เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ยี่สิบ ศิษย์น้องเล็ก เจ้าเป็นผู้ใดกัน?

บทที่ยี่สิบ ศิษย์น้องเล็ก เจ้าเป็นผู้ใดกัน?

บทที่ยี่สิบ ศิษย์น้องเล็ก เจ้าเป็นผู้ใดกัน?


บทที่ยี่สิบ ศิษย์น้องเล็ก เจ้าเป็นผู้ใดกัน?

"สี่รากวิญญาณ! ศิษย์พี่เย่เฟิงช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก!"

"สามวิชายุทธ์ระดับปฐพีขั้นสูงสุด! ศิษย์พี่เย่เฟิงมีปัญญาหยั่งถึงระดับน่าครั่นคร้าม!"

"เพียงหนึ่งคนต่อสู้กับสองร้อยคน! ศิษย์พี่เย่เฟิงราวกับเทพเซียนจากสวรรค์ลงมาประทานความอัปยศแก่เรา!"

"ผู้อื่นตะโกนท้าทาย แม้รู้ว่าแพ้ก็ยังกล้าสู้! แต่เมื่อศิษย์พี่เย่เฟิงตะโกนข่มขวัญ ข้ากลับต้องโห่ร้องสนับสนุนแทน!"

ขณะเดินอยู่บนถนนของลานศิษย์ฝ่ายใน เหล่าห้าอัจฉริยะและหลัวอู๋หมิงที่ได้ยินเสียงบทสนทนาจากบรรดาศิษย์รอบข้าง ต่างก็มึนงงราวกับพลาดอะไรบางอย่างไปอย่างไรอย่างนั้น

"ท่านประมุข ท่านแน่ใจหรือว่า...เย่เฟิงผู้นี้ นอกจากจะร่ำรวยและฟุ่มเฟือยแล้ว... มิได้มีสิ่งใดพิเศษเลยจริงๆ?"

เฉินฮ่าวอวี้อดรนทนไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

"ครานี้ข้ามิได้รู้จริงๆ!"

"ข้ารู้เพียงว่าเขารวย...รวยมาก แล้วก็ฟุ่มเฟือย...ฟุ่มเฟือยมาก!"

"แต่ดูท่าทางเมื่อครู่ เขาคงทำอะไรบางอย่างที่น่าตื่นตะลึงเข้าให้แล้ว พวกเราควรรีบไปดูกันเถอะ"

...

ในยามนี้ หลัวอู๋หมิงเองก็เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาอย่างมาก เขาอยากรู้เหลือเกินว่าเย่เฟิงทำอะไรลงไป ถึงได้ทำให้เหล่าศิษย์ฝ่ายในกล่าวถึงเขากันทั่ว

ส่วนห้าอัจฉริยะก็แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...ท่านประมุขยังไม่รู้แน่ชัดเลยว่าเขาเป็นผู้ใด แต่คิดจะมอบตำแหน่งศิษย์หลักให้แล้วงั้นหรือ!?

ไม่นานนัก...

เมื่อทั้งหมดมาถึงเวทีประลองที่บัดนี้กลายเป็นซากพังทลาย ตลอดทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยรอยแตกจากพลังอันมหาศาล...ทุกคนถึงกับตะลึงพรึงเพริด!

"ข้าจำได้ว่าวันนี้เป็นวันประลองระหว่างศิษย์ฝ่ายในและฝ่ายนอกมิใช่หรือ?"

"แต่ดูจากสภาพนี้... หรือว่ารอบนี้จะเปลี่ยนเป็นการตะลุมบอนหมู่ฝ่ายนอกปะทะฝ่ายในแล้ว?"

สตรีในชุดแดงที่ยืนอยู่ข้างเฉินฮ่าวอวี้กล่าวอย่างงุนงง

"ท่านประมุข!"

ในขณะนั้น ซ่งชางเหยียนรีบเดินเข้ามาพลางประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม

"มัคนายกซ่ง ที่นี่เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?"

หลัวอู๋หมิงเอ่ยถามด้วยความสงสัยเต็มเปี่ยม

"หนึ่งศึกสร้างตำนาน!"

"หนึ่งคน..ไร้พ่าย!"

"ท่านประมุข ศิษย์เย่เฟิงที่ท่านพากลับมา เพียงผู้เดียวต่อสู้กับศิษย์ระดับเดียวกันสองร้อยกว่าคนและเอาชนะได้อย่างขาดลอย!"

ขณะกล่าวถึงประโยคนั้น ใบหน้าของซ่งชางเหยียนยังฉายชัดด้วยความตื่นเต้น ยามนึกถึงวาจาที่เย่เฟิงตะโกนว่า 'คนหนุ่มสาวหากไม่อหังการ ก็เปล่าประโยชน์ที่จะเกิดมาเป็นคน!” เขาเองก็พลันรู้สึกเร่าร้อนและอยากอาละวาดขึ้นมาเช่นกัน!

???

เหล่าห้าอัจฉริยะและหลัวอู๋หมิงถึงกับตะลึง ไม่อยากเชื่อหูตนเอง เพียงหนึ่งคนต่อสู้กับศิษย์กว่าสองร้อยในระดับเดียวกัน แล้วยังเอาชนะได้...แถมชนะขาดลอย?

ซ่งชางเหยียนก็ไม่รอช้า รีบเล่ารายละเอียดทุกอย่างออกมาทั้งหมด

และในขณะนั้น หลัวอู๋หมิงก็พลันนึกถึงคำกล่าวของหลัวเฉียนเสวี่ยเมื่อครั้งก่อน...นางกล่าวว่า เย่เฟิงมีทะเลวิญญาณที่ใหญ่กว่าของนางถึงยี่สิบเท่า...ซึ่งเทียบเท่ากับคนทั่วไปสี่ร้อยเท่า!

เมื่อพิจารณาแล้ว เย่เฟิงเพียงคนเดียวก็คือเทียบเท่าศิษย์ระดับเดียวกันสี่ร้อยคนเลยทีเดียว!

คิดถึงตรงนี้ หลัวอู๋หมิงก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจลึกๆ เขาอดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้ที่ไม่เชื่อคำกล่าวของหลัวเฉียนเสวี่ย จนตลอดสองวันในระหว่างเดินทางกลับก็ยังไม่ได้ตรวจสอบทะเลวิญญาณของเย่เฟิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

ข้างๆ เหล่าห้าอัจฉริยะก็แสดงสีหน้าตกตะลึงอย่างหาที่เปรียบมิได้...หนึ่งคนจะมีพลังวิญญาณมหาศาลถึงเพียงนั้นได้อย่างไรกัน!?

ยิ่งไปกว่านั้น...

เย่เฟิงมีถึงสี่รากวิญญาณนั่นคือ ลม ไฟ น้ำ และสายฟ้า!

อีกทั้งยังเข้าใจวิชายุทธ์ระดับปฐพีขั้นสูงสุดถึงสามวิชา...พรสวรรค์เช่นนี้ ปัญญาเช่นนี้ สมควรเป็นศิษย์หลักโดยแท้!

ร่ำรวย?

ฟุ่มเฟือย?

ล้วนแต่หากเป็นเพียงภาพลวงตา!

บัดนี้ ทั้งห้าคนหันไปมองหลัวอู๋หมิงด้วยสายตาประหลาดใจอย่างยิ่ง ราวกับกำลังคิดว่า...ท่านประมุข ท่านกำลังเล่นสนุกกับพวกเราหรืออย่างไรกันแน่?

"มัคนายกซ่ง! แล้วยามนี้ศิษย์น้องเล็กของข้าอยู่ที่ใด?"

เฉินฮ่าวอวี้เริ่มร้อนรน เขาอยากพบเย่เฟิงให้ได้ในทันที!

"เขากลับไปเรือนพักแล้ว อยู่เรือนพักหมายเลขหนึ่งหนึ่งหนึ่งของลานฝ่ายในบนยอดเขาหลัก"

ซ่งชางเหยียนตอบพร้อมบอกตำแหน่งเรือนพักของเย่เฟิง

"ท่านประมุข! พวกข้าขอไปหาศิษย์น้องเล็กก่อน!"

เฉินฮ่าวอวี้กล่าวลาหลัวอู๋หมิงอย่างเร่งรีบ แล้วพาอีกสี่คนมุ่งหน้าไปยังเรือนพักทันที

"ท่านประมุข! เมื่อครู่เฉินฮ่าวอวี้เรียกเย่เฟิงว่าศิษย์น้องเล็ก...ท่านหมายจะให้เขาเป็นศิษย์หลักคนที่หกของนิกายหรือ?"

หลังจากห้าคนจากไป ซ่งชางเหยียนก็หันมาเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"มัคนายกซ่ง เจ้าอย่าได้คิดจะรายงานเรื่องนี้ต่อท่านบรรพจารย์ที่สามเชียว!"

"เขาเป็นศิษย์สายตรงของบุตรีของข้า ใครหน้าไหนก็แย่งไปมิได้!"

หลัวอู๋หมิงถึงกับเริ่มลนลาน เขาเคยคิดว่าเย่เฟิงก็แค่รวยและชอบฟุ่มเฟือย แต่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะร้ายกาจถึงเพียงนี้... ตอนนี้เรื่องนี้คงลุกลามไปถึงห้าบรรพจารย์เป็นแน่!

แต่...

"ท่านประมุข ต่อให้ข้ามิบอกกล่าว แต่อีกสี่ท่านบรรพจารย์ก็คงรู้กันหมดแล้ว อีกไม่นานพวกเขาคงไปยังเขาด้านหลังเรียบร้อย ที่เหลือก็แค่รอให้ท่านบรรพจารย์ที่สามรับรู้เท่านั้น ข้าจะบอกหรือไม่...ก็มิได้สำคัญอันใดอีกแล้ว"

ซ่งชางเหยียนหัวเราะเบาๆ พลางกล่าว

"ครานี้ยุ่งยากเสียแล้ว!"

"เขาคือศิษย์เพียงหนึ่งเดียวที่บุตรีข้ายอมรับ! ได้แต่ดูว่าเขาจะตัดสินใจเช่นไร"

หลัวอู๋หมิงถอนหายใจ เขารู้ว่าเรื่องนี้ต่อให้พยายามห้ามยังไง ห้าท่านบรรพจารย์ก็ต้องออกหน้าเป็นแน่ เหลือแค่ให้เย่เฟิงตัดสินใจเองเท่านั้น

แม้ว่าไม่ว่าเขาจะเลือกอย่างไร เย่เฟิงก็ยังคงเป็นคนของนิกายดาราสวรรค์อยู่ดี...แต่เขาก็ยังไม่อยากให้เย่เฟิงต้องอยู่ห่างจากบุตรีของเขา

“พวกท่านเป็นผู้ใดกัน?”

เย่เฟิงที่เพิ่งเอนตัวลงพักได้ไม่ทันไร เห็นประตูเรือนถูกเปิดพรวดออก ก่อนจะเห็นห้าคนเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ และที่สำคัญ...แต่ละคนยังใช้สายตาแปลกประหลาดจ้องมองเขาอยู่ด้วย!

“ศิษย์น้องเล็ก ข้าคือศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า เฉินฮ่าวอวี้!”

“ศิษย์น้องเล็ก ข้าคือศิษย์พี่หญิงรองของเจ้า เซี่ยเทียนเทียน!”

“ศิษย์น้องเล็ก ข้าคือศิษย์พี่สามของเจ้า จ้าวเทียนหมิง!”

“ศิษย์น้องเล็ก ข้าคือศิษย์พี่สี่ของเจ้า ซิงเฟ่ย!”

“ศิษย์น้องเล็ก ข้าคือศิษย์พี่หญิงห้าของเจ้า ตู้เทียนเยว่!”

???

เย่เฟิงได้ยินทั้งห้าคนแนะนำตัวก็ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก!

เขาไม่ใช่ศิษย์สายตรงคนเดียวของอาจารย์หรอกหรือ!?

ทำไมกลับมานิกายรอบเดียวถึงได้มีศิษย์พี่เพิ่มมามากขนาดนี้!?

ไม่นาน เฉินฮ่าวอวี้ก็อธิบายสถานะศิษย์หลักของนิกายให้ฟังอย่างละเอียด เย่เฟิงจึงเข้าใจว่าทั้งสองสถานะนั้นไม่ได้ขัดแย้งกัน

เขาจึงทั้งเป็นศิษย์สายตรงของหลัวเฉียนเสวี่ย และเป็นศิษย์หลักคนที่หกของนิกายดาราสวรรค์โดยสมบูรณ์ จึงมีศิษย์พี่ชาย ศิษย์พี่หญิงรวมเป็นห้าคนเพิ่มมานั่นเอง

"ระบบ ในฐานะศิษย์น้องเล็กที่เพิ่งได้พบหน้าเหล่าศิษย์พี่เป็นครั้งแรก ข้าสามารถแจกหินวิญญาณสักนิดได้หรือไม่?"

เย่เฟิงเดิมทีคิดจะพักสักสองสามวัน...แต่เมื่อลาภลอยยื่นมาถึงมือ เขาจะพลาดโอกาสฟุ่มเฟือยได้อย่างไร?

"ระบบ ข้าเห็นว่าเหล่าศิษย์พี่ของข้าล้วนเป็นยอดอัจฉริยะ ครั้งแรกที่พบหน้า ข้าให้หินวิญญาณระดับสูงสุดคนละหนึ่งแสนก้อนถือเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ได้หรือไม่?"

ยังไม่ทันรอให้ระบบตอบกลับ เย่เฟิงก็กล่าวต่อไปอีกทันที

“ติ๊ง! ปริมาณอยู่ในเกณฑ์ฟุ่มเฟือย”

สำเร็จ!

เย่เฟิงถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ เขาเพิ่งลองใช้วิธีใหม่ในการฟุ่มเฟือยด้วยการระบุจำนวนที่ชัดเจน...หากระบบตอบว่า 'อยู่ในเกณฑ์ฟุ่มเฟือย' ก็ถือว่าทำได้!

และในยามนี้เอง เขาก็ค้นพบฟังก์ชันใหม่ของระบบเข้าโดยบังเอิญ!

 

จบบทที่ บทที่ยี่สิบ ศิษย์น้องเล็ก เจ้าเป็นผู้ใดกัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว