- หน้าแรก
- ฉันหลุดเข้าไปในเกมพร้อมสกิลสังหารในพริบตา
- บทที่ 11.3: การฟื้นฟูเหนือมนุษย์ (2)
บทที่ 11.3: การฟื้นฟูเหนือมนุษย์ (2)
บทที่ 11.3: การฟื้นฟูเหนือมนุษย์ (2)
บทที่ 11.3: การฟื้นฟูเหนือมนุษย์ (2)
“เจ้านี่…คือที่ว่าลือกันเหรอ?”
คานพึมพำเบา ๆ ขณะอ้าปาก
งูยักษ์ที่ลือกันว่ามีคนพบเห็นในภูเขาทางตอนเหนือ
แต่ถึงมันจะใช่หรือไม่ใช่ต้นเรื่องของข่าวลือก็ไม่สำคัญแล้ว เพราะตอนนี้มันตายไปแล้ว
แล้วใครกันที่ฆ่ามัน?
ฉันกวาดตามองโดยรอบ
ระหว่างที่สำรวจพื้นดินใกล้ ๆ เพื่อหาเบาะแส สายตาก็สะท้อนภาพต้นไม้ล้มระเนระนาดอันน่าประหลาดใจ
ครืน
เสียงแผ่วเบาดังสะท้อนในโสตประสาท
พื้นดินสั่นสะเทือนพร้อมเสียงชวนสยองที่เหมือนจะกระตุ้นสัญชาตญาณความหวาดกลัวในระดับพื้นฐานที่สุดของชีวิต
พุ่มไม้รกชัฏด้านหนึ่งยุบตัวลงและบางสิ่งขนาดมหึมาก็ปรากฏตัวพุ่งตรงมาทางนี้ ไม่มีใครขยับได้เลยแม้แต่คนเดียว
ครืด ครืด ครืด
ไม่นานนัก สิ่งที่มีตัวตนอันล้นหลามก็ตั้งร่างขึ้นสูงตระหง่านทอดเงาทาบลงบนพื้นดิน
ทั้งแอชเชอร์และคานต่างจ้องมองมันด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
[Lv.90]
มันคืออสรพิษขนาดมหึมาสีดำสนิท
เรียกว่างูก็ยังน้อยไป จะเรียกว่ามังกรยังจะเหมาะกว่า ขนาดของมันใหญ่จนทำให้งูยักษ์ที่ตายไปก่อนหน้านี้ดูเหมือนงูทารกตัวเล็ก ๆ
แน่นอนว่าฉันรู้ดีว่ามันคืออะไร
เบลวาโกร่าห์
หนึ่งในบอสที่มีชื่อเสียงของแดนอสูร
เป็นสิ่งแรกที่นึกถึงทันทีที่ได้ยินเรื่องงูยักษ์...แต่พูดตามตรง ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะมาอยู่ในที่แบบนี้
แล้วมันมาที่นี่ทำไมกัน?
คำตอบของคำถามนั้นก็ปรากฏขึ้นทันที
ตอนนี้คือช่วงห้าปีก่อนเหตุการณ์ในเกมจะเริ่ม
มันยังไม่ได้ย้ายถิ่นฐานไปยังแดนอสูร
ใช่แล้ว...ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงสมเหตุสมผลอยู่ ฉันแค่ไม่เคยคาดคิดว่าคำร่ำลือเรื่องงูยักษ์จะหมายถึงเจ้านี่จริง ๆ
ฟึ่บ...
ดวงตาเบ้อเร่อข้างหนึ่งเปิดออก ม่านตาฉีกกว้าง จ้องกวาดผ่านสองคนที่เหลืออยู่
เหมือนกำลังพิจารณาว่าจะกินใครก่อนดี
คานมีสีหน้าราวกับจะเป็นลมได้ทุกเมื่อ ส่วนแอชเชอร์ก็ไม่ต่างกัน
ไม่เพียงแต่ไม่ได้เตรียมตัวเข้าสู้ ใบหน้าของเธอยังซีดเผือด มือที่จับด้ามดาบอยู่สั่นระริก...ไม่ต่างจากกบตัวหนึ่งที่ถูกงูจ้องเขมือบเลยแม้แต่น้อย
นี่มันคือ…ความหวาดกลัวอย่างนั้นเหรอ?
มีมอนสเตอร์บางประเภทที่มีสกิลความหวาดกลัวซึ่งสามารถทำให้เป้าหมายที่อ่อนแอกว่ารู้สึกหวาดกลัวและตื่นตระหนกอย่างรุนแรงและเบลเลวาโกร่าห์ก็คือหนึ่งในนั้น
ต่อให้แอชเชอร์จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ย่อมได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากความหวาดกลัวของศัตรูที่มีระดับห่างไกลกว่ามาก
แม้จะอยู่ในสภาพพร้อมสู้ที่สุดก็ตาม แต่หากไร้โอกาสชนะก็ไม่มีทางแม้แต่จะหนีออกมาได้
แต่เพราะฉันมีจิตวิญญาณแห่งราชัน สกิลความหวาดกลัวจึงไม่สามารถส่งผลใด ๆ ต่อฉันได้
ถึงอย่างนั้น...มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงว่าสถานการณ์ในตอนนี้คือหายนะขั้นสุด
ทำไมโชคร้ายถึงมาเยือนได้เร็วขนาดนี้นะ?
ฉันเคยให้สัญญากับตัวเองว่าจะยอมเสี่ยงในบางจังหวะ แต่แค่เริ่มต้นก็มาเจอกับวิกฤตขนาดนี้แล้ว ฉันอยากจะหัวเราะให้กับความไร้สาระของสถานการณ์นี้จริง ๆ
...ตราบใดที่สามารถแตะต้องมันได้สักครั้ง
ฉันรู้ดีว่าไม่มีทางอื่นนอกจากต้องรอดให้ได้จากสถานการณ์นี้
แค่สัมผัสมันให้ได้สักครั้งก็พอ
มันคงจบแน่ถ้าฉันโดนร่างยักษ์มหึมานั่นบดขยี้ก่อนจะได้ใช้สกิล แต่นี่เป็นเดิมพันที่ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเสี่ยงด้วยชีวิต
ฉันเริ่มเดินช้า ๆ เข้าไปหาเบลเลวาโกร่าห์
...
ขนาดที่ใหญ่เกินต้านจนทำให้พูดไม่ออก
มันน่าขันเกินไปที่เธอไม่รู้สึกถึงตัวตนของมันเลย ทั้งที่ฉันยืนอยู่ข้าง ๆ มันแท้ ๆ
แอชเชอร์ได้รู้ในวินาทีนี้เอง ว่าในโลกใบนี้มีสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และน่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้อยู่จริง
เธอเองก็รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ ว่าต่อให้ทุ่มสุดกำลังทั้งหมดที่มี ก็ไม่มีทางชนะเจ้าสัตว์ประหลาดนี่ได้
ไม่สิ…ตอนนี้เธอถึงขั้นไม่สามารถต่อสู้ได้ด้วยซ้ำ
ขยับตัวไม่ได้เลย…
แค่เผชิญหน้ากับมัน ลมหายใจก็หยุดลงโดยอัตโนมัติ แม้แต่จะยกนิ้วขึ้นมายังทำได้ยาก
เธอกัดฟันแน่น พยายามต่อต้านสกิลความหวาดกลัว ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีเพื่อประคองจิตใจนักสู้ที่กำลังจะแตกสลายให้มั่นคง
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่สามารถดึงดาบออกมาได้
ความหวาดกลัวที่ไหลทะลักออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจนั้นไม่สามารถสลัดทิ้งไปได้ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม
ทั้งหมดที่เธอทำได้มีเพียงจมอยู่ในความสิ้นหวังและไร้หนทาง ดิ้นรนเร่งพลังเวทในร่างเพื่อคลายพันธนาการนั้นให้ได้
แล้วในตอนนั้นเอง…
เสียงฝีเท้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ดวงตาของเธอเบิกกว้าง
ลอร์ดที่เจ็ด กำลังก้าวเดินเข้าไปหาเจ้าสัตว์ประหลาด
อย่างช้า ๆ ด้วยก้าวเดินที่แผ่วเบา ราวกับว่าแรงกดดันอันน่าสะพรึงนี้ไม่ส่งผลใด ๆ กับเขาเลย
สัตว์ประหลาดค่อย ๆ เอียงศีรษะลงต่ำ สอดส่ายสายตา
แค่ขยับเพียงนิดเดียวก็เกิดแรงลมมหาศาลและทำให้พื้นสั่นสะเทือน
มันดูเหมือนกำลังสงสัยว่า ทำไมเหยื่อรายนี้ถึงสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสบาย ๆ
ระยะห่างที่แค่เอื้อมมือออกไปก็สัมผัสได้
ลอร์ดที่เจ็ดซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าของมัน ดูราวกับกำลังตกอยู่ในอันตราย แค่เจ้าสัตว์อ้าปากหายใจเข้าก็เหมือนจะถูกกลืนหายไปทั้งคน
ลอร์ดที่เจ็ดยื่นมือออกไปอย่างช้า ๆ
ในสายตาของแอชเชอร์ มันคือท่าทางที่สงบนิ่งไร้ซึ่งเจตนาสังหารหรือพลังเวทแม้แต่น้อยและในขณะที่ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนร่างของสัตว์ประหลาดนั้น เขาก็ยิ้มบาง ๆ แล้วพูดขึ้นเบา ๆ ว่า
“ข้าดูเหมือนเหยื่อของเจ้าอย่างนั้นเหรอ?”
…โครม!!!
ร่างขนาดยักษ์ของสัตว์ประหลาดทรุดฮวบลง พร้อมแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่สั่นสะเทือนพื้นป่า