เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (1)

บทที่ 14.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (1)

บทที่ 14.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (1)


บทที่ 14.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (1)

วันถัดมา หลังจากได้เพลิดเพลินกับงานเลี้ยง...

ฉันก็เริ่มลงมือทำสิ่งที่ต้องทำ

เอามาซะเยอะเชียว

ฉันมองลงไปยังถังใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยหนอนตัวอ่อนที่กำลังดิ้นพล่าน

พ่อบ้านเป็นคนไปนำมาให้หลังจากได้รับคำสั่งจากฉัน

ตัวอ่อนพวกนี้คือวัสดุทดลองที่จะถูกใช้ในการตรวจสอบพลังสังหารในพริบตาอย่างแม่นยำ

“มาเริ่มกันเถอะ”

ฉันหยิบมีดขึ้นมา

จุดประสงค์ของการทดลองครั้งนี้ คือการตรวจสอบว่า หลังจากที่เลือดหลั่งออกจากร่างกายไปแล้ว พลัง สังหารในพริบตา จะยังคงมีผลอยู่ได้นานแค่ไหน

วิธีการก็ง่ายมาก

ฉันจะหยดเลือดลงบนตัวหนอนแล้วใช้สังหารในพริบตา ทุกครั้งที่สำเร็จฉันก็จะเพิ่มเวลาหน่วงออกไปอีกห้าวินาที

หลังจากสังเวยหนอนตัวอ่อนนับสิบตัวไป...

การทดลองก็สำเร็จเรียบร้อย

ประมาณสามนาที

จากผลการทดลอง พลังสังหารในพริบตาที่ใช้ผ่านเลือดของฉันจะมีระยะเวลาที่มีผลอยู่ประมาณสามนาทีเท่านั้นเอง

เลือดที่ไหลออกจากร่างเกินสามนาทีนั้น ไม่สามารถกระตุ้นสังหารในพริบตาได้

สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว เมื่อฉันครุ่นคิดถึงวิธีใช้ประโยชน์จากข้อมูลใหม่นี้ ก็คือ เทคนิคโลหิตของแวมไพร์

ถ้าฉันมีความสามารถควบคุมเลือดได้อย่างอิสระล่ะก็ การผสานกับสังหารในพริบตาคงจะเป็นอะไรที่ทรงพลังสุด ๆ

แต่ปัญหาก็คือ ฉันไม่สามารถเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ของตัวเองได้

ในโลกนี้โดยทั่วไปแล้ว ไม่มีวิธีไหนที่จะเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ที่ตนเกิดมาได้เลย

และถึงจะสามารถเปลี่ยนได้ ฉันเองก็ยังอยากจะคงสภาพเป็นมนุษย์ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เวทโลหิตที่สามารถใช้ได้แม้ไม่ใช่แวมไพร์

มีสิ่งหนึ่งที่นึกออก แต่มันเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงสูงอยู่พอสมควร

เอาไว้ค่อยคิดเรื่องนั้นทีหลังก็แล้วกัน

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ฉันได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่รู้

เช่น ขอบเขตของเป้าหมายที่สามารถถูกสังหารได้ในทันทีนั้นมีอะไรบ้าง? พวกอันเดธหรือวิญญาณจะได้รับผลด้วยหรือเปล่า?

เรื่องพวกนี้ก็ต้องรอจังหวะเหมาะ ๆ แล้วค่อยทดสอบภายหลัง

สิ่งต่อไปที่ต้องจัดการตอนนี้ก็คือ เวิร์กช็อปอัลคิมัส

ฉันหันไปพูดกับแอชเชอร์ที่กำลังรออยู่หน้าห้อง

“ข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย”

นอกจากอยากสำรวจเวิร์กช็อปแล้ว ฉันยังสงสัยอยู่ว่าโพชั่นในโลกนี้จะมีประสิทธิภาพแค่ไหนอีกด้วย

......

อาเรียเป็นศิษย์ฝึกงานของเวิร์กช็อปอัลคิมัส

งานประจำยามเช้าของเธอคือการดูแลเคาน์เตอร์ในอาคารร้านค้า

รายได้หลักของเวิร์กช็อปแห่งนี้มาจากสภาเมืองของเมืองใกล้เคียง รวมถึงบัคฮอร์นและพวกนักผจญภัย

แต่พวกสภาเมืองมักไม่ค่อยมาที่ร้านโดยตรง เพราะพวกเขามักสั่งของล็อตใหญ่ทีเดียว

ส่วนพวกนักผจญภัยก็ยังไม่เริ่มเคลื่อนไหวกันในช่วงเวลานี้ของวัน

พูดง่าย ๆ ก็คือ ตอนนี้อาเรียกำลังมีช่วงเวลาอันแสนชิล เพราะลูกค้ามีน้อยมาก

อาเรียที่กำลังหาวอยู่นั้น เหลือบเห็นเงาร่างของลูกค้ารายหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน

เธอรีบหุบปากในทันที

แขกผู้มาเยือนเป็นชายหนุ่มกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นผู้ติดตาม ชายหญิงคู่นั้นทั้งคู่หน้าตาดีอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะชายหนุ่ม

อาเรียกล่าวต้อนรับอย่างสดใส ขณะคิดว่าเช้านี้โชคดีเหลือเกินที่ได้เห็นของดีต่อสายตาตั้งแต่เช้า

“ยินดีต้อนรับค่ะ!”

ชายหนุ่มพยักหน้าเงียบ ๆ แล้วเดินดูโพชั่นที่จัดแสดงอยู่

คุณชายจากเมืองอื่นหรือเปล่านะ?

หน้าเขาไม่คุ้นเลย

ชายหนุ่มคนนั้นที่ยืนพิจารณาโพชั่นอยู่นาน ในที่สุดก็เดินเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์

“โพชั่นทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้ อยู่บนชั้นวางหมดแล้วใช่ไหม?”

“อ๋า โพชั่นที่วางโชว์อยู่น่ะเป็นของคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานทั้งหมดเลยค่ะ โพชั่นคุณภาพสูงปกติจะต้องสั่งทำเป็นกรณีพิเศษค่ะ”

ชายหนุ่มพยักหน้า แล้วถามต่ออีกครั้ง

“ข้าต้องการซื้อโพชั่นรักษาคุณภาพสูงที่สุดที่เวิร์กช็อปมี”

อาเรียหัวเราะในใจทันที

ดูเหมือนว่าคุณชายผู้ไม่รู้เรื่องคนนี้ จะไม่เข้าใจเลยว่าโพชั่นที่ว่านั้นมันแพงขนาดไหน โดยเฉพาะถ้าเป็นโพชั่นที่สร้างโดยอัลคิมัสล่ะก็…

“ถ้าพูดถึงโพชั่นรักษาที่คุณภาพสูงที่สุด ก็คงเป็นสการ์เล็ตค่ะ”

“นั่นไม่ใช่ชื่อของเจ้าของเวิร์กช็อปเหรอ?”

“ใช่ค่ะ เพราะเป็นโพชั่นที่คิดค้นโดยท่านเจ้าของ เลยใช้ชื่อนั้นตั้งเป็นชื่อโพชั่นด้วยค่ะ”

“ราคาเท่าไหร่?”

อาเรียตอบกลับด้วยรอยยิ้มสดใส ขณะคิดจะแกล้งอีกฝ่ายนิดหน่อย

“สามเหรียญแพลตินัมค่ะ”

ถ้าเทียบกับเหรียญทอง ก็ประมาณ 300 เหรียญเลยทีเดียว

เป็นจำนวนเงินที่ไม่มีใครจะควักออกมาซื้อได้แบบไม่คิดหน้าคิดหลังแน่นอน

อาเรียมองใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้น ด้วยความคาดหวังว่าจะได้เห็นสีหน้าตกตะลึง

แต่เขากลับพยักหน้าโดยไม่แสดงสีหน้าเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

“ข้าจะซื้อ”

“…เอ๋?”

“ถ้าต้องสั่งทำ ต้องรอนานแค่ไหน? ข้าจ่ายเต็มจำนวนล่วงหน้าได้ไหม?”

ว่าจบ ชายหนุ่มก็ควักถุงเงินที่เต็มไปด้วยเหรียญทองและเหรียญแพลตินัมออกมาจากอกเสื้อ

อาเรียถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบพูดติดอ่างออกมา

“ดะ เดี๋ยวค่ะ! ข้าจะไปตามเจ้าของเวิร์กช็อปมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”

จบบทที่ บทที่ 14.2: เวิร์กช็อปอัลคิมัส (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว