- หน้าแรก
- ข้าจะครองแคว้นด้วยน้ำตาและเสียงหัวเราะ
- บทที่ 7: ตราผนึกจิตอักษร
บทที่ 7: ตราผนึกจิตอักษร
บทที่ 7: ตราผนึกจิตอักษร
บทที่ 7: ตราผนึกจิตอักษร
ชายหนุ่มยื่นมือขวาออกมาเบื้องหน้าเสิ่นถัง ฝ่ามือหงายขึ้น เสิ่นถังไม่เข้าใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงวางมือขวาของตนเองลงไปบนมือของเขา แล้วเอียงคอถาม
"เช่นนี้รึ?"
ชายหนุ่มมองนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาเต็มไปด้วยคำพูดที่ยากจะบรรยาย ราวกับจะถามนางว่า "เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?" เสิ่นถังจึงชักมือขวากลับมาราวกับถูกไฟฟ้าช็อต
"รวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือ"
เมื่อเห็นว่าเสิ่นถังยังคงมีสีหน้างุนงง ชายหนุ่มจึงจำต้องเอ่ยปากชี้แนะ เขาคิดว่าตนเองพูดชัดเจนพอแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าเสิ่นถังจะไม่รู้แม้กระทั่งว่า "ลมปราณ" คืออะไร
เมื่อเห็นว่าเสิ่นถังยังคงนิ่งเฉยอยู่ครู่ใหญ่ เขาจึงจำต้องกล่าวว่า "เมื่อครู่ตอนที่เจ้าใช้วาจาสิทธิ์ รู้สึกว่ามีบางสิ่งเคลื่อนออกจากปราณสถานไปตามเส้นลมปราณหรือไม่? นั่นแหละคือ 'ลมปราณ' ตอนนี้เจ้าลองเรียกมันออกมาจากปราณสถาน แล้วรวบรวมไว้ที่ฝ่ามือดู ทำเช่นนี้ได้หรือไม่?"
ของอย่างวาจาสิทธิ์นั้นใช่ว่าจะสำเร็จทุกครั้ง มันเกี่ยวข้องกับระดับความชำนาญ คุณชายน้อยตรงหน้าสามารถใช้จิตอักษรต่อกรกับจ้านเหนี่ยวระดับสามได้อย่างซึ่งๆ หน้า ทั้งผลของวาจาสิทธิ์ยังแข็งแกร่ง ไม่น่าจะไม่รู้อะไรเลยเช่นนี้
ชายหนุ่มพูดอย่างชัดเจน เสิ่นถังจึงค่อยๆ หวนรำลึกถึงความรู้สึกอันลึกล้ำแปลกประหลาดเมื่อครู่นี้ ลมปราณ, ปราณสถาน, วาจาสิทธิ์, จิตอักษร...
ครู่ต่อมา นางก็คล้ายจะจับอะไรบางอย่างได้ และชี้นำสิ่งนั้นให้ค่อยๆ เคลื่อนไปยังฝ่ามือ ในที่สุด... กลุ่มก้อนลมปราณไร้สีก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น จากขนาดเท่าเมล็ดถั่วขยายใหญ่จนเท่ากำปั้น ลอยอยู่เหนือฝ่ามือขึ้นมาหนึ่งชุ่น
เสิ่นถังเงยหน้ามองชายหนุ่ม แล้วถามเขา "ท่านพี่ นี่คือ 'ลมปราณ' รึ? ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ...แล้วจิตอักษรของข้าเป็นลำดับขั้นใด?"
นับตั้งแต่ที่ลมปราณก้อนนี้ปรากฏขึ้น ชายหนุ่มก็ลดสายตาลงต่ำ ใบหน้ากว่าครึ่งซ่อนอยู่ในเงามืด ทำให้มองสีหน้าได้ไม่ชัดเจนนัก แต่เสิ่นถังมั่นใจว่าสายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่ฝ่ามือของนาง นางรู้สึกว่าบรรยากาศไม่ค่อยจะสู้ดีนัก จึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
ชายหนุ่มจึงได้สติกลับคืนมา แล้วตอบสนอง "เจ้าลองหลอมรวมลมปราณก้อนนี้ให้ควบแน่นขึ้นอีก เหมือนที่ข้าทำเช่นนี้ก็พอ"
พูดพลาง ที่ฝ่ามือขวาของชายหนุ่มก็ปรากฏกลุ่มลมปราณสีครามอมเขียวอ่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว แวบแรกดูคล้ายกับกลุ่มหมอกบางๆ แต่เพียงสองลมหายใจก็เปลี่ยนเป็นสีครามอมเขียวเข้มข้นคล้ายเจล สุดท้ายก็กลายร่างเป็นตราผนึกสีครามอมเขียวเข้มขนาดเท่ากำปั้นทารก รูปทรงแปลกตา ต่อหน้าต่อตาของเสิ่นถัง
เมื่อเห็นเสิ่นถังอยากรู้อยากเห็น ชายหนุ่มจึงจงใจยื่นตราผนึกนั้นออกมา ตราผนึกมีรูปทรงที่งดงาม ด้านข้างสลักอักษรจ้วนคำว่า "ลำดับหกขั้นกลางล่าง" ส่วนด้านล่างก็สลักชื่อ "ฉีซื่อหยวนเหลียง" ด้วยลายมือเดียวกัน
"ท่านชื่อ ฉีหยวนเหลียง?"
หากนี่คือชื่อ เช่นนั้นลำดับหกขั้นกลางล่างก็น่าจะเป็นลำดับขั้นจิตอักษรของเขา
ชายหนุ่มกล่าว "ฉีคือแซ่ของข้า นามว่าซ่าน ชื่อรองหยวนเหลียง" เขาพูดไปพลางก็จ้องมองดวงตาของเสิ่นถังไปพลาง
เมื่อเห็นว่าแววตาของนางใสสะอาด ไม่มีท่าทีดูแคลนจิตอักษรลำดับขั้นกลางล่างแม้แต่น้อย ก็รู้สึกพึงพอใจเล็กน้อย สีหน้าดูห่างเหินน้อยลง
เสิ่นถังกล่าวตามความเคยชิน "เป็นชื่อที่ดีจริงๆ"
ทั้ง "ซ่าน" (ดีงาม) ทั้ง "เหลียง" (ดีเลิศ) ดูท่าแล้วน่าจะเป็นคนดี
ฉีซ่านได้ฟังแล้วก็พูดไม่ออก
เสิ่นถังยื่นตราผนึกกลับคืนไป
"ข้าพอจะรู้แล้วว่าควรทำอย่างไร"
นางเรียนรู้วิธีที่ฉีซ่านสาธิต บีบอัดกลุ่มลมปราณเข้าด้านใน กลุ่มลมปราณค่อยๆ เปลี่ยนจากไร้สีเป็นสีขาวขุ่นคล้ายเจล จากนั้นจึงเปลี่ยนจากสีขาวขุ่นเป็นวัตถุขนาดเล็กใสราวกับคริสตัล เสิ่นถังจึงสลาย "ลมปราณ" แล้วรีบดูที่ด้านข้างของตราผนึก
ผลลัพธ์คือ...
"เอ๊ะ เหตุใดจึงไม่มีตัวอักษร?"
"ไม่มีตัวอักษร?"
ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่น้ำเสียงของฉีซ่านกลับไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย ราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว
เสิ่นถังยื่นตราผนึกของตนเองออกไป แล้วกล่าวอย่างสงสัย "ด้านข้างไม่มีตัวอักษรจริงๆ มีเพียงตัวอักษรที่ด้านล่าง"
ด้านล่างสลักด้วยอักษรจ้วนที่เส้นสายเรียบงาม กลมกลึง...
"เสิ่นซื่อโย่วหลี"
"เสิ่น...โย่ว...หลี? เจ้าไม่ใช่ลูกหลานตระกูลกงจริงๆ ด้วย" เพราะตราผนึกเป็นแบบโปร่งใส การจะอ่านตัวอักษรบนนั้นจึงค่อนข้างลำบาก ฉีซ่านต้องหรี่ตาเล็กน้อย พลางมองตัวอักษรด้านล่างไปพลางก็วิจารณ์ไป "แต่ว่านะ คุณชายน้อย ชื่อรองของเจ้านี่ออกจะดูนุ่มนวลไปหน่อย..."
แวบแรกที่ได้ยินยังนึกว่าเป็นชื่อของชื่อของสตรี
เสิ่นถัง: "...."
ข้าเลิกอธิบายเรื่องที่ตัวเองเป็นผู้หญิงแล้ว
ในเมื่อโลกนี้ตั้งค่าไว้แล้วว่าคนที่มีจิตอักษรคือบุรุษ การที่นางจะออกมาเถียง ไม่ว่าคนอื่นจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เข้าใจผิดก็เข้าใจผิดไป รอให้นางรู้ให้แน่ชัดก่อนว่าเหตุใดตนเองจึงมีจิตอักษร หรือรอให้ฝีมือแข็งแกร่งพอแล้วค่อยว่ากันอีกที ดีกว่าถูกมองเป็นตัวประหลาดแล้วโดนกำจัดทิ้ง
"ท่านพี่ฉี ข้าชื่อเสิ่นถัง"
"ถังหลีเย่ลั่วเยียนจือเซ่อ, เฉียวไม่ฮวาไคไป๋เสวี่ยเซียง (ใบถังหลีร่วงหล่นเป็นสีชาด, ดอกเฉียวไม่บานสะพรั่งเป็นสีขาวหิมะ)" ฉีซ่านเผยรอยยิ้มบางๆ แล้วกล่าว "ก็เป็นชื่อที่ดีเช่นกัน"
เสิ่นถัง: "...."
ถึงแม้ฉันจะอยากบอกว่าชื่อของฉันคือ "เสิ่นถัง" ส่วน "โย่วหลี" เป็นแค่นามปากกาที่ตั้งขึ้นมาส่งๆ ไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรก็เถอะ
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายคิดเช่นนั้น ทั้งยังอวดความรู้ในท้องออกมา ตนเองก็ไม่ควรจะไปสาดน้ำเย็นใส่ ทำได้เพียงรับคำชมนั้นไว้ ตอนนี้นางสนใจลำดับขั้นจิตอักษรของตนเองมากกว่า
"ท่านพี่ฉี แล้วจิตอักษรของข้าเป็นลำดับขั้นใด?"
แต่ใครเลยจะรู้ว่าฉีซ่านกลับถามนางกลับ "เจ้าอยากได้ลำดับขั้นใดเล่า?"
เสิ่นถัง: "นี่หมายความว่าอย่างไร???"
ฉีซ่านกลับพูดถึงเรื่องอื่นแทน
"แตกต่างจากแก่นยุทธ์ที่มีถึงยี่สิบระดับ จิตอักษรมีเพียงเก้าลำดับขั้น หนึ่งคือลำดับหนึ่งขั้นสูงสุด, สองคือลำดับสองขั้นสูงกลาง, สามคือลำดับสามขั้นสูงล่าง ไล่ไปจนถึงลำดับเก้าขั้นล่างสุด แก่นยุทธ์สามารถฝึกฝนภายหลังเพื่อเลื่อนระดับได้ ผู้มีพรสวรรค์สูงอาจไปถึงขั้นเช่อโหวได้ แต่จิตอักษรนั้นเกิดมาเป็นลำดับขั้นใดก็จะเป็นลำดับขั้นนั้นไป ข้าเป็นจิตอักษรลำดับหกขั้นกลางล่าง เทียบกับเบื้องบนไม่พอ เทียบกับเบื้องล่างยังมีเหลือ ดังนั้น เจ้าหวังว่าเจ้าจะเป็นลำดับขั้นใดเล่า?"
เสิ่นถังประหลาดใจ "นี่...ให้ข้าคิดเองได้ด้วยรึ?"
ฉีซ่านกล่าว "หากเป็นผู้อื่น ย่อมไม่ได้ แต่เจ้าได้พบกับข้า พอจะช่วยเจ้าในเรื่องนี้ได้"
เสิ่นถังถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก สัญชาตญาณบอกนางว่า คำพูดของฉีซ่านมีนัยยะแฝง แต่เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพียงแค่กล่าวเป็นนัยเสียงเรียบประโยคหนึ่ง "เด็กน้อยที่ถือทองคำพันตำลึงเดินอยู่ในตลาดที่จอแจ ไม่ใช่เรื่องดี"
เสิ่นถังเกร็งเส้นประสาทขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ไอ้จิตอักษรนี่มันคืออะไรกันแน่ ถึงได้ดูร้ายแรงขนาดนี้? สรุปว่าโบนัสผู้ทะลุมิตินี่อาจจะนำภัยมาถึงตัวได้สินะ
เสิ่นถังจึงกดความอยากรู้อยากเห็นที่สามารถฆ่าแมวได้ลง ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เพียงแค่ถามว่า "จิตอักษรลำดับขั้นใดก็ปลอมแปลงได้รึ?"
ฉีซ่านเองเป็นถึงจิตอักษร "ลำดับหกขั้นกลางล่าง" และจิตอักษรก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เกิดมาลำดับขั้นใดก็เป็นลำดับขั้นนั้นไป เช่นนั้นเขาก็คงไม่มีทางช่วยคนอื่นเปลี่ยนแปลงลำดับขั้นจิตอักษรที่แท้จริงได้ ก็เหลือเพียงการปลอมแปลงเท่านั้น
ในเมื่อเป็นเช่นนี้...
เสิ่นถังลองหยั่งเชิง "เช่นนั้น...ลำดับหนึ่งขั้นสูงสุด ได้หรือไม่?"
ฉีซ่านแทบจะหัวเราะออกมากับคำถามของนาง
"จิตอักษรลำดับหนึ่งขั้นสูงสุดเป็นลำดับขั้นแห่งปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นเพียงลำดับขั้นในนาม มีเพียงเจ้าผู้ครองแคว้นที่ถือตราแผ่นดินเท่านั้นจึงจะมีได้ เจ้าอยากจะหาที่ตายรึ?"
เสิ่นถังลดสายตามองตราผนึกจิตอักษรของตนเอง
"เช่นนั้นเอาแบบปลอดภัยหน่อย ปลอมเป็นลำดับเก้าขั้นล่างสุดก็แล้วกัน"
"ลำดับเก้าขั้นล่างสุด? เหอะ เจ้าก็ฉลาดดีนี่"
เมื่ออักษรจ้วนคำว่า "ลำดับเก้าขั้นล่างสุด" ปรากฏขึ้นที่ด้านข้างของตราผนึกแล้ว เสิ่นถังก็ลองเล่นกับตราผนึกโปร่งใสอันนี้ นางไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไรดี
"ของสิ่งนี้จะเก็บกลับไปอย่างไร?"
"เก็บกลับไปทำไม? นี่เป็นของที่ใช้พิสูจน์ฐานะ ต่อให้เป็นจิตอักษร 'ลำดับเก้าขั้นล่างสุด' ก็ยังดีกว่าคนธรรมดา"
ในยุคแห่งความโกลาหลที่คนรุ่นหนึ่งสามารถเปลี่ยนสัญชาติได้ถึงสองครั้งนี้ ชีวิตของคนธรรมดายังด้อยค่ากว่าเศษหญ้าเสียอีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเสิ่นถังที่เป็นนักโทษหลบหนี อักษรที่สักไว้หลังใบหูนั้นใช้วิธีพิเศษสักขึ้นมา นอกจากจะตัดหูทิ้งแล้ว ก็ยากที่จะลบเลือนไปชั่วชีวิต แต่เมื่อมีตราผนึกจิตอักษรแล้ว และใช้เครื่องประดับหูปิดบังไว้ ผู้คุมทั่วไปเมื่อเห็นก็ไม่กล้าตรวจสอบ เท่ากับว่าความปลอดภัยได้รับการรับประกันแล้ว