เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 จลาจลในโรงอาหาร

ตอนที่ 5 จลาจลในโรงอาหาร

ตอนที่ 5 จลาจลในโรงอาหาร


ตอนที่ 5 จลาจลในโรงอาหาร

สำหรับระบบ “เทพสงคราม” ที่ฝังอยู่ในหัวของเขา มันคือระบบสุดโหดที่มีประวัติอาชญากรรมชัดเจน แค่สัปดาห์ก่อน มันก็เข้าควบคุมร่างกายของเขาควบคุมสังหารเพื่อนทั้งชั้นเรียนในพริบตาอย่างเลือดเย็น จนเขาถูกส่งตัวมาขังยังเรือนจำคาร์ลแห่งนี้

เขารู้ดีว่าหากไม่ทำตาม มันคงจะเข้าควบคุมร่างกายเขาฆ่าทุกคนในโรงอาหารแน่

จะให้เสี่ยงตายแบบนั้น ไม่มีทาง

“ช่างแม่ง… ถือซะว่าตีกับเพื่อนก็แล้วกัน ถึงจะเป็นเพื่อนเป็นร้อยคนก็เถอะ…”

คิดได้แบบนั้น หลินเฟยก็วางถาดข้าวแล้วลุกขึ้นยืน

“โครม!”

เขายกโต๊ะตรงหน้าแล้วโยนใส่นักโทษหกเจ็ดคนจนล้มระเนระนาด

“ฟังให้ดี! ตั้งแต่วันนี้ไป ฉันจะเป็นคนคุมที่นี่เอง! …หูหนวกหรือไงวะ รีบเข้ามาทำความเคารพฉันเดี๋ยวนี้!”

เสียงตะโกนด่าลามไปถึงพ่อแม่ลูกเมียของนักโทษทั้งโรงอาหาร เขาเตะเก้าอี้กระเด็นไปอีกตัว

ในใจคิด “ฉันด่าเพื่อช่วยชีวิตพวกแกนะ… ที่สำคัญคือช่วยชีวิตฉันเอง…”

โรงอาหารที่เคยจอแจกลับเงียบกริบ นี่คือความเงียบก่อนพายุใหญ่จะมา

นักโทษที่โดนโต๊ะฟาดลุกขึ้น หน้าตาเต็มไปด้วยความโกรธ “ไอ้หน้าใหม่ กล้านักนะ เดี๋ยวพวกฉันจะสั่งสอนแกให้รู้จักที่ต่ำที่สูง!”

เรือนจำคาร์ลที่เต็มไปด้วยนักโทษโทษประหารและจำคุกตลอดชีวิต เมื่อมีใครมาท้าทายแบบนี้ บรรยากาศในโรงอาหารทั้งห้องก็ปะทุขึ้นทันที

หมัดและเท้าพุ่งเข้าหาหหลินเฟยเหมือนภาพสโลว์โมชั่น

เขาทำตามภาพจำลองในสายตาที่ระบบแสดงออกมา หลบให้ได้มากที่สุดแล้วสวนกลับ

เพื่อนร่วมห้องร่างอ้วนรีบถอยไปหลบข้างฝา เพราะกลัวโดนลูกหลง

ในสายตาของเขา หหลินเฟยราวสัตว์ประหลาด – หมัดเขาทุกหมัดราวกับหมัดสั่งตาย ที่นักโทษแต่ละคนโดนเข้าไปทีเดียวเป็นต้องร่วง บางคนหมดสติ บางคนน้ำลายฟูมปาก บางคนร้องโหยหวนเพราะกระดูกหัก

“สัตว์ประหลาด… ดีแล้วที่เมื่อคืนมันไม่คลั่งในห้อง ไม่งั้นต่อให้มีฉันสิบคนก็คงไม่พอให้มันซัดเล่นแน่…”

การต่อสู้เริ่มบานปลาย จากทีแรกที่เขาสู้หนึ่งต่อหลายคน ไม่นานมันก็กลายเป็นศึกตะลุมบอนทั้งโรงอาหาร

แต่เพราะเขาเป็นคนเริ่ม ทุกสายตาและความโกรธจึงมุ่งมาที่เขามากที่สุด

แม้ระบบจะปรับเวลาให้เขารู้สึกเหมือนสามต่อหนึ่ง ทำให้เห็นการเคลื่อนไหวช้าลง แต่ร่างกายเขายังไม่ชิน ความเร็วและแรงหมัดยังตามไม่ทันใจ

“ปั้ก!”

หมัดหนึ่งซัดเข้าที่หลังเอวเขา ถึงจะหลบจุดสำคัญได้ แต่ความเจ็บก็แผ่ไปทั่ว

“อึ่ก!”

อีกหมัดซัดเข้าที่หัว จนเขาเซ

แต่เพราะระบบควบคุมร่างกายอยู่ ทำให้แทนที่จะสลบ เขากลับรู้สึกตื่นตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

“สู้ตายโว้ย…”

เขาฝืนลุกต่อ หลบหมัดซ้าย เตะสวนด้วยขวา

แต่ก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าถ้าเมื่อไหร่ล้มลง เขาคงถูกเหยียบซ้ำจนตายแน่

หลินเฟยสาปแช่งระบบในหัว “ตอนฆ่าเพื่อนทั้งชั้นไม่เห็นมาบอกให้สู้ด้วยตัวเองแบบนี้…”

“ปั้ก!”

เขาเตะเข้าข้างหัวอีกคนจนล้มไปนอนกับพื้น ถึงจะไม่ถึงขั้นเตะหัวแบะ แต่ก็มากพอให้หมดสติ

เวลาผ่านไป

ร่างนักโทษที่เขาซัดจนร่วงมีเกือบยี่สิบคนแล้ว ส่วนใหญ่หมดสติ บ้างกระดูกหัก แต่ยังไม่มีใครตาย

จำนวนคนที่รุมก็เพิ่มจากหกเจ็ดคนตอนแรก เป็นเกือบยี่สิบคนแล้ว

มีบางคนเริ่มคว้าถาดอาหารปาใส่เขา “แกคิดว่าฉันจะเป็นเป้านิ่งให้แกสอยเล่นหรือไงวะ!”

หลินเฟยกัดฟัน สู้จนหมดแรง

“โครม! โครม! โครม!”

ประตูเหล็กของโรงอาหารถูกพังเปิดออก

ระเบิดควันหลายสิบลูกถูกโยนเข้ามา ก่อนที่หน่วยปราบปรามในชุดเกราะดำพร้อมหน้ากากกันแก๊สจะกรูเข้ามา

ควันเริ่มฟุ้งไปทั่วห้อง

“ในที่สุดพวกมันก็มาแล้ว…”

ภาพสุดท้ายที่หลินเฟยก่อนเขาจะหมดสติคือ

เขาชกเข้าหน้าหนึ่งในนักโทษที่พุ่งมา แล้วควันก็แสบตาจนเขาล้มลงกับพื้น

เมื่อทุกอย่างจบลง

นักโทษที่สลบถูกลากขึ้นรถขนย้ายอย่างกับซากศพ

สำหรับเรือนจำประหารแห่งนี้ การตีกันยกโรงอาหารถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครสนใจมากนัก

แต่เพราะหหลินเฟยคือคนเริ่ม

แม้ผู้คุมจะไม่เอาผิดนัก แต่เขาก็ยังถูกลงโทษ – หลังจากรักษาตัวหายแล้ว เขาจะถูกขังใน “ห้องมืด” สามวันเต็ม

จบบทที่ ตอนที่ 5 จลาจลในโรงอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว