- หน้าแรก
- ฉันหลุดเข้าไปในเกมพร้อมสกิลสังหารในพริบตา
- บทที่ 8.3: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)
บทที่ 8.3: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)
บทที่ 8.3: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)
บทที่ 8.3: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)
ประมาณหนึ่งชั่วโมงให้หลัง แอชเชอร์ก็มายังห้องของฉัน
“นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่านลอร์ดที่เจ็ด ข้ามีนามว่าแอชเชอร์ เป็นอัศวินฝึกหัดสังกัดกองอัศวินไวท์สตาร์หน่วยที่ห้าค่ะ”
เธอทำความเคารพด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ขณะสวมเสื้อผ้าลำลอง ไม่ใช่ชุดเกราะฝึกซ้อม
“นั่งสิ”
ฉันผายมือไปยังที่นั่งฝั่งตรงข้าม
แอชเชอร์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนั่งลง
โต๊ะที่มีคนสองคนนั่งประจันหน้ากัน ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง
ซูด...
ฉันจิบชาช้า ๆ โดยไม่พูดอะไร พลางเหลือบมองอีกฝั่งหนึ่ง
แอชเชอร์ที่กำลังก้มมองถ้วยชาที่วางอยู่ตรงหน้า ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของฉัน
ในดวงตาสีแดงสดใสนั้น ฉันรับรู้ได้อย่างเลือนรางถึงอารมณ์หลากหลายที่ซ่อนอยู่
ความตึงเครียด ความระแวดระวังและความสงสัย ดวงตาที่บอกว่าเธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่กันแน่
...พูดตามตรง นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกประหม่าเข้าไปใหญ่
ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้คือสัตว์ประหลาดระดับเกิน 80 และสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดต่อจากนี้ มันก็แน่นอนว่าจะทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย
แต่ถ้าจะโน้มน้าวเธอ นี่คือวิธีที่ดีที่สุด
ฉันจึงเอ่ยปาก
“เจ้ากำลังปกปิดความสามารถอยู่ใช่ไหม?”
เข้าเรื่องตรงประเด็นโดยไม่มีการอ้อมค้อม
“…”
สีหน้าของแอชเชอร์ค่อย ๆ แข็งทื่อขึ้น
“ข้าไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเจ้าจึงยังเป็นแค่อัศวินฝึกหัด ทั้งที่มีฝีมือขนาดนั้น ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าทำไมเจ้าถึงต้องปิดบังพลังของตัวเองไว้”
“ข้าไม่เข้าใจว่าท่านหมายถึงอะไร”
น้ำเสียงเย็น ๆ ที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“ถ้าเจ้าจะปฏิเสธ งั้นข้าจะพูดให้ตรงประเด็นเลยก็แล้วกัน”
ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นทันทีที่ฉันพูดประโยคนั้นออกไป
“เผ่าจันทราขาว”
“…!”
“ข้าเคยได้ยินมาว่าเผ่าถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว แต่ก็เห็นชัดว่า...ยังมีคนรอดอยู่ แล้วเจ้ามาทำอะไรที่ปราสาทของจอมราชัน?”
ความเป็นศัตรูที่เฉียบคมพลันพุ่งทะลุเข้าทั้งร่างของฉันทันที
เมื่อเทียบกับจิตสังหารของลอร์ดสายฟ้าที่ฉันเคยสัมผัสในที่ประชุมลอร์ดแล้ว มันยังห่างไกลนัก แต่ถึงอย่างนั้น แรงกดดันที่แผ่ออกมาก็ยังหนักหน่วงมากพอ
ฉันจ้องสบตากับเธอที่มองฉันด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวจากโทสะ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างสงบนิ่ง
“หยุดคิดอะไรไร้ประโยชน์เถอะ เจ้าคนเดียวไม่มีทางชนะข้าได้หรอก”
แน่นอนว่านั่นเป็นคำพูดหลอกลวง
ถ้าเธอชักดาบออกมาแล้วฟันลงมาตรงนี้ ฉันก็คงตายไปโดยไม่ทันได้รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายไปเมื่อไหร่
แต่ฉันก็เชื่อว่า...มันจะไม่เกิดขึ้น
ก่อนอื่น แอชเชอร์ไม่ใช่คนที่จะฆ่าใครง่าย ๆ ถึงแม้ตอนนี้จะยังเป็นตัวเธอในอดีตก่อนเนื้อเรื่องในเกมจะเริ่มก็ตาม แต่นิสัยพื้นฐานของเธอก็คงไม่ได้ต่างออกไป
เหนือสิ่งอื่นใด เธอไม่ใช่คนบุ่มบ่ามที่จะโจมตีใครที่แข็งแกร่งกว่าอย่างไม่ลังเล
ไม่ว่าเธอจะมั่นใจในฝีมือแค่ไหน เธอก็ต้องรู้ว่าลอร์ดแห่งคัลเดอริคคือสิ่งที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
“…”
เหมือนว่าคำขู่ของฉันจะได้ผล แอชเชอร์กัดริมฝีปากแน่นและควบคุมเจตนาฆ่าฟันที่แผ่ออกมาก่อนหน้านั้นกลับคืนไป
เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากริมฝีปากที่เธอกัดจนแตก เป็นภาพที่ดูน่าอึดอัดอยู่ไม่น้อย
บางที...ตอนนี้เธออาจกำลังสับสนมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
ทั้งสับสนว่า ฉันรู้เรื่องของเธอได้อย่างไรและจุดประสงค์ของฉันคืออะไรกันแน่
การโน้มน้าวเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ได้เวลาเริ่มเจรจาแล้วล่ะ...