- หน้าแรก
- ฉันหลุดเข้าไปในเกมพร้อมสกิลสังหารในพริบตา
- บทที่ 5.2: สภาขุนนาง (2)
บทที่ 5.2: สภาขุนนาง (2)
บทที่ 5.2: สภาขุนนาง (2)
บทที่ 5.2: สภาขุนนาง (2)
ใช่แล้ว ไม่มีทางที่เมดธรรมดาจะมีระดับที่บ้าคลั่งจนสามารถกดดันแม้แต่ลอร์ดคนอื่น ๆ ได้แบบนี้แน่…
…แบบนี้ฉันควรทำยังไงดีล่ะ?
“ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จอมราชันจะมา เวลาก็ใกล้จะถึงแล้วนะ”
จักรพรรดินีแห่งทะเลดำยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วพึมพำใส่ฉัน
“พระองค์จะมาในอีกไม่นาน รออย่างสงบไปก่อนแล้วจิบชากันเถอะ”
ตรงกันข้ามกับที่พูด ทรราชกลับยกถ้วยชาร้อนขึ้นดื่มรวดเดียวแล้วเลียริมฝีปาก ก่อนจะหันไปถามลอร์ดที่ห้า
“ว่าแต่ ข้าได้ยินมาว่าท่านไปบรุนเฮลมานี่ ลอร์ดที่ห้า มีอะไรน่าสนใจบ้างไหม?”
“อย่าทำเป็นสนิทกับข้านะ ไอ้แวมไพร์สวะ”
ทว่าเธอกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา แตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
ทรราชเพียงแค่ยักไหล่อย่างกับเคยชินกับท่าทีแบบนั้นอยู่แล้ว
“เย็นชาจริง ๆ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเจ้าถึงหงุดหงิดใส่ข้าตลอด ข้าออกจะน่ารักออกนะ ไม่คิดแบบนั้นหรือไง ลอร์ดที่สอง?”
“ใครจะไปชอบสิ่งมีชีวิตต่ำช้าแบบเจ้าได้ล่ะ? ข้าบอกไปหลายครั้งแล้วนี่ อย่าพูดกับข้าโดยไม่จำเป็น”
“เจ้าพวกนี้มันเกินไปจริง ๆ เราเพิ่งจะร่วมรบด้วยกันอยู่แท้ ๆ”
ขณะฟังบทสนทนาไร้สาระพวกนั้น ฉันก็ตกอยู่ในความคิดที่ยุ่งเหยิง
ฉันต้องทนดูละครตลกไร้สาระนี่ไปอีกนานแค่ไหนกัน?
…จะลองทดสอบบางอย่างดีไหมนะ?
ขณะมองเมดที่เข้ามาหยุดอยู่ข้างฉันเป็นครั้งสุดท้ายแล้ววางถ้วยชาลง ฉันก็เปิดปากพูดออกไปว่า...
“จอมราชัน”
การเคลื่อนไหวของเมดหยุดชะงักลงทันที
“ท่านคิดจะเล่นตลกแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน?”
ฉันพูดต่อ
ลอร์ดคนอื่น ๆ ต่างก็หันมามองทางนี้ด้วยสีหน้าตกใจ
แม้แต่ลอร์ดที่สามแห่งวังสวรรค์ ซึ่งไม่เคยแม้แต่จะชายตามามองฉันเลยก่อนหน้านี้ก็ด้วย
“…ฮะฮะฮะ!”
ในตอนนั้นเอง เมดซึ่งถอดหน้ากากออกก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามองทะลุการพรางตัวของเดย์ฟอนได้ในแค่แวบเดียว นานมากแล้วนะกว่าจะมีแขกที่น่าสนใจแบบเจ้ามาเยือนอีกครั้ง”
…จอมราชันรัชเทน
ผู้ปกครองสูงสุดแห่งคัลเดอริคและหัวหน้าลอร์ดทั้งเก้า
และยังเป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงความแข็งแกร่งสูงสุดในโลกของราซา
ฟุ่บ
ในชั่วพริบตา ออร่าดำขลับแผ่คลุมร่างเธอทั้งหมดและในพริบตานั้นเอง เธอก็เปลี่ยนร่างเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง
เส้นผมสีดำสนิทยาวถึงเอว ดวงตาคมปลาบและแม้แต่ชุดที่สวมอยู่ก็เปลี่ยนจากชุดเมดกลายเป็นชุดเดรสสีสดใส
เธอเดินตรงไปยังที่นั่งประธานของโต๊ะกลม แล้วทรุดตัวลงอย่างสบายขณะชายกระโปรงพริ้วตามแรงนั่ง
เดย์ฟอนที่เคยยืนอยู่ใกล้ประตูห้องประชุมเมื่อครู่นี้ ก็ขยับมายืนอยู่เบื้องหลังเธออย่างเงียบงัน
“มาดูกัน...ลอร์ดที่สี่กับเก้าคงไม่ได้มาเพราะติดภารกิจของตัวเอง”
สายตาของจอมราชันที่กวาดมองรอบโต๊ะกลมหยุดลงที่นักปราชญ์
“ลอร์ดที่หนึ่งเองก็คงยุ่งอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ก็ยังอุตส่าห์มาร่วมประชุม ข้าซาบซึ้งมาก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักปราชญ์ก็ส่ายหัวเบา ๆ อย่างสุภาพ
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก จอมราชัน นี่คือหน้าที่ของข้าในฐานะลอร์ด หากไม่มีเหตุจำเป็นยิ่งนัก ก็ต้องเข้าร่วมสภาขุนนางอยู่แล้ว”
จอมราชันหันไปมองลอร์ดสายฟ้าต่อพร้อมรอยยิ้มบาง
“ลอร์ดที่สอง ดูเหมือนเจ้าจะมีเรื่องอยากพูดมากมายเลยนะ?”
“สบายดีหรือไม่ จอมราชัน?”
ลอร์ดสายฟ้าพยักหน้าให้ ก่อนจะเหลือบตามามองฉันแล้วพูดต่อว่า
“เพียงแต่ข้ายังไม่เข้าใจเจตนาของจอมราชัน ที่นำคนนอกมาร่วมประชุมในครั้งนี้”
“ฮะฮะ ลอร์ดที่สองกำลังจะถามข้าอย่างนั้นเหรอ ว่าข้าคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำเช่นนั้น?”
จอมราชันยิ้มแล้วโบกมืออย่างสบายใจ
“ในเมื่อทุกคนก็มารวมตัวกันอยู่แล้ว ข้าก็แค่อยากแน่ใจว่าได้เชิญคนที่เหมาะสมมาด้วยเท่านั้น”
...เหมาะสม? เหมาะกับอะไรล่ะ?
จากนั้นเธอก็ตบมือเบา ๆ ราวกับต้องการเปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายขึ้น
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเริ่มการประชุมกันเลย! วาระแรกก็อย่างที่เห็น ว่าด้วยการรับคนมีพรสวรรค์คนใหม่ เจ้าได้ยินมาจากหัวหน้าเสนาธิการแล้วใช่ไหม?”
สายตาของเหล่าลอร์ดหันกลับมาโฟกัสที่จอมราชันอีกครั้งและเธอก็ยิ้มพลางสบตากับฉัน
“ก่อนอื่น ข้าอยากให้เจ้าบอกชื่อตัวเองกับพวกเราด้วยตนเอง”
“...รอน”
นี่คือจุดเริ่มต้น
ยังไม่มีวิกฤติชัดเจนอะไรในตอนนี้ แต่ฉันก็ไม่อาจปล่อยวางความตึงเครียดในใจได้เลย
ตั้งแต่ที่จอมราชันปรากฏตัวขึ้น ฉันก็รู้สึกสับสนอยู่ตลอด
ทำไมกัน? ทำไมถึงต้องพาคนนอกอย่างฉันเข้าร่วมสภาขุนนางและให้นั่งอยู่ที่นี่อย่างที่ลอร์ดสายฟ้าตั้งคำถามไว้?
เธอคงไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉันประลองกับเหล่าลอร์ดเพื่อทดสอบความสามารถหรอกใช่ไหม
“งั้นข้าขอถามตรง ๆ เลยนะ ท่านรอน จุดประสงค์ของการมาคัลเดอริคของท่านคืออะไร?”
…นี่มันสัมภาษณ์สมัครงานหรือยังไงกัน?
คำถามดูธรรมดากว่าที่คิดไว้มาก ทำให้ฉันประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
ฉันจ้องมองเธอโดยไม่ตอบในทันที
“อา แน่นอน ข้ารู้อยู่แล้วล่ะว่าเป็นหัวหน้าเสนาธิการของเราที่เป็นฝ่ายเสนอให้เชิญเจ้ามา ข้าแค่อยากรู้ว่าทำไมเจ้าถึงตกลงมากกว่า”
“…”
“พูดตามตรง ข้าเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อย ที่อยู่ ๆ คนแข็งแกร่งแบบเจ้าปรากฏตัวขึ้นในปราสาท ด้วยพลังของเจ้า เจ้าสามารถทำอะไรก็ได้ อยู่ที่ไหนก็ได้ถ้ามันเป็นเรื่องของชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน แล้วอะไรล่ะคือเหตุผลพิเศษที่ทำให้เจ้ามาคัลเดอริค?”
เหตุผลพิเศษงั้นเหรอ… บ้าอะไรล่ะ
ที่นี่มันก็แค่ตัวเลือกเดียวที่ฉันเหลืออยู่หลังจากเดินมาถึงทางตัน ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย
ฉันรู้ดีว่าจอมราชันมีความสามารถขนาดไหน
และฉันก็รู้ว่าโกหกไปก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นจึงเลือกตอบไปตามตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ไม่มีจุดประสงค์อะไรเป็นพิเศษ”
จอมราชันหรี่ตาลงเล็กน้อย
ราวกับกำลังพิจารณาความหมายแท้จริงของคำพูดฉัน
“…เหมือนอย่างที่เดย์ฟอนรายงานมาเลย งั้นเจ้าหมายความว่ามาที่นี่ก็เพราะความสนใจล้วน ๆ สินะ?”
เธอยิ้มอีกครั้ง มุมปากยกขึ้นขณะพึมพำว่า “ดี ดีเลย” พร้อมพยักหน้าอย่างพอใจ
ท่าทางนั้นดูเหมือนเด็กสาวแก่นแก้วคนหนึ่ง แต่ฉันกลับไม่รู้สึกว่าน่ารักเลยสักนิด
เพราะฉันรู้ว่าภายในร่างนั้นคือสัตว์ประหลาดที่มีอายุเกือบพันปี
สิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นเพียงเปลือกร่างจากเวทแปลงร่างเท่านั้น ไม่ใช่ร่างจริงของเธอ
แล้วจะมีประโยชน์อะไรกับภาพลวงตาพวกนี้กันล่ะ?
ถึงยังไง ฉันก็มั่นใจว่าสาเหตุที่ถูกเรียกเข้าร่วมการประชุมนี้ ไม่ใช่เพียงแค่จะมานั่งตอบคำถามเล่น ๆ แน่นอน
นี่แหละคือจุดเริ่มต้นจริง ๆ
ฉันจึงรอฟังคำพูดถัดไปอย่างสงบนิ่ง
และในที่สุด ปากของจอมราชันก็ขยับอีกครั้ง
“ท่านรอน...สนใจจะเป็นหนึ่งในลอร์ดหรือไม่?”