่ปักอยู่ในแขนของเทนออก
ชายผมสีบลอนด์ที่อยู่หัวขบวนอัศวินมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเดินตรงเข้าสู่กลางห้องโถงและเอ่ยปากพูด
“วาเรีย เจ้าของกองคาราวานวาเรีย”
“…”
จงตามเรามาเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธและเราจะไม่ตอบคำถามใด ๆ ทั้งสิ้น”
จากนั้นเขาก็หันไปทางสการ์เล็ตพร้อมเปลี่ยนท่าทีเป็นสุภาพขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านคือสการ์เล็ต เจ้าของเวิร์กช็อปอัลคิมัสใช่หรือไม่?”
“…ใช่ ข้าเอง”
“ขอให้ท่านตามเรามาด้วย ท่านลอร์ดต้องการพบท่าน”
“…!”
สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตกใจ
เพราะหากอัศวินผู้นั้นเรียกใครบางคนว่าลอร์ด ก็ไม่มีใครอื่นนอกจากลอร์ดลำดับที่เจ็ดแน่นอน
ในขณะเดียวกัน บาร์กก็ขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น
“นี่เจ้าจะพาเราไปปราสาทของลอร์ดงั้นเหรอ? ทำไมจู่ ๆ ถึงจับพี่ข้าไป อย่างน้อยก็บอกเหตุผลหน่อยสิ”
ควับ!
คำพูดของบาร์กถูกตัดขาดในทันที
เพราะอัศวินที่เขาเอ่ยถามชักดาบออกมาโจมตีโดยไม่ให้สัญญาณล่วงหน้า
บาร์กรีบดึงดาบขึ้นมาป้องกัน แต่กลับถูกฟันจนดาบแตกกระจาย
“คึ่ก…!”
บาร์กทรุดลงคุกเข่ากับพื้น เลือดสด ๆ ไหลทะลักจากบาดแผลลึกกลางหน้าอกที่ถูกฟันเป็นแนวทแยง
อัศวินคนนั้นจ้องเขาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเก็บดาบกลับเข้าฝัก
“ข้าบอกแล้วว่าไม่รับคำถาม เจ้ายังกล้าตั้งคำถามต่อคำสั่งของท่านลอร์ดอีกงั้นเหรอ?”