เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5.2: สภาขุนนาง (2)

บทที่ 5.2: สภาขุนนาง (2)

บทที่ 5.2: สภาขุนนาง (2)


บทที่ 5.2: สภาขุนนาง (2)

ใช่แล้ว ไม่มีทางที่เมดธรรมดาจะมีระดับที่บ้าคลั่งจนสามารถกดดันแม้แต่ลอร์ดคนอื่น ๆ ได้แบบนี้แน่…

…แบบนี้ฉันควรทำยังไงดีล่ะ?

“ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จอมราชันจะมา เวลาก็ใกล้จะถึงแล้วนะ”

จักรพรรดินีแห่งทะเลดำยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วพึมพำใส่ฉัน

“พระองค์จะมาในอีกไม่นาน รออย่างสงบไปก่อนแล้วจิบชากันเถอะ”

ตรงกันข้ามกับที่พูด ทรราชกลับยกถ้วยชาร้อนขึ้นดื่มรวดเดียวแล้วเลียริมฝีปาก ก่อนจะหันไปถามลอร์ดที่ห้า

“ว่าแต่ ข้าได้ยินมาว่าท่านไปบรุนเฮลมานี่ ลอร์ดที่ห้า มีอะไรน่าสนใจบ้างไหม?”

“อย่าทำเป็นสนิทกับข้านะ ไอ้แวมไพร์สวะ”

ทว่าเธอกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา แตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

ทรราชเพียงแค่ยักไหล่อย่างกับเคยชินกับท่าทีแบบนั้นอยู่แล้ว

“เย็นชาจริง ๆ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเจ้าถึงหงุดหงิดใส่ข้าตลอด ข้าออกจะน่ารักออกนะ ไม่คิดแบบนั้นหรือไง ลอร์ดที่สอง?”

“ใครจะไปชอบสิ่งมีชีวิตต่ำช้าแบบเจ้าได้ล่ะ? ข้าบอกไปหลายครั้งแล้วนี่ อย่าพูดกับข้าโดยไม่จำเป็น”

“เจ้าพวกนี้มันเกินไปจริง ๆ เราเพิ่งจะร่วมรบด้วยกันอยู่แท้ ๆ”

ขณะฟังบทสนทนาไร้สาระพวกนั้น ฉันก็ตกอยู่ในความคิดที่ยุ่งเหยิง

ฉันต้องทนดูละครตลกไร้สาระนี่ไปอีกนานแค่ไหนกัน?

…จะลองทดสอบบางอย่างดีไหมนะ?

ขณะมองเมดที่เข้ามาหยุดอยู่ข้างฉันเป็นครั้งสุดท้ายแล้ววางถ้วยชาลง ฉันก็เปิดปากพูดออกไปว่า...

“จอมราชัน”

การเคลื่อนไหวของเมดหยุดชะงักลงทันที

“ท่านคิดจะเล่นตลกแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน?”

ฉันพูดต่อ

ลอร์ดคนอื่น ๆ ต่างก็หันมามองทางนี้ด้วยสีหน้าตกใจ

แม้แต่ลอร์ดที่สามแห่งวังสวรรค์ ซึ่งไม่เคยแม้แต่จะชายตามามองฉันเลยก่อนหน้านี้ก็ด้วย

“…ฮะฮะฮะ!”

ในตอนนั้นเอง เมดซึ่งถอดหน้ากากออกก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามองทะลุการพรางตัวของเดย์ฟอนได้ในแค่แวบเดียว นานมากแล้วนะกว่าจะมีแขกที่น่าสนใจแบบเจ้ามาเยือนอีกครั้ง”

…จอมราชันรัชเทน

ผู้ปกครองสูงสุดแห่งคัลเดอริคและหัวหน้าลอร์ดทั้งเก้า

และยังเป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงความแข็งแกร่งสูงสุดในโลกของราซา

ฟุ่บ

ในชั่วพริบตา ออร่าดำขลับแผ่คลุมร่างเธอทั้งหมดและในพริบตานั้นเอง เธอก็เปลี่ยนร่างเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง

เส้นผมสีดำสนิทยาวถึงเอว ดวงตาคมปลาบและแม้แต่ชุดที่สวมอยู่ก็เปลี่ยนจากชุดเมดกลายเป็นชุดเดรสสีสดใส

เธอเดินตรงไปยังที่นั่งประธานของโต๊ะกลม แล้วทรุดตัวลงอย่างสบายขณะชายกระโปรงพริ้วตามแรงนั่ง

เดย์ฟอนที่เคยยืนอยู่ใกล้ประตูห้องประชุมเมื่อครู่นี้ ก็ขยับมายืนอยู่เบื้องหลังเธออย่างเงียบงัน

“มาดูกัน...ลอร์ดที่สี่กับเก้าคงไม่ได้มาเพราะติดภารกิจของตัวเอง”

สายตาของจอมราชันที่กวาดมองรอบโต๊ะกลมหยุดลงที่นักปราชญ์

“ลอร์ดที่หนึ่งเองก็คงยุ่งอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ก็ยังอุตส่าห์มาร่วมประชุม ข้าซาบซึ้งมาก”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักปราชญ์ก็ส่ายหัวเบา ๆ อย่างสุภาพ

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก จอมราชัน นี่คือหน้าที่ของข้าในฐานะลอร์ด หากไม่มีเหตุจำเป็นยิ่งนัก ก็ต้องเข้าร่วมสภาขุนนางอยู่แล้ว”

จอมราชันหันไปมองลอร์ดสายฟ้าต่อพร้อมรอยยิ้มบาง

“ลอร์ดที่สอง ดูเหมือนเจ้าจะมีเรื่องอยากพูดมากมายเลยนะ?”

“สบายดีหรือไม่ จอมราชัน?”

ลอร์ดสายฟ้าพยักหน้าให้ ก่อนจะเหลือบตามามองฉันแล้วพูดต่อว่า

“เพียงแต่ข้ายังไม่เข้าใจเจตนาของจอมราชัน ที่นำคนนอกมาร่วมประชุมในครั้งนี้”

“ฮะฮะ ลอร์ดที่สองกำลังจะถามข้าอย่างนั้นเหรอ ว่าข้าคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำเช่นนั้น?”

จอมราชันยิ้มแล้วโบกมืออย่างสบายใจ

“ในเมื่อทุกคนก็มารวมตัวกันอยู่แล้ว ข้าก็แค่อยากแน่ใจว่าได้เชิญคนที่เหมาะสมมาด้วยเท่านั้น”

...เหมาะสม? เหมาะกับอะไรล่ะ?

จากนั้นเธอก็ตบมือเบา ๆ ราวกับต้องการเปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายขึ้น

“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเริ่มการประชุมกันเลย! วาระแรกก็อย่างที่เห็น ว่าด้วยการรับคนมีพรสวรรค์คนใหม่ เจ้าได้ยินมาจากหัวหน้าเสนาธิการแล้วใช่ไหม?”

สายตาของเหล่าลอร์ดหันกลับมาโฟกัสที่จอมราชันอีกครั้งและเธอก็ยิ้มพลางสบตากับฉัน

“ก่อนอื่น ข้าอยากให้เจ้าบอกชื่อตัวเองกับพวกเราด้วยตนเอง”

“...รอน”

นี่คือจุดเริ่มต้น

ยังไม่มีวิกฤติชัดเจนอะไรในตอนนี้ แต่ฉันก็ไม่อาจปล่อยวางความตึงเครียดในใจได้เลย

ตั้งแต่ที่จอมราชันปรากฏตัวขึ้น ฉันก็รู้สึกสับสนอยู่ตลอด

ทำไมกัน? ทำไมถึงต้องพาคนนอกอย่างฉันเข้าร่วมสภาขุนนางและให้นั่งอยู่ที่นี่อย่างที่ลอร์ดสายฟ้าตั้งคำถามไว้?

เธอคงไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉันประลองกับเหล่าลอร์ดเพื่อทดสอบความสามารถหรอกใช่ไหม

“งั้นข้าขอถามตรง ๆ เลยนะ ท่านรอน จุดประสงค์ของการมาคัลเดอริคของท่านคืออะไร?”

…นี่มันสัมภาษณ์สมัครงานหรือยังไงกัน?

คำถามดูธรรมดากว่าที่คิดไว้มาก ทำให้ฉันประหม่าอย่างบอกไม่ถูก

ฉันจ้องมองเธอโดยไม่ตอบในทันที

“อา แน่นอน ข้ารู้อยู่แล้วล่ะว่าเป็นหัวหน้าเสนาธิการของเราที่เป็นฝ่ายเสนอให้เชิญเจ้ามา ข้าแค่อยากรู้ว่าทำไมเจ้าถึงตกลงมากกว่า”

“…”

“พูดตามตรง ข้าเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อย ที่อยู่ ๆ คนแข็งแกร่งแบบเจ้าปรากฏตัวขึ้นในปราสาท ด้วยพลังของเจ้า เจ้าสามารถทำอะไรก็ได้ อยู่ที่ไหนก็ได้ถ้ามันเป็นเรื่องของชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน แล้วอะไรล่ะคือเหตุผลพิเศษที่ทำให้เจ้ามาคัลเดอริค?”

เหตุผลพิเศษงั้นเหรอ… บ้าอะไรล่ะ

ที่นี่มันก็แค่ตัวเลือกเดียวที่ฉันเหลืออยู่หลังจากเดินมาถึงทางตัน ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย

ฉันรู้ดีว่าจอมราชันมีความสามารถขนาดไหน

และฉันก็รู้ว่าโกหกไปก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นจึงเลือกตอบไปตามตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ไม่มีจุดประสงค์อะไรเป็นพิเศษ”

จอมราชันหรี่ตาลงเล็กน้อย

ราวกับกำลังพิจารณาความหมายแท้จริงของคำพูดฉัน

“…เหมือนอย่างที่เดย์ฟอนรายงานมาเลย งั้นเจ้าหมายความว่ามาที่นี่ก็เพราะความสนใจล้วน ๆ สินะ?”

เธอยิ้มอีกครั้ง มุมปากยกขึ้นขณะพึมพำว่า “ดี ดีเลย” พร้อมพยักหน้าอย่างพอใจ

ท่าทางนั้นดูเหมือนเด็กสาวแก่นแก้วคนหนึ่ง แต่ฉันกลับไม่รู้สึกว่าน่ารักเลยสักนิด

เพราะฉันรู้ว่าภายในร่างนั้นคือสัตว์ประหลาดที่มีอายุเกือบพันปี

สิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นเพียงเปลือกร่างจากเวทแปลงร่างเท่านั้น ไม่ใช่ร่างจริงของเธอ

แล้วจะมีประโยชน์อะไรกับภาพลวงตาพวกนี้กันล่ะ?

ถึงยังไง ฉันก็มั่นใจว่าสาเหตุที่ถูกเรียกเข้าร่วมการประชุมนี้ ไม่ใช่เพียงแค่จะมานั่งตอบคำถามเล่น ๆ แน่นอน

นี่แหละคือจุดเริ่มต้นจริง ๆ

ฉันจึงรอฟังคำพูดถัดไปอย่างสงบนิ่ง

และในที่สุด ปากของจอมราชันก็ขยับอีกครั้ง

“ท่านรอน...สนใจจะเป็นหนึ่งในลอร์ดหรือไม่?”

จบบทที่ บทที่ 5.2: สภาขุนนาง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว