- หน้าแรก
- ฉันหลุดเข้าไปในเกมพร้อมสกิลสังหารในพริบตา
- บทที่ 8.1: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)
บทที่ 8.1: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)
บทที่ 8.1: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)
บทที่ 8.1: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)
เลเวล 70
เมื่อพิจารณาสิ่งต่าง ๆ แล้ว ต้องมีผู้คุ้มกันที่อย่างน้อยเลเวล 70
มันอาจดูเลเวลต่ำเมื่อเทียบกับเหล่าลอร์ด แต่เดิมทีพวกนั้นก็คืออสุรกายนอกขอบเขตอยู่แล้วและแม้แต่เลเวล 70 ก็ถือว่าแข็งแกร่งมากแล้วจริง ๆ
ถ้าเลเวล 30 คือระดับที่สามารถสังหารทหารธรรมดาได้ร้อยคนเพียงลำพัง งั้นเลเวล 70 ก็สามารถจัดการเลเวล 30 ได้อย่างง่ายดาย
แค่หาผู้คุ้มกันมาได้ ไม่ใช่ปัญหาหรอก…
แค่เดินทางไปยังปราสาทของลอร์ดที่เจ็ดตอนนี้ ก็สามารถหาใครสักคนที่ตรงตามเงื่อนไขได้ไม่ยาก
แต่คำถามก็คือ...ฉันจะไว้ใจพวกเขาได้แค่ไหน?
สิ่งที่ฉันต้องการจริง ๆ คือผู้ช่วยที่สามารถอยู่ข้างกายฉันตลอดเวลาและทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกัน แต่แน่นอนว่าความไว้ใจนั้นคือปัญหาที่ใหญ่กว่าความสามารถเสียอีก
เพื่อความปลอดภัย ฉันจำเป็นต้องมีคนที่สามารถไว้ใจได้อย่างแท้จริงมาเป็นผู้คุ้มกัน
“…เฮ้อ”
มันเหนื่อยจริง ๆ ที่ต้องอยู่ในตำแหน่งที่ไม่คู่ควรกับความสามารถของตัวเอง
ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ ๆ แต่แค่คิดถึงอนาคตก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกขวางกั้นไว้แล้ว
ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนหลังพิงผนังเก้าอี้
จากนั้นก็เกิดความคิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ฉันจึงเรียกคาเรนที่อยู่ด้านนอกห้อง
“ข้าอยากอ่านหนังสือ ที่ปราสาทนี้มีห้องสมุดไหม?”
“มีค่ะ”
ฉันแค่ถามไว้ก่อนเท่านั้นเอง แต่คำตอบกลับเป็นไปในทางบวก
ไม่ใช่แค่มีเพียงแห่งเดียวด้วยซ้ำ แต่ยังมีหลายแห่งและแม้แต่ห้องสมุดกลางก็มีแยกต่างหากอีกด้วย
พอคิดดูดี ๆ แล้ว การมีห้องสมุดในปราสาทก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ปราสาทของจอมราชันไม่ได้ต่างอะไรจากพระราชวังของจักรวรรดิซานเทียเลยแม้แต่น้อย
“หากท่านแจ้งประเภทของหนังสือที่ต้องการ ข้าจะจัดหาให้ทันที…”
“ไม่จำเป็น ข้าตั้งใจจะไปด้วยตัวเอง แค่พาไปก็พอ”
“ค่ะ ข้าจะนำทางทันที”
คาเรนกล่าวพลางหันไปพูดบางอย่างกับเหล่าข้ารับใช้รอบตัว
บรรดาข้ารับใช้ดูตกใจแล้วรีบวิ่งไปที่ไหนสักแห่ง…ฉันแค่ขอให้พาไปเฉย ๆ เอง พวกเขาจะตื่นเต้นกันไปทำไม?
อย่างไรก็ตาม ฉันก็เดินตามคาเรนไปยังห้องสมุด
ทุกครั้งที่เดินสวนใครตามทางเดิน บางคนก็ถึงกับสะดุ้งและนิ่งเงียบไป ฉันสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องอยู่เป็นระยะ
ทั้งที่ฉันแทบไม่ได้ออกหน้าออกตาหรือทำอะไรเลยแท้ ๆ แต่ข่าวลือเกี่ยวกับตัวฉันก็ดูเหมือนจะแพร่กระจายไปทั่วปราสาทแล้ว
ยังไงก็ตาม เอลฟ์ เผ่าสัตว์ คนแคระ ยักษ์ หรือแม้แต่เผ่าพันธุ์หายากบางกลุ่ม…
ที่คัลเดอริคแห่งนี้ มีเผ่าพันธุ์มากมายหลากหลายเหลือเกิน
แม้มันยังเป็นภาพที่ฉันไม่ค่อยชินนัก แต่ก็คงจะค่อย ๆ ดีขึ้นไปเอง
ห้องสมุดกลางอยู่ห่างจากอาคารที่เป็นที่พักของฉันไม่กี่หลัง
จัตุรัสที่พวกอัศวินซึ่งฉันเคยเห็นจากหน้าต่างขณะฝึกซ้อมกันอยู่ก็ตั้งอยู่ใกล้ ๆ เส้นทางพอดี ฉันจึงเดินผ่านไปพร้อมกับเหลือบตามองครู่หนึ่ง
ทันทีที่ฉันเดินทางมาถึงห้องสมุดและก้าวเข้าไปด้านใน ก็เห็นชายชราเฝ้ารออยู่ตรงทางเข้าอย่างสุภาพ ราวกับว่ากำลังรอฉันมาแต่แรก
จากรูปร่างเล็กกระทัดรัดและลักษณะของหางที่ยื่นออกมาจากด้านหลัง คงเป็นสมาชิกเผ่าหนูในหมู่เผ่าสัตว์
“ขอต้อนรับ ลอร์ดที่เจ็ด ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านมาเยือนห้องสมุดกลาง”
…ถึงว่า ทำไมพวกเขาถึงได้รีบร้อนกันนัก แบบนี้นี่เอง สงสัยจะรีบไปแจ้งข่าวว่าฉันจะมาที่นี่
ชายชราเผ่าหนูซึ่งแนะนำตัวว่าเป็นผู้ดูแล เสนอตัวจะเป็นคนนำทางให้ แต่ฉันก็ปฏิเสธไปเพราะไม่จำเป็น
ฉันทิ้งทั้งสองไว้ด้านหลัง แล้วเดินเล่นเข้าไปในตัวอาคาร
ภายในห้องสมุดไม่มีผู้คนแม้แต่เงา เงียบสงัดไร้เสียงวุ่นวายใด ๆ
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันว่างเปล่าแบบนี้อยู่ก่อนแล้วหรือว่าพวกเขาถูกไล่ออกไปก่อนที่ฉันจะมาถึง
...มันกว้างมากจริง ๆ
หลังจากเดินสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง ฉันก็เข้าใจว่าทำไมผู้ดูแลถึงเสนอตัวจะเป็นคนนำทาง
การจัดหมวดหมู่หนังสือตามชั้นหนังสือไม่ได้ละเอียดนัก ถ้าจะหาเล่มที่ต้องการคงใช้เวลานานไม่น้อย
แต่ก็ไม่เป็นไร
เพราะฉันไม่ได้มองหาหนังสือเนื้อหาเฉพาะเจาะจงอะไรอยู่แล้ว แค่เป็นหนังสือเกี่ยวกับนักดาบหรือเวทมนตร์ก็ใช้ได้ทั้งนั้น
...ทางนี้
ในไม่ช้า ฉันก็พบชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเวทมนตร์ จึงหยุดเดินอยู่ตรงนั้น
จากนั้น เมื่อเลือกหนังสือเล่มหนึ่งออกมาได้ ฉันก็เริ่มเปิดอ่านแบบผ่าน ๆ
ไม่มีปัญหาอะไรเลยกับการอ่านเนื้อหาในหนังสือ
ตั้งแต่ฉันเข้ามาครอบครองร่างนี้ครั้งแรก ก็สามารถเข้าใจภาษากลางของทวีปราโครเนียได้ทันที ซึ่งเป็นภาษาของโลกนี้ที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
“…”
แน่นอนว่า...นอกจากเรื่องนั้นแล้ว ฉันกลับไม่เข้าใจอะไรในหนังสือที่อ่านอยู่ตอนนี้เลยแม้แต่น้อย
ทฤษฎีเวทมนตร์...ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับหลักการคณิตศาสตร์อะไรสักอย่าง แต่ฉันไม่เข้าใจมันเลย
…ยังไงก็คงไม่ไหว
ฉันพลิกหน้าจนถึงหน้าสุดท้าย ก่อนจะจิ๊ปากเบา ๆ แล้วปิดหนังสือ
ที่มาที่นี่ไม่ใช่เพราะตั้งใจจะหาหนังสือเวทมนตร์มาเรียนรู้แบบสบาย ๆ
แต่เพราะเมื่อตอนเล่นเกม เคยมีบางกรณีที่สามารถเรียนรู้สกิลจากไอเทมประเภทหนังสือ เช่นหนังสือเวทมนตร์ได้ ฉันเลยอยากลองดูว่าเผื่อจะเจอบางอย่างที่นี่บ้าง
...แต่คงคาดหวังมากเกินไป
หลังจากลองดูหนังสืออีกสองสามเล่ม ฉันก็สลัดความหวังลม ๆ แล้ง ๆ นั้นทิ้งอย่างเรียบร้อย
ใช้เวลาสักพักในการดูหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติม แล้วก็ออกจากห้องสมุดพร้อมกับคาเรนที่รออยู่ที่ทางเข้า
…กลับไปห้องดีไหม แล้วให้เธอทำของว่างให้กินหน่อย? ชักจะเริ่มหิวแล้วสิ
ระหว่างที่กำลังคิดอะไรไร้สาระพวกนั้นระหว่างทางกลับห้อง สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นเหล่าอัศวินที่ยังคงฝึกซ้อมกันในลานกว้างอีกครั้ง
แม้จะผ่านไปพักใหญ่แล้ว แต่บรรยากาศร้อนแรงของการฝึกก็ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง
“…?”
ขณะที่ฉันจ้องมองพวกเขาอย่างเหม่อลอย สายตาก็ต้องหยุดอยู่ที่จุดหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้
เพราะทันใดนั้น ฉันก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นในหมู่เหล่าอัศวิน
[Lv. 81]
อัศวินหญิงผมขาวที่กำลังประดาบกับอัศวินอีกคนอย่างดุเดือดราวกับกำลังซ้อมดวลกันอยู่