- หน้าแรก
- ฉันหลุดเข้าไปในเกมพร้อมสกิลสังหารในพริบตา
- บทที่ 7.1: การจัดระเบียบ
บทที่ 7.1: การจัดระเบียบ
บทที่ 7.1: การจัดระเบียบ
บทที่ 7.1: การจัดระเบียบ
แม้หลังจากการประชุมเต็มรูปแบบจะเริ่มขึ้นแล้ว ฉันก็ยังคงนั่งอยู่ในห้องประชุมต่อไป
แน่นอนว่าพวกเขาคุยกันในเรื่องที่ฉันไม่รู้อะไรเลย แต่ก็ไม่มีทางที่ฉันจะกล้าแทรกตัวเข้าไปเปิดปากพูดอะไรได้
หลังจากการประชุม พวกเราก็พูดถึงเรื่องอาหารเย็นในคืนนี้และแผนการในอนาคต แล้วฉันก็กลับมายังห้องของตัวเอง
“เฮ้อ…”
ฉันนั่งลงบนเตียง มองเหม่อลอยไปยังอากาศว่างเปล่า ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างไร้จุดหมาย
…ลอร์ดที่เจ็ดแห่งคัลเดอริค
จากนี้ไป ฉันคือหนึ่งในนั้น
แค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อน ฉันยังใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาอยู่เลย แล้วอยู่ ๆ ตอนนี้กลับกลายมาเป็นลอร์ด ใครจะไปคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้จริง
อาณาจักรคัลเดอริคนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นสิบเขต โดยมีศูนย์กลางคือเขตของจอมราชันและที่เหลืออีกเก้าเขตก็เป็นของลอร์ดลำดับหนึ่งถึงเก้า
คำว่าลอร์ดไม่ได้เป็นเพียงแค่ตำแหน่งเท่านั้น แต่ละคนปกครองดินแดนของตนเสมือนเป็นอาณาจักรของตัวเอง
ในเมื่อฉันได้รับตำแหน่งลอร์ดที่เจ็ด นั่นหมายความว่าตั้งแต่นี้ไป ฉันจะมีอำนาจทั้งหมดในพื้นที่ที่เรียกว่าเอนล็อก
เรื่องนี้เป็นไปได้เพราะตำแหน่งในคัลเดอริคไม่ได้สืบทอดทางสายเลือด แต่ขึ้นอยู่กับการแต่งตั้งจากจอมราชันเท่านั้น
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าลอร์ดทั้งเก้าจะต้องสาบานความภักดีแบบไม่มีเงื่อนไขต่อจอมราชันแต่อย่างใด
แม้จอมราชันจะอยู่เหนือเหล่าลอร์ด แต่หากดูจากการประชุมเมื่อครู่ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ไม่ต่างจากข้อตกลงตามสัญญาเสียมากกว่า
นอกเหนือจากเงื่อนไขที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนไม่กี่ข้อ ลอร์ดแต่ละคนก็สามารถกระทำตามอำเภอใจได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ
ฉันนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเคยอ่านเหตุผลที่ทำให้โครงสร้างแปลกประหลาดนี้สามารถเกิดขึ้นและคงอยู่ได้จากหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งกล่าวถึงจุดกำเนิดของคัลเดอริค
ฉันจำได้ว่าในเล่มนั้นอธิบายไว้ค่อนข้างละเอียด แต่ประเด็นหลักที่ฉันนึกออกในตอนนี้...ก็มีแค่นี้แหละ
เพราะความสามารถของจอมราชันนั้นยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงและเธอก็สามารถสั่งสมอำนาจขึ้นมาได้อย่างมั่นคงตลอดระยะเวลาที่ยาวนานจากฝีมืออันเหนือชั้นนั้น
ลอร์ดบางคนที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันก็อยู่ภายใต้การนำของจอมราชันมานานเกินกว่าร้อยปีแล้ว โดยเฉพาะลอร์ดที่หนึ่ง นักปราชญ์ ผู้ที่เป็นลอร์ดมาตั้งแต่ยุคก่อตั้งคัลเดอริค เป็นเวลาหลายร้อยปี
ระบบที่ดำเนินมาได้ภายใต้สายสัมพันธ์ยาวนานเช่นนี้ ในบางแง่มุมแล้วก็มั่นคงยิ่งกว่าระบอบราชาธิปไตยทั่วไป อย่างเช่น สหพันธจักรวรรดิซานเทียเสียอีก
...นั่นก็ดูจะเป็นเรื่องดีอยู่หรอก
แต่...มันเริ่มเพี้ยนตรงไหนกัน?
หลังจากเสียใจกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มาหลายรอบ จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกตลกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
มันเพี้ยนไปตั้งแต่ตอนไหนกันนะ?
ฉันทำอะไรลงไปถึงได้หลุดเข้ามาในเกมนี้ตั้งแต่แรก? ถึงมันจะผิดเพี้ยน แต่มันต้องถึงขนาดนี้เลยเหรอ?
ฉันลุกขึ้นจากเตียง แล้วหยิบผลไม้ที่ดูคล้ายแอปเปิลจากตะกร้าบนโต๊ะขึ้นมา
ฉันกัดคำใหญ่แล้วรสหวานก็ซึมแผ่กระจายไปทั่วในปาก
ถึงรสชาติจะต่างจากแอปเปิลที่ฉันคุ้นเคยนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าอร่อยใช้ได้อยู่ดี
ที่จริงก็ไม่ได้อยากกินเพราะสถานการณ์มันน่าหงุดหงิดเกินกว่าจะมีอารมณ์กิน...แต่ก็หิวมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วเหมือนกัน
ฉันกินผลไม้ไปหลายลูกอย่างรวดเร็วเพราะความหิวที่จู่ ๆ ก็โถมเข้ามา แล้วก็นั่งลงเอนหลังพิงเก้าอี้
เอาเข้าจริง มันก็ไม่มีอะไรซับซ้อนนักหรอก
ในเมื่อฉันข้ามแม่น้ำที่ไม่อาจย้อนกลับมาได้แล้ว
จะต้องมานั่งเสียใจทุกอย่างหรือคร่ำครวญกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น...มันมีประโยชน์อะไรอีกล่ะ?
แทนที่จะมัวมานั่งเสียใจ การเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าดูจะเป็นเรื่องที่มีประโยชน์กว่ามาก
ทันทีที่ตัดสินใจได้ ความรู้สึกหดหู่ที่เกาะกินอยู่ก็จางหายไปในพริบตา
ด้วยผลของจิตวิญญาณแห่งราชันย์ ความเยือกเย็นอันมั่นคงก็ถูกสถาปนาไว้ ณ ใจกลางของจิตใจ ทำให้ฉันไม่อาจหวั่นไหวง่าย ๆ ได้อีก
ที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์
มันไม่ใช่แม้แต่โลกยุคใหม่แบบศตวรรษที่ 21 ด้วยซ้ำ
สัตว์ประหลาด สงคราม อสูร…ดินแดนอันโหดเหี้ยมและป่าเถื่อนที่เต็มไปด้วยอันตรายมากมายและชีวิตก็ไร้ซึ่งคุณค่า
ท้ายที่สุดแล้ว หากไม่พบหนทางกลับไปยังโลกเดิมที่ปลอดภัย ชีวิตที่เปราะบางนี้ก็อาจถูกคุกคามได้ทุกเมื่อ
ฉันรู้ดีว่ามีอนาคตอันดำมืดแบบไหนรออยู่ในโลกนี้
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องรู้สึกสิ้นหวัง
ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นยุคแรกของราซา ฉันมีทั้งความรู้และข้อมูลมากมายเกี่ยวกับโลกนี้ฝังแน่นอยู่ในหัว
และก็ใช่ว่าฉันจะไร้ซึ่งความสามารถเสียทีเดียว
ฉันมีทั้งสังหารในพริบตาและจิตวิญญาณแห่งราชันย์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจที่มีผลในระดับสัมบูรณ์อยู่ในครอบครองไม่ใช่เหรอ?
แน่นอนว่ามันคงจะสมบูรณ์แบบกว่านี้ หากสามารถถ่ายโอนความสามารถทั้งหมดจากตัวละครในเกมมาได้
แต่อย่างน้อย…ถ้ามองในแง่ดี สถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่
ตำแหน่งลอร์ดที่เจ็ดแห่งคัลเดอริค
แม้จะเต็มไปด้วยความเสี่ยงมหาศาล แต่ก็มาพร้อมโอกาสที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน
อย่างน้อย ภายในเขตแดนของคัลเดอริค ฉันก็สามารถใช้อำนาจสูงสุดได้อย่างไม่ต้องเกรงใจใคร
ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่ฉันจะเลือกทำต่อจากนี้ แต่หากใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ มันจะกลายเป็นแต้มต่อชิ้นใหญ่ในการเตรียมรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง
ยังไงก็ตาม จอมราชันผู้นั้น…
กระแสความคิดพาฉันย้อนกลับไปยังจอมราชันรัชเทน
จอมราชัน...เป็นบุคคลที่คาดเดาไม่ได้เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการถึง
ฉันไม่รู้เลยว่าที่เธอยื่นตำแหน่งลอร์ดให้ฉันนั้นแท้จริงแล้วเธอคิดอะไรอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ดูสมเหตุสมผลเลยแม้แต่นิดเดียว
บางที...นั่นอาจเป็นเหตุผลที่เธอถามคำถามนั้น
"เจ้ามาที่คัลเดอริคเพื่ออะไร?"
นั่นคือคำถามแรกที่เธอถามฉัน
แม้ฉันจะเดาเอาเอง แต่บางทีมันอาจไม่ใช่แค่คำถามเพื่อยืนยันเจตนาเท่านั้นก็ได้
เพราะเธอสามารถแยกแยะคำโกหกออกจากความจริงได้จากคำพูดของอีกฝ่าย
คำตอบของฉันที่ว่าไม่มีจุดประสงค์พิเศษก็คงจะถูกตีความว่าเป็นความจริงและอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าฉันไม่ได้มีจุดประสงค์ร้ายอะไร
อา…เธออาจจะรู้ด้วยซ้ำว่าชื่อรอนนั้นเป็นชื่อปลอม
ดูเผิน ๆ แล้วจอมราชันอาจดูเหมือนตัดสินใจโดยฉับพลัน แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย
อย่างไรก็เถอะ…เธอคือผู้ที่สามารถปกครองอำนาจยิ่งใหญ่อย่างคัลเดอริคมาได้ยาวนาน
บางที เธออาจตั้งใจจะให้ฉันขึ้นนั่งตำแหน่งลอร์ด แล้วค่อย ๆ สังเกตดูรายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถของฉันในภายหลังก็ได้
เอาเถอะ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ควรทำก็คือทำในสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ก่อน
หลังจากจัดระเบียบความคิดอันวุ่นวายเรียบร้อย ฉันก็ลุกขึ้นอีกครั้ง
สิ่งที่ต้องทำในทันทีนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
จัดระเบียบข้อมูลในหัวและเริ่มวางแผนสำหรับอนาคตที่กำลังจะมาถึง