เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6.2: สภาขุนนาง (3)

บทที่ 6.2: สภาขุนนาง (3)

บทที่ 6.2: สภาขุนนาง (3)


บทที่ 6.2: สภาขุนนาง (3)

“…”

หลังจากพูดไปแค่สองประโยค ความเงียบเย็นยะเยือกก็ปกคลุมทั่วห้องประชุม

แรงกดดันอันน่าสะพรึงตามมาและแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

“เจ้ากล้าดียังไง…”

ครืด ครืด ครืด

ลอร์ดสายฟ้ามีประกายไฟไหลเวียนทั่วร่าง เธอจ้องมองฉันด้วยสายตาอาฆาตราวจะฆ่าฟัน

ความรู้สึกเสียวซ่าซัดซ่านไปทั่วร่าง

ฉันยอมรับเจตนาฆ่าฟันของลอร์ดสายฟ้าอย่างสงบนิ่งและยังคงรักษาสีหน้าไร้อารมณ์เอาไว้

แรงกดดันนั้นสัมผัสได้ชัดเจน แต่ด้วยจิตวิญญาณแห่งราชันย์ จิตใจของฉันจึงไม่หวั่นไหวหรือปั่นป่วนใด ๆ เลย

การไม่หลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่ใช่เพราะฉันอยากสู้ แต่เพราะมีเหตุผลบางอย่างที่ฉันต้องทำให้บรรยากาศมันดุเดือดเช่นนี้

เป้าหมายของฉันคือให้จอมราชันเข้ามาแทรกแซง

ฉันพูดว่าจะยอมรับการประลองก็ต่อเมื่อสามารถฆ่าคู่ต่อสู้ได้และคำยั่วยุนั้นก็ทำให้ลอร์ดสายฟ้าเดือดปุดยิ่งกว่าที่ฉันคาดไว้เสียอีก

หากมันกลายเป็นการประลองที่มีแต่ใครสักคนต้องพังพินาศ ก็ไม่มีทางที่จอมราชันจะยอมให้การต่อสู้เกิดขึ้น...จริงไหม?

รีบเข้ามาห้ามการประลองทีสิ

บรรยากาศตอนนี้รู้สึกราวกับสายฟ้าจะฟาดลงมาตรงที่นั่งของฉันได้ทุกเมื่อ

แล้วจอมราชันก็เปิดปากขึ้น ในน้ำเสียงมีแววเสียดายอยู่บ้าง เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเธอเองก็ใจร้อนไปหน่อย

“หยุด”

ต่างจากก่อนหน้านี้ เสียงของจอมราชันแฝงด้วยความจริงจังอยู่เล็กน้อย

หลังจากนั้น ลอร์ดสายฟ้าก็สงบลง แม้เธอยังคงจ้องมองฉันด้วยสายตาอาฆาตไม่เปลี่ยน

“มันช่วยไม่ได้หรอกใช่ไหม? เพราะถ้ามีการประลอง มันก็คงไม่ใช่แค่การดวลเบา ๆ อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ?”

จอมราชันเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ราวกับจะเปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายลง

ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

อย่างน้อยเรื่องก็คลี่คลายอย่างที่ฉันคาดไว้

เหล่าลอร์ดคนอื่น ๆ ที่ต่างก็ดูเหมือนลึกซึ้งเกินหยั่งถึง ต่างก็มีท่าทีเสียดายราวกับกำลังพลาดชมการแสดงสนุก ๆ ไป

“อื้ม ข้าไม่เห็นจะแคร์เท่าไหร่เลยนะ”

ลอร์ดคลั่งยิ้มพลางพูดขึ้น

“เขาก็ไม่ได้ดูหยาบคายเหมือนเจ้าแวมไพร์นั่นนี่นา การแต่งตั้งลอร์ดเป็นสิทธิ์ของจอมราชันอยู่แล้วนี่ ไม่เห็นจะต้องมาขอความเห็นจากพวกเราสักหน่อย?”

“แล้วทำไมข้าต้องโดนพาดพิงอีกล่ะ?”

ทรราชบ่นพึมพำพลางจิ๊ปาก

นักปราชญ์ที่นั่งฟังอยู่ก็เหลือบตามองมาทางฉันก่อนจะช่วยกล่าวเสริม

“แม้จะดูรวดเร็ว แต่ข้าเองก็ไม่สงสัยในสายตาของจอมราชัน อีกอย่าง ที่นั่งของลอร์ดที่เจ็ดก็ปล่อยว่างไว้ไม่ได้ตลอดไปเสียด้วย หัวหน้าเสนาธิการเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไรกับการตัดสินใจครั้งนี้”

นอกจากลอร์ดสายฟ้าแล้ว ลอร์ดคนอื่นไม่มีใครเอ่ยคัดค้าน

จะเรียกว่าเห็นด้วยก็ไม่เชิง...น่าจะเรียกว่าพวกเขายอมรับโดยไม่สนใจมากกว่าหรืออาจเพราะความต้องการของจอมราชันนั้นเด็ดขาดจนไม่มีใครกล้าขัด

แต่ฉันน่ะ...ยังไม่ได้พูดเลยว่ายอมรับตำแหน่งซะหน่อย

...นี่มันเหมือนกับว่าเรื่องทั้งหมดถูกตัดสินไปเรียบร้อยแล้วงั้นเหรอ?

เธอคือผู้ปกครองสูงสุดแห่งคัลเดอริค

เธออยู่ ณ จุดสูงสุดของอำนาจแห่งคัลเดอริค หนึ่งในสี่มหาอำนาจของทวีป แล้วใครกันจะกล้าปฏิเสธตำแหน่งที่เธอเสนอมา?

ปัญหาก็คือ...ฉันไม่ได้มีความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งลอร์ดเลยแม้แต่น้อย

จนถึงตอนนี้ ทุกคนต่างก็เข้าใจผิดเกี่ยวกับความสามารถของฉัน เพราะสถานการณ์มันดันพาให้เข้าใจเช่นนั้น แต่เอาเข้าจริง แม้แต่ทหารยามชั้นต่ำสุดที่เฝ้าประตูปราสาทก็ยังสามารถฆ่าฉันได้

โชคชะตาที่เป็นใจเช่นนี้จะคงอยู่ได้นานแค่ไหนกัน?

ถ้าฉันตอบรับข้อเสนอของจอมราชันและกลายเป็นลอร์ดที่เจ็ดจริง ๆ นั่นก็เท่ากับก้าวข้ามแม่น้ำที่ไม่มีวันหวนกลับ

แต่หากฉันปฏิเสธ...

มันก็เสี่ยงไม่แพ้กัน

แม้จะไม่ใช่ความตั้งใจของฉัน แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็มาที่ปราสาทของจอมราชันและเข้าร่วมการประชุมของเหล่าลอร์ด เพียงเพราะไม่อยากสร้างศัตรูในคัลเดอริค

และจอมราชันก็ยื่นเงื่อนไขที่ดีที่สุดให้แล้ว

ถ้าฉันปฏิเสธต่อหน้าสายตาเหล่านั้นล่ะ?

บุคลิกที่ดูเป็นมิตรของจอมราชันอาจพลิกกลับกลายเป็นศัตรูในพริบตาก็ได้ ฉันจะกล้าเสี่ยงขนาดนั้นไหม?

ไม่รู้เลยว่านั่นจะถือเป็นความบ้าระห่ำที่ไม่เข้าท่าหรือเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าเพื่อลดความเสียหาย

ควรถามไปก่อนดีไหมว่า ขอเวลาไตร่ตรอง?

หัวสมองของฉันรู้สึกหนักอึ้ง ราวกับมีอะไรอุดตันอยู่เต็มไปหมด

จะดีกว่าไหม...ถ้าฉันจะเลื่อนการตัดสินใจนี้ออกไปก่อน?

จากนั้นลอร์ดคลั่งก็หันมามองฉันก่อนจะเปิดปากพูดขึ้น

“ยังไงก็เถอะ น่าเสียดายนะ ข้าให้สัญญาไว้หน้าห้องประชุมว่าจะลองดวลกันสักครั้ง”

…ให้ตอนไหนกัน?

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันจะเป็นลอร์ดด้วย? แต่ไม่นานฉันก็เข้าใจ

ถ้านึกให้ดี ๆ คัลเดอริคเคยมีการตั้งกฎไว้อย่างชัดเจนว่าการต่อสู้ระหว่างลอร์ดถือเป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดไม่ใช่เหรอ?

มันเป็นข้อปฏิบัติขั้นต่ำเพื่อให้ลอร์ดแต่ละคน ซึ่งมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งใหญ่โต

“ข้าเองก็เกลียดการจบแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ สุด ๆ เลยนะ อย่างน้อยก็ควรจะต่อสู้กันจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายนั่นแหละ ถึงจะเรียกว่าดวลจริง ๆ ใช่ไหมล่ะ?”

“…”

เสียงหัวเราะที่ชวนให้รู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดทำให้ฉันนึกถึงความเป็นไปได้ที่น่าสะพรึงกลัว

ถ้าฉันปฏิเสธตำแหน่งลอร์ด หลังการประชุมจบลง อสุรกายบ้าคลั่งนั่นอาจจะอารมณ์คึกแล้วกระโจนเข้าใส่ฉันก็เป็นได้

แค่เจอกันครั้งแรก เธอก็ชักดาบจ่อคอฉันโดยไม่ลังเล แบบนั้นมันก็มีโอกาสเป็นไปได้อยู่หรอก

แต่แค่นั้นน่ะเหรอ? แม้แต่ตอนนี้ ลอร์ดสายฟ้าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ยังจ้องฉันเขม็งด้วยสายตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

ถ้าฉันปฏิเสธ ฉันคงต้องมาคอยกังวลว่าหลังจบการประชุมจะมีอะไรตามมาอีกบ้าง

รับ...หรือปฏิเสธ

ไม่ว่าจะทางไหน มันก็คือการเลือกว่าจะเผชิญกับหายนะที่ใหญ่...หรือเล็กกว่ากันนิดหน่อย เหมือนกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นบนเรือขนนักโทษนั่นไม่มีผิด

ฉันเริ่มรู้สึกเสียใจ ที่ปล่อยให้สถานการณ์มันไหลมาถึงจุดนี้

สุดท้ายแล้ว ฉันก็แค่ต้องหาทางหนีออกจากปราสาทบ้าบอนี่ให้ได้ เพื่อหลุดพ้นจากเงื้อมมือของจอมราชัน

…แต่จะเสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว

“ตอนนี้...ก็เหลือแค่คำตอบของท่านรอนเท่านั้น”

นี่คือคำประกาศสุดท้ายจากปากของจอมราชัน

“ในฐานะจอมราชันแห่งคัลเดอริค ข้าขอเสนออย่างเป็นทางการ...ท่านจะรับตำแหน่งลอร์ดที่เจ็ดหรือไม่?”

ความเงียบอันนิ่งสงัดปกคลุมทั่วห้องประชุมและสายตาของเหล่าลอร์ดทั้งหมดที่อยู่รอบโต๊ะกลมก็หันมาจับจ้องที่ฉันเป็นจุดเดียว

ในที่สุด ฉันก็ตัดสินใจด้วยใจที่กึ่ง ๆ จะยอมแพ้

“…ข้ารับตำแหน่ง”

จบบทที่ บทที่ 6.2: สภาขุนนาง (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว