เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8.1: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)

บทที่ 8.1: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)

บทที่ 8.1: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)


บทที่ 8.1: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)

เลเวล 70

เมื่อพิจารณาสิ่งต่าง ๆ แล้ว ต้องมีผู้คุ้มกันที่อย่างน้อยเลเวล 70

มันอาจดูเลเวลต่ำเมื่อเทียบกับเหล่าลอร์ด แต่เดิมทีพวกนั้นก็คืออสุรกายนอกขอบเขตอยู่แล้วและแม้แต่เลเวล 70 ก็ถือว่าแข็งแกร่งมากแล้วจริง ๆ

ถ้าเลเวล 30 คือระดับที่สามารถสังหารทหารธรรมดาได้ร้อยคนเพียงลำพัง งั้นเลเวล 70 ก็สามารถจัดการเลเวล 30 ได้อย่างง่ายดาย

แค่หาผู้คุ้มกันมาได้ ไม่ใช่ปัญหาหรอก…

แค่เดินทางไปยังปราสาทของลอร์ดที่เจ็ดตอนนี้ ก็สามารถหาใครสักคนที่ตรงตามเงื่อนไขได้ไม่ยาก

แต่คำถามก็คือ...ฉันจะไว้ใจพวกเขาได้แค่ไหน?

สิ่งที่ฉันต้องการจริง ๆ คือผู้ช่วยที่สามารถอยู่ข้างกายฉันตลอดเวลาและทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกัน แต่แน่นอนว่าความไว้ใจนั้นคือปัญหาที่ใหญ่กว่าความสามารถเสียอีก

เพื่อความปลอดภัย ฉันจำเป็นต้องมีคนที่สามารถไว้ใจได้อย่างแท้จริงมาเป็นผู้คุ้มกัน

“…เฮ้อ”

มันเหนื่อยจริง ๆ ที่ต้องอยู่ในตำแหน่งที่ไม่คู่ควรกับความสามารถของตัวเอง

ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ ๆ แต่แค่คิดถึงอนาคตก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกขวางกั้นไว้แล้ว

ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนหลังพิงผนังเก้าอี้

จากนั้นก็เกิดความคิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ฉันจึงเรียกคาเรนที่อยู่ด้านนอกห้อง

“ข้าอยากอ่านหนังสือ ที่ปราสาทนี้มีห้องสมุดไหม?”

“มีค่ะ”

ฉันแค่ถามไว้ก่อนเท่านั้นเอง แต่คำตอบกลับเป็นไปในทางบวก

ไม่ใช่แค่มีเพียงแห่งเดียวด้วยซ้ำ แต่ยังมีหลายแห่งและแม้แต่ห้องสมุดกลางก็มีแยกต่างหากอีกด้วย

พอคิดดูดี ๆ แล้ว การมีห้องสมุดในปราสาทก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ปราสาทของจอมราชันไม่ได้ต่างอะไรจากพระราชวังของจักรวรรดิซานเทียเลยแม้แต่น้อย

“หากท่านแจ้งประเภทของหนังสือที่ต้องการ ข้าจะจัดหาให้ทันที…”

“ไม่จำเป็น ข้าตั้งใจจะไปด้วยตัวเอง แค่พาไปก็พอ”

“ค่ะ ข้าจะนำทางทันที”

คาเรนกล่าวพลางหันไปพูดบางอย่างกับเหล่าข้ารับใช้รอบตัว

บรรดาข้ารับใช้ดูตกใจแล้วรีบวิ่งไปที่ไหนสักแห่ง…ฉันแค่ขอให้พาไปเฉย ๆ เอง พวกเขาจะตื่นเต้นกันไปทำไม?

อย่างไรก็ตาม ฉันก็เดินตามคาเรนไปยังห้องสมุด

ทุกครั้งที่เดินสวนใครตามทางเดิน บางคนก็ถึงกับสะดุ้งและนิ่งเงียบไป ฉันสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องอยู่เป็นระยะ

ทั้งที่ฉันแทบไม่ได้ออกหน้าออกตาหรือทำอะไรเลยแท้ ๆ แต่ข่าวลือเกี่ยวกับตัวฉันก็ดูเหมือนจะแพร่กระจายไปทั่วปราสาทแล้ว

ยังไงก็ตาม เอลฟ์ เผ่าสัตว์ คนแคระ ยักษ์ หรือแม้แต่เผ่าพันธุ์หายากบางกลุ่ม…

ที่คัลเดอริคแห่งนี้ มีเผ่าพันธุ์มากมายหลากหลายเหลือเกิน

แม้มันยังเป็นภาพที่ฉันไม่ค่อยชินนัก แต่ก็คงจะค่อย ๆ ดีขึ้นไปเอง

ห้องสมุดกลางอยู่ห่างจากอาคารที่เป็นที่พักของฉันไม่กี่หลัง

จัตุรัสที่พวกอัศวินซึ่งฉันเคยเห็นจากหน้าต่างขณะฝึกซ้อมกันอยู่ก็ตั้งอยู่ใกล้ ๆ เส้นทางพอดี ฉันจึงเดินผ่านไปพร้อมกับเหลือบตามองครู่หนึ่ง

ทันทีที่ฉันเดินทางมาถึงห้องสมุดและก้าวเข้าไปด้านใน ก็เห็นชายชราเฝ้ารออยู่ตรงทางเข้าอย่างสุภาพ ราวกับว่ากำลังรอฉันมาแต่แรก

จากรูปร่างเล็กกระทัดรัดและลักษณะของหางที่ยื่นออกมาจากด้านหลัง คงเป็นสมาชิกเผ่าหนูในหมู่เผ่าสัตว์

“ขอต้อนรับ ลอร์ดที่เจ็ด ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านมาเยือนห้องสมุดกลาง”

…ถึงว่า ทำไมพวกเขาถึงได้รีบร้อนกันนัก แบบนี้นี่เอง สงสัยจะรีบไปแจ้งข่าวว่าฉันจะมาที่นี่

ชายชราเผ่าหนูซึ่งแนะนำตัวว่าเป็นผู้ดูแล เสนอตัวจะเป็นคนนำทางให้ แต่ฉันก็ปฏิเสธไปเพราะไม่จำเป็น

ฉันทิ้งทั้งสองไว้ด้านหลัง แล้วเดินเล่นเข้าไปในตัวอาคาร

ภายในห้องสมุดไม่มีผู้คนแม้แต่เงา เงียบสงัดไร้เสียงวุ่นวายใด ๆ

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันว่างเปล่าแบบนี้อยู่ก่อนแล้วหรือว่าพวกเขาถูกไล่ออกไปก่อนที่ฉันจะมาถึง

...มันกว้างมากจริง ๆ

หลังจากเดินสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง ฉันก็เข้าใจว่าทำไมผู้ดูแลถึงเสนอตัวจะเป็นคนนำทาง

การจัดหมวดหมู่หนังสือตามชั้นหนังสือไม่ได้ละเอียดนัก ถ้าจะหาเล่มที่ต้องการคงใช้เวลานานไม่น้อย

แต่ก็ไม่เป็นไร

เพราะฉันไม่ได้มองหาหนังสือเนื้อหาเฉพาะเจาะจงอะไรอยู่แล้ว แค่เป็นหนังสือเกี่ยวกับนักดาบหรือเวทมนตร์ก็ใช้ได้ทั้งนั้น

...ทางนี้

ในไม่ช้า ฉันก็พบชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเวทมนตร์ จึงหยุดเดินอยู่ตรงนั้น

จากนั้น เมื่อเลือกหนังสือเล่มหนึ่งออกมาได้ ฉันก็เริ่มเปิดอ่านแบบผ่าน ๆ

ไม่มีปัญหาอะไรเลยกับการอ่านเนื้อหาในหนังสือ

ตั้งแต่ฉันเข้ามาครอบครองร่างนี้ครั้งแรก ก็สามารถเข้าใจภาษากลางของทวีปราโครเนียได้ทันที ซึ่งเป็นภาษาของโลกนี้ที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

“…”

แน่นอนว่า...นอกจากเรื่องนั้นแล้ว ฉันกลับไม่เข้าใจอะไรในหนังสือที่อ่านอยู่ตอนนี้เลยแม้แต่น้อย

ทฤษฎีเวทมนตร์...ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับหลักการคณิตศาสตร์อะไรสักอย่าง แต่ฉันไม่เข้าใจมันเลย

…ยังไงก็คงไม่ไหว

ฉันพลิกหน้าจนถึงหน้าสุดท้าย ก่อนจะจิ๊ปากเบา ๆ แล้วปิดหนังสือ

ที่มาที่นี่ไม่ใช่เพราะตั้งใจจะหาหนังสือเวทมนตร์มาเรียนรู้แบบสบาย ๆ

แต่เพราะเมื่อตอนเล่นเกม เคยมีบางกรณีที่สามารถเรียนรู้สกิลจากไอเทมประเภทหนังสือ เช่นหนังสือเวทมนตร์ได้ ฉันเลยอยากลองดูว่าเผื่อจะเจอบางอย่างที่นี่บ้าง

...แต่คงคาดหวังมากเกินไป

หลังจากลองดูหนังสืออีกสองสามเล่ม ฉันก็สลัดความหวังลม ๆ แล้ง ๆ นั้นทิ้งอย่างเรียบร้อย

ใช้เวลาสักพักในการดูหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติม แล้วก็ออกจากห้องสมุดพร้อมกับคาเรนที่รออยู่ที่ทางเข้า

…กลับไปห้องดีไหม แล้วให้เธอทำของว่างให้กินหน่อย? ชักจะเริ่มหิวแล้วสิ

ระหว่างที่กำลังคิดอะไรไร้สาระพวกนั้นระหว่างทางกลับห้อง สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นเหล่าอัศวินที่ยังคงฝึกซ้อมกันในลานกว้างอีกครั้ง

แม้จะผ่านไปพักใหญ่แล้ว แต่บรรยากาศร้อนแรงของการฝึกก็ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง

“…?”

ขณะที่ฉันจ้องมองพวกเขาอย่างเหม่อลอย สายตาก็ต้องหยุดอยู่ที่จุดหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้

เพราะทันใดนั้น ฉันก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นในหมู่เหล่าอัศวิน

[Lv. 81]

อัศวินหญิงผมขาวที่กำลังประดาบกับอัศวินอีกคนอย่างดุเดือดราวกับกำลังซ้อมดวลกันอยู่

จบบทที่ บทที่ 8.1: แอชเชอร์ กรอนไฮลเดอ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว