- หน้าแรก
- ฉันหลุดเข้าไปในเกมพร้อมสกิลสังหารในพริบตา
- บทที่ 7.2: การจัดระเบียบ
บทที่ 7.2: การจัดระเบียบ
บทที่ 7.2: การจัดระเบียบ
บทที่ 7.2: การจัดระเบียบ
“อย่างที่คิดไว้ การปล่อยให้ตำแหน่งว่างอยู่ไม่ใช่เรื่องดีเลย จริงไหม เดย์ฟอน?”
เดย์ฟอนไม่ได้ตอบคำพูดของรัชเทน
เพราะเขารู้ดีว่าเธอไม่ได้ต้องการคำตอบ
แต่เขาเองก็คิดแบบเดียวกัน
การแต่งตั้งลอร์ดคนใหม่เป็นหน้าที่ของจอมราชันเพียงผู้เดียว แต่การปลดลอร์ดที่ได้รับการแต่งตั้งแล้วนั้น ต่อให้เป็นเธอก็ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง
ถ้าไม่ใช่เพราะมีตำแหน่งว่างอยู่ ก็คงไม่เหมาะที่จะมอบที่นั่งของลอร์ดคนอื่นให้กับลอร์ดคนใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัวในวันนี้
“แต่ก็เซอร์ไพรส์อยู่เหมือนกันนะ”
“หืม อะไรเหรอ? ที่ข้ามอบตำแหน่งลอร์ดให้เขาทันทีน่ะเหรอ?”
“ท่านรอน...ข้าควรเรียกว่า ลอร์ดที่เจ็ด ตั้งแต่ตอนนี้สินะ เอาเถอะ ข้าเองก็คิดไว้อยู่แล้วว่า ทันทีที่เจ้าชวนเขามาร่วมการประชุม เจ้าคงจะยื่นข้อเสนอนั้นให้เขาแน่”
รัชเทนยิ้มบาง
“แค่ได้เห็นตัวจริงครั้งเดียวก็พอแล้วล่ะ”
รอน
เมื่อย้อนนึกถึงเขาอีกครั้ง เธอก็รู้สึกว่าเขาเป็นมนุษย์ที่แปลกประหลาดจริง ๆ
โดยเฉพาะตอนที่เขาแยกแยะการปลอมตัวของเธอออกมาได้นั้น มันทำให้เธอรู้สึกตกใจอย่างแท้จริง
ทั้งที่มันก็เป็นเพียงการทดสอบเล่น ๆ เท่านั้น แต่ไม่มีลอร์ดคนไหนเคยจำแนกตัวตนที่แท้จริงของเธอได้ในทันที ยกเว้นก็แต่ลอร์ดที่สามคนปัจจุบัน แห่งวังสวรรค์
เหนือสิ่งอื่นใด หากสามารถมองเห็นได้ถึงระดับนั้นแล้ว ก็จะไม่ได้เห็นแค่เพียงสิ่งที่อยู่ภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าภายในอีกด้วย
วิญญาณสูงสุดที่ทำให้นึกถึงจักรพรรดิ
แม้เธอจะยังไม่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเขา แต่ก็อย่างน้อยที่สุด เขาไม่ได้ด้อยไปกว่าลอร์ดคนอื่นเลย
“แล้วเจ้าไม่เห็นเหรอ? สีหน้าเบื่อหน่ายของเขาน่ะ”
“…”
“ถ้าข้าถ่วงเวลาอีกนิดละก็ เขาคงลุกออกจากห้องประชุมแน่ ฮะฮะฮะ!”
เดย์ฟอนเองก็จับตามองรอนตลอดช่วงการประชุมเช่นกัน
สีหน้าของอีกฝ่ายแทบไม่เปลี่ยนเลย จนเดย์ฟอนคิดไปว่าเขาอาจจะปฏิเสธตำแหน่งลอร์ดก็ได้ แต่โชคดีที่มันไม่ได้เกิดขึ้น
“ลอร์ดที่เจ็ดจะย้ายไปประจำตำแหน่งเลยเหรอ?”
“บางทีเขาอาจจะอยู่ในปราสาทอีกสักพัก ข้าได้ส่งคนไปแจ้งเอนล็อกไว้แล้ว”
“อืม ยังไงก็เถอะ เจ้าทำงานได้ดีมาก ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นยิ่งใหญ่กว่าจุดประสงค์ดั้งเดิมของเรามากเสียอีก”
เดิมทีมีแผนจะให้หัวหน้าเสนาธิการอย่างเดย์ฟอนเดินทางไปยังซานเทียด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้ รัชเทนกลับกำลังคิดถึงแค่รอนเพียงคนเดียว
“ข้าได้ยินมาว่าเขาอยู่ในขบวนนักโทษของอาร์คีมอนมาก่อน”
เธอรู้ทุกอย่างก่อนเริ่มการประชุมแล้วเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขบวนและสถานการณ์ตอนที่เดย์ฟอนได้พบกับรอนเป็นครั้งแรก
แม้แต่เรื่องที่เขาฆ่านักรบ การ์เทน
“ตอนที่เขาฆ่านักรบคนนั้น เจ้าไม่รู้สึกถึงพลังงานพิเศษอะไรเลยจริง ๆ เหรอ?”
“ใช่ขอรับ ไม่มีเลย บางทีข้าอาจแค่ไม่ทันสังเกตก็ได้ แต่ตอนนั้นระยะห่างก็แค่ไม่ถึงสิบก้าวเท่านั้นเอง…”
“หืม ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ใช่เวทมนตร์แน่”
ตั้งแต่ตอนที่เธอเข้าห้องประชุมในฐานะเมด รัชเทนก็จับตามองรอนอย่างใกล้ชิด
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่รู้สึกถึงพลังเวทใด ๆ เลย
“แค่ข้าถูกหลอกด้วยประสาทสัมผัสของตัวเองก็บ้าเกินพอแล้ว มันน่าจะเป็นพลังลี้ลับมากกว่า”
“…”
“หรือไม่ก็อาจเป็นคุณสมบัติเผ่าพันธุ์บางอย่างที่ข้าไม่รู้จักก็ได้ แค่ดูเหมือนมนุษย์ ไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็นมนุษย์จริง ๆ ข้าสงสัยจังว่าเขามีความสามารถแบบไหนกันแน่”
เมื่อเห็นเธอกระซิบกับตัวเองด้วยรอยยิ้มสนอกสนใจแบบนั้น เดย์ฟอนก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงคล้ายจงใจหยอกล้อ
“ทำไมจอมราชันไม่ลองสืบให้มากกว่านี้ล่ะ?”
“ข้าบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไม่อยากให้เขาเป็นศัตรู อย่างน้อย...ก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ แล้วก็อีกอย่าง รอนไม่ใช่ชื่อจริงของเขาด้วย”
“อา...เป็นแบบนั้นเองเหรอ?”
“ใช่”
รัชเทนรู้ดีว่ารอนไม่ใช่ชื่อจริง
เธอสามารถแยกแยะคำโกหกที่ปะปนมากับคำพูดของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
“ที่เหลือจากที่เขาพูดมาก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่…ข้าอยากจะสืบหาตัวตนของเขาด้วยตัวเองจริง ๆ นะ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วใช่ไหมล่ะ?”
“…ท่านหมายความว่าจะไปซานเทียเอง?”
“ฮะฮะ อย่าตกใจไปหน่อยเลย ไม่ใช่ตอนนี้หรอก แต่ก็บางที...ในอนาคต ถ้ามีเวลาน่ะ เดย์ฟอน เจ้ากังวลมากเกินไปเสมอเลยนะ”
รัชเทนโบกมือน้อย ๆ พร้อมรอยยิ้ม
“เอาเถอะ ไว้มาดูเขาอย่างช้า ๆ ก็แล้วกัน ข้ารอชมอยู่เลยล่ะว่า ลอร์ดที่เจ็ดคนใหม่ของเราจะทำอะไรต่อไปในอนาคตบ้าง”
......
ผ่านไปหลายวัน
ชีวิตในปราสาทของจอมราชันนั้นสะดวกสบายอย่างที่สุด อาหารก็ยอดเยี่ยม เตียงก็แสนสบาย
ไม่มีอะไรให้ลำบากเลย เพราะมีคนรับใช้คอยอยู่ใกล้ ๆ และสามารถเรียกใช้หรือสั่งอะไรก็ได้ทันที
“…”
ฉันยืนอยู่ข้างหน้าต่างอย่างเหม่อลอย สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด
จากตรงนี้สามารถมองเห็นเหล่าอัศวินที่รวมตัวกันฝึกซ้อมอยู่ในพื้นที่กว้างคล้ายลานหน้าปราสาท
เหตุผลที่ฉันยังคงพักอยู่ที่นี่ แทนที่จะย้ายไปยังดินแดนของลอร์ดที่เจ็ด ก็เพราะฉันจำเป็นต้องจัดระเบียบความคิดของตัวเองเสียก่อน
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ฉันแทบไม่ได้ออกจากห้องเลย มัวแต่วุ่นอยู่กับเรื่องของตัวเอง
อย่างแรก ฉันได้ยืนยันแล้วว่าโลกนี้มีช่วงเวลาที่ต่างจากฉากหลังของเกมราซาตามที่คาดไว้
ตอนนี้คือปีที่ 759 ตามปฏิทินของทวีปราโครเนีย ย้อนหลังไปจากเวลาปัจจุบันในเกมถึงห้าปีพอดี
ฉันได้ดึงข้อมูลทุกอย่างจากความทรงจำ ทั้งที่เป็นเหตุการณ์สำคัญและแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ ที่น่าจะมีประโยชน์ออกมาเขียนบันทึกไว้ เพื่อกันลืม
เพราะไม่มีใครอ่านภาษาเกาหลีออกอยู่แล้ว ฉันจึงไม่รู้สึกกดดันอะไรกับบันทึกพวกนั้นเลย
และจากข้อมูลเหล่านั้น ฉันก็ได้วางแผนคร่าว ๆ สำหรับอนาคตไว้ด้วย
สิ่งที่จำเป็นที่สุดในตอนนี้ก็คือพลัง
แน่นอนว่าอันดับแรกที่ต้องให้ความสำคัญ ก็คือการเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
ตอนนี้…ฉันอ่อนแอเกินไป
รวมถึงปัญหาด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลแล้ว มันก็มีข้อจำกัดมากมายเกินกว่าจะทำอะไรได้ด้วยพลังในระดับเลเวล 1 เพียงอย่างเดียว
ถึงแม้ว่าสกิลสังหารในพริบตาจะเป็นไพ่ตายที่สามารถฆ่าใครก็ได้หากมีการสัมผัสตัว แต่...มันก็แค่นั้น
หากสามารถเพิ่มเลเวลได้จากการสังหารศัตรูและรับค่าประสบการณ์เหมือนตอนเล่นเกมล่ะก็ ฉันคงไม่ต้องกังวลกับการพัฒนาตัวเองแบบนี้เลย
แต่นี่คือความเป็นจริง ไม่ใช่เกมอีกต่อไป น่าเสียดายที่ดูเหมือนจะไม่สามารถทำแบบนั้นได้
ถ้าระบบค่าประสบการณ์ยังคงเหมือนเดิม อย่างน้อยหลังจากฆ่านักรบคนนั้น ก็ควรจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างสิ
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ยังไม่มีระบบอื่น ๆ อย่างหน้าต่างค่าสเตตัส หน้าต่างข้อมูลสกิลหรืออินเวนทอรีเลยด้วยซ้ำ ฉันลองพูดพึมพำใส่อากาศเล่น ๆ เผื่อจะมีอะไรโผล่มา...แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ยกเว้นแค่สองสกิลที่ฉันมีอยู่และตัวบ่งบอกระดับเลเวลในสายตา นอกนั้นทุกอย่างก็แทบจะเหมือนความจริงอย่างสมบูรณ์แบบ
งั้น...จะทำยังไงให้แข็งแกร่งขึ้นได้ในโลกความจริงนี้กันล่ะ?
แน่นอน ทางเลือกแบบพื้นฐานก็คือการฝึกฝนตัวเองให้ทรหด เหมือนอย่างที่เคยอ่านมาในนิยายหลายเรื่อง
แต่ฉันไม่มีเวลาขนาดนั้น
อีกอย่าง ไม่ได้มีอะไรแสดงให้เห็นเลยว่าฉันมีพรสวรรค์พิเศษในด้านใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดาบหรือเวทมนตร์ก็ตาม
ต้องใช้เวลาฝึกนานแค่ไหนถึงจะแข็งแกร่งพอ? แล้วจะไปฝึกกับใคร?
อีกไม่กี่ปีข้างหน้า สมมุติว่าฉันพัฒนาไปจนถึงเลเวล 30 ได้จริง ๆ ก็เถอะ
แต่นั่นยังต่ำกว่าระดับของอัศวินที่อ่อนแอที่สุดในปราสาทของจอมราชันอยู่ดี
เพราะอย่างนี้ ฉันจึงเหลือทางเลือกเพียงหนึ่งเดียว
ฉันต้องหาวิธีที่จะได้รับพลังโดยไม่ต้องพยายามอะไรเลยและสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ในทันที
สิ่งที่เรียกว่าพลังลี้ลับที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งทวีปหรือชิ้นส่วนลับในสถานที่อย่างซากปรักหักพังต่าง ๆ
ตอนนี้เอง ก็มีพลังลี้ลับอยู่หนึ่งจุดที่สามารถไปเก็บได้ง่าย ๆ แค่เดินทางจากปราสาทจอมราชันไปยังเขตแดนของลอร์ดที่เจ็ด
แม้มันจะไม่ได้เพิ่มพลังต่อสู้โดยตรง แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะเพิ่มศักยภาพของตัวเองในระยะเวลาอันสั้นได้ทันที...แต่ก็อย่างว่า
มันคงไม่ง่ายนัก
เหมือนกับในนิยายแฟนตาซีทั่วไป สถานที่ที่มีพลังลี้ลับแบบนั้นมักอยู่ในที่อันตรายและที่นี่ก็ไม่ต่างกัน
ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์หรือกับดัก ฉันไม่มีทางรับมือกับอันตรายทั้งหมดที่จะเจอระหว่างทางได้ด้วยตัวเอง
ควรจะใช้สิทธิ์ในฐานะลอร์ดแล้วสั่งให้ใครบางคนไปจัดการแทนดีไหม?
ไม่รู้สิ ถ้าไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ ก็อาจต้องทำแบบนั้น...แต่ถ้าทำอย่างนั้นก็คงจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบางอย่างที่ไม่สามารถได้มาหากไม่ไปด้วยตัวเอง
อีกอย่าง การออกเดินทางทั่วทั้งทวีปเพื่อค้นหาพลังลี้ลับเหล่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำคนเดียวได้
เพราะอย่างนั้น...จึงจำเป็นต้องมีผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยม
ผู้ช่วยที่จะสามารถดูแลความปลอดภัยของฉันได้ตลอดเวลา ในทุกที่...ใช่แล้ว คนคุ้มกันนั่นเอง