- หน้าแรก
- ฉันหลุดเข้าไปในเกมพร้อมสกิลสังหารในพริบตา
- บทที่ 16.1: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (3)
บทที่ 16.1: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (3)
บทที่ 16.1: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (3)
บทที่ 16.1: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (3)
ขณะกลับมาที่ปราสาท ฉันกำลังวุ่นอยู่กับการตรวจสอบแผนงานต่าง ๆ ก็ได้ยินรายงานจากหัวพ่อบ้าน ฟลอโต
“จัดการทำความสะอาดเสร็จแล้วเหรอ?”
ฉันเพิ่งสั่งไปเมื่อเช้าเอง แต่พวกเขาก็จัดการได้เร็วทีเดียว
ฉันเหลือบตามองเอกสารบางส่วนที่เขาส่งมาให้
มันคือรายชื่อพฤติกรรมเลวร้ายต่าง ๆ ที่กองคาราวานพ่อค้าวาเรียเคยก่อเอาไว้จนถึงตอนนี้
ตั้งแต่ปัญหาของผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงพฤติกรรมของคนในระดับล่าง
แม้ผลการสืบสวนจะไม่เจออะไรใหญ่โตที่สามารถหยุดกิจกรรมของกองคาราวานนี้ได้โดยตรง แต่ก็เพียงพอแล้ว
ความจริงฉันไม่จำเป็นต้องสืบสวนเลยด้วยซ้ำ
เพราะในคัลเดอริค ผู้เป็นลอร์ดก็คือกฎหมาย
ไม่ว่าวาเรียจะทำผิดกฎหมายหรือไม่ มันก็ไม่สำคัญ ยังไงก็ไม่มีข้อห้ามไม่ให้ลอร์ดจัดการอยู่ดี เพียงแต่จะให้รื้อถอนกลุ่มนั้นเดี๋ยวนั้นเลยก็ทำไม่ได้เท่านั้นเอง
พูดก็พูดเถอะ แม้แต่ตอนที่ฟลอโตอธิบายหน้าที่ของลอร์ดให้ฟังอย่างละเอียด ก็ยังไม่มีตอนที่พูดถึงอำนาจของลอร์ดในดินแดนของตนเลย มีเพียงข้อจำกัดไม่กี่อย่างเท่านั้น เช่น รัฐธรรมนูญใหญ่ที่ออกโดยจอมราชัน กฎเหล็กเรื่องการไม่แทรกแซงระหว่างดินแดนของลอร์ดและการไม่สามารถใช้กองทัพลอร์ดบุกอาณาเขตของประเทศอื่นได้
พูดง่าย ๆ ก็คือฉันสามารถทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่มันไม่ถึงขั้นเผด็จการที่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของราชอาณาจักร
ที่ฉันลงทุนสืบเรื่องพวกนี้ เป็นเพราะความรู้สึกผิดเล็กน้อยในใจต่างหาก
เพราะรู้มาจากเกมว่าวาเรียเป็นกลุ่มพ่อค้าที่มีภาพลักษณ์เป็นตัวร้าย แต่ก็แค่นั้น มันไม่ได้มีหลักฐานอะไรชัดเจน
ถ้าอย่างนั้นจะถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามเพียงเพราะไม่ชอบหน้าเลยงั้นเหรอ?
“พ่อบ้าน”
“ขอรับ ท่านลอร์ดที่เจ็ด”
“พาหัวหน้ากองคาราวานวาเรีย กับสการ์เล็ต เจ้าของเวิร์กช็อปอัลคิมัส มาที่ปราสาท”
“สำหรับเจ้าของเวิร์กช็อปนั้น จงให้การต้อนรับอย่างสุภาพและให้เกียรติ”
“ข้าจะทำตามคำสั่งของท่านเดี๋ยวนี้เลยขอรับ”
ฟลอโตไม่แสดงท่าทีแปลกใจหรือสงสัยแม้แต่น้อย เขาเพียงตอบกลับและรีบก้าวออกจากห้องไปทันที
เขาคงคาดเดาความตั้งใจของฉันได้จากคำสั่งที่ออกมาก่อนหน้านี้
ฉันกลับมามองแผนที่อีกครั้ง เมื่อจัดการสิ่งที่ต้องทำเสร็จแล้ว ก็เพียงแค่รอทั้งสองคนมาอย่างใจเย็น
ถึงจะบอกว่าอีกไม่นานจะได้เจอกันอีก แต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
...
ห้องโถงใหญ่ของเวิร์กช็อปอัลคิมัส
ในบรรยากาศเย็นชืด วาเรียกล่าวขึ้นอย่างใจเย็นพลางจิบชา
“สมกับเป็นสถานที่รวมตัวของช่างฝีมือจริง ๆ ชารสชาติดีเสียจนอยากเรียนรู้เคล็ดลับเลยทีเดียว”
สการ์เล็ตซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตอบกลับด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ระวังจะดื่มมากเกินไปนะ มันอาจจะดีเกินกว่าลิ้นหยาบ ๆ ของเจ้าจะรับไหวก็ได้”
“ข้าเพียงชมอย่างจริงใจ หวังว่าเจ้าจะไม่เข้าใจผิดไป”
“เข้าสู่ประเด็นหลักกันเถอะ ข้าจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดที่รบกวนเวลาของเจ้าของกองคาราวานผู้แสนยุ่งอย่างท่านวาเรีย”
วาเรียยิ้มมุมปาก พลางวางถ้วยชาลง
“ข้ามีอะไรจะพูดกันเชียว ก็แค่เสนอข้อเสนอเดิม ๆ ที่ข้าเคยเสนอและเจ้าก็จะปฏิเสธมันเหมือนเดิม”
สการ์เล็ตตอบกลับด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“มันก็แค่กลอุบายที่ต้องการจะใช้เงินทุนของกองคาราวาน เพื่อผลิตโพชั่นของอัลคิมัสในปริมาณมาก แล้วเอาความสามารถของช่างฝีมือพวกข้าไปใช้อย่างสูบเลือดสูบเนื้อ”
“เจ้าของเวิร์กช็อปคนนี้ดูจะเต็มไปด้วยอคติในแง่ลบต่อพวกเรามากเหลือเกิน ตามที่ใครหลายคนพูดไว้ไม่มีผิด”
“แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนสร้างอคติเหล่านั้น? ปิดกั้นเส้นทางจัดจำหน่าย ปรามลูกค้าของเวิร์กช็อปทีละคนและใช้เล่ห์กลสารพัดเพื่อกดดันเวิร์กช็อปนี้มาตลอดหลายปีก่อนหน้านี้?”
บาร์ค ชายผู้มีผ้าปิดตานั่งอยู่ข้างวาเรีย หัวเราะคิกออกมา
“เจ้าของเวิร์กช็อป ระวังคำพูดของเจ้าหน่อย เราเองก็ไม่ได้สุภาพนักหรอกนะ จะมากล่าวหาเราลอย ๆ แบบไม่มีหลักฐานแบบนั้น มันไม่ยุติธรรมเลยนะ”
“…ฮึ!”
“แล้วพวกผู้อาวุโสล่ะ คิดเห็นว่าอย่างไร? เพื่ออนาคตของเวิร์กช็อป เหล่าข้ารับใช้ผู้ภักดีไม่ควรจะลุกขึ้นมาทลายความดื้อรั้นของหัวหน้าตระกูลหรือไง?”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้สการ์เล็ตแค่นเสียงเยาะ
“เพื่ออนาคตของเวิร์กช็อป ข้าคิดว่า ข้อเสนอนี้ไม่ควรถูกยอมรับเลยแม้แต่น้อย”
“ฮะฮะ ข้าชักจะไม่เข้าใจจริง ๆ แล้วสิ พวกเรากลุ่มวาเรียจะเป็นผู้จัดหาทั้งทรัพยากรและเงินทุนทั้งหมดที่จำเป็นต่อการผลิตโพชั่นให้กับเวิร์กช็อป แล้วมันจะมีอะไรไม่ดีตรงไหนกัน?”
“และราคาที่พวกเจ้าต้องการคือเทคโนโลยีของเวิร์กช็อปนี้กับความสามารถของหัวหน้าตระกูล ข้ารู้มาว่าพวกเจ้ามีเวิร์กช็อปอีกแห่งหนึ่งในเมืองใกล้เคียงอย่างฟลิคเคอยู่แล้ว อีกไม่กี่ปีข้างหน้า พวกเจ้าก็จะค่อย ๆ ดูดเอาเทคโนโลยีของเราทั้งหมดไปทีละน้อย แล้วค่อย ๆ ช่วงชิงคู่ค้าทางธุรกิจของเราไปทีละราย สุดท้ายเวิร์กช็อปของเราก็จะเสื่อมถอยลงช้า ๆ หรือไม่เช่นนั้น พวกเจ้าก็คงบีบให้พวกเรายอมยกสิทธิ์บริหารเวิร์กช็อปให้กับพวกเจ้าหรือว่าพวกเจ้ามีแผนการที่เจ้าเล่ห์และชั่วร้ายยิ่งกว่านั้นอีก?”
วาเรียหัวเราะกับถ้อยคำเชือดเฉือนของผู้อาวุโส
“ข้านี่อิจฉาเจ้าจริง ๆ นะ เจ้าของเวิร์กช็อป ที่มีข้ารับใช้จิตใจซื่อตรงและมีแนวคิดตรงกันเช่นนี้”
สการ์เล็ตขมวดคิ้ว
เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเคยพยายามติดสินบนผู้อาวุโสบางคน แม้จะล้มเหลวก็ตาม
“พวกเขาเป็นคนที่ภาคภูมิใจในตัวเองและอุทิศทั้งชีวิตเพื่อความมั่นคงของตระกูลของพวกเรา ข้าไม่คิดว่าจะมีใครเห็นด้วยกับเจ้าเลยแม้แต่คนเดียว”
“นั่นสินะ”
“ต่อไปจะใช้วิธีข่มขู่แล้วใช่ไหม?”
“เจ้าของเวิร์กช็อป”
วาเรียแสยะยิ้ม
“เจ้าไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นใจเย็นหรอก เจ้าก็รู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว”
“…”
“ลอร์ดที่เจ็ดคนใหม่เพิ่งมาถึงเมืองเมื่อวานนี้เองและตอนนี้ก็ไม่มีผู้สำเร็จราชการแล้ว เจ้าคิดว่าท่านลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่จะสนใจเรื่องทะเลาะวิวาทเล็กน้อยพรรค์นี้ไหม? หรือถ้าเขาจะสนใจล่ะก็ เจ้าคิดว่าเขาจะเข้าข้างฝ่ายไหนกัน? เขาจะฟังเจ้างั้นเหรอ? บางทีถ้าในตระกูลเจ้ามีเอลิกเซอร์ที่สืบทอดกันมาเป็นของประจำตระกูล แล้วเจ้านำมันไปถวาย บางทีเขาอาจจะยอมอยู่ฝ่ายเจ้าก็ได้”
บาร์คแทรกขึ้นมาพร้อมหัวเราะในน้ำเสียงอย่างชั่วร้าย
“หรือ...เพราะเจ้าของเวิร์กช็อปหน้าตาสะสวย เจ้าก็ลองยั่วยวนเขาดูสิ ยังไงก็มีข่าวลือว่าลอร์ดคนใหม่เป็นมนุษย์ผู้ชายใช่ไหมล่ะ?”
“…ระวังคำพูดของเจ้าด้วย”
ธานซึ่งยืนอยู่ด้านหลังสการ์เล็ตและไม่เคยพูดอะไรเลยจนถึงตอนนั้น เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเค้นจากไรฟัน
สีหน้าของผู้อาวุโสทั้งหลายก็พลันเปลี่ยนไปเป็นเคร่งเครียด เมื่อได้ยินถ้อยคำที่ดูหมิ่นหัวหน้าตระกูลต่อหน้าเช่นนั้น
แต่บาร์คยังคงพูดด้วยท่าทีเช่นเดิม ราวกับไม่ได้ยินคำเตือนของธานเลย
“เพื่อความปลอดภัยก็แล้วกัน ลองแต่งงานกับคุณชายสักคนดูไหมล่ะ? เจ้าของเวิร์กช็อปก็ยังไม่ได้แก่เกินจะแต่งนะ ไม่ควรจะเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในที่แห้งแล้งแบบนี้ ควรจะได้ลิ้มรสความสุขในฐานะผู้หญิงบ้างสิ”
“เจ้า!”
ธานแทบจะระเบิดอารมณ์ แต่สการ์เล็ตยกมือขึ้นห้ามเอาไว้
“เจ้ามาที่นี่เพื่อยั่วยุอย่างต่ำช้าแบบนี้สินะ? ขนาดความละอายเจ้าก็โยนทิ้งไปหมดแล้ว”
วาเรียลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหยียด
“วันนี้คงถือเป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย ข้าหวังว่าเจ้าจะเลือกทางที่ฉลาดเพื่ออนาคตของเวิร์กช็อปนะ คุณหนูสการ์เล็ต”
“…”
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราขอตัวล่ะ ไม่ต้องลำบากมาส่ง”
ผู้อาวุโสมองดูสองคนนั้นเดินออกไปจากห้องด้วยสีหน้าหนักอึ้ง
พวกเขาบุกมาถึงที่โดยไม่บอกล่วงหน้า แถมยังข่มขู่กันโต้ง ๆ
สถานการณ์ในอนาคตสำหรับเวิร์กช็อปนั้นช่างไม่เป็นใจเอาเสียเลย แม้แต่แค่พรุ่งนี้ ก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า กองคาราวานวาเรียจะใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกอะไรอีก
เพราะเมื่อไม่กี่ปีก่อน พวกผู้อาวุโสทั้งหมดก็เคยเผชิญกับการกระทำต่ำทรามของวาเรียมาจนฟันยังแทบสั่นเมื่อนึกถึง
สการ์เล็ตยกมือขึ้นแตะหน้าผากราวกับปวดหัว
“หัวหน้าตระกูล เราจัดประชุมกันอีกครั้งตอนเย็นดีไหม?”
“ใช่ ควรจะทำเช่นนั้น งั้นตอนนี้…”
สการ์เล็ตกับผู้อาวุโสเริ่มหารือกันเกี่ยวกับทิศทางในอนาคต
ธานฟังอยู่เงียบ ๆ ด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ก่อนจะแอบลุกออกจากห้องไป