- หน้าแรก
- มหาเทพฟุ่มเฟือยไร้พ่าย
- บทที่สิบหก วิชายุทธ์ระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด
บทที่สิบหก วิชายุทธ์ระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด
บทที่สิบหก วิชายุทธ์ระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด
บทที่สิบหก วิชายุทธ์ระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด
“มันโง่ถึงเพียงนั้นจะไปรู้แจ้งอะไรได้กันเล่า”
“พอดีข้ามีเศษเจตน์น์กระบี่หวงเฉวียนอยู่บ้าง เลยเอาให้มันใช้ไปเสียเลย”
เย่เฟิงเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ เขาเองก็ไม่รู้ว่าผู้คนในโลกนี้จะเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า "เศษเจตน์น์กระบี่หวงเฉวียน" ซึ่งเป็นสิ่งของจากระบบได้หรือไม่
“เจ้ากล่าวว่าเยี่ยงไรนะ!”
“เศษเจตน์กระบี่หวงเฉวียนงั้นรึ!”
ทว่าท่ามกลางความคาดไม่ถึงของเย่เฟิง เหล่าผู้คนที่ได้ยินคำกล่าวของเขากลับพากันอุทานเสียงดังลั่น สายตาที่มองมายังเขาพลันเปลี่ยนไปเป็นเย็นชาน่าขนลุก เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังอย่างหาที่เปรียบมิได้
“เจตน์กระบี่หวงเฉวียนนั้นเดิมทีก็เป็นหนึ่งในเจตน์กระบี่ที่แข็งแกร่งยิ่งยวด แม้แต่ในสมรภูมิมรรคาสวรรค์ก็ยังยากจะพบพาน ต้องพึ่งโชควาสนาเป็นอย่างมากถึงจะได้มันมา...แต่...แต่เจ้ากลับเอาเศษเจตน์กระบี่หวงเฉวียนอันล้ำค่าเช่นนั้นไปให้สุนัขงั้นรึ?!”
ขณะที่หลัวเฉียนเสวี่ยกล่าวเช่นนั้น ร่างของนางถึงกับสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าเย่เฟิงจะถลำลึกในหนทางแห่งความฟุ่มเฟือยถึงเพียงนี้...ถึงขั้นวิปลาสไร้ยางอาย
“สมรภูมิมรรคาสวรรค์?”
“นั่นคือสถานที่เช่นใดกัน?”
...
...
ขณะเดียวกัน เมื่อเย่เฟิงได้ยินชื่อนี้ กลับเผยแววตาใคร่รู้ขึ้นมาในทันที ชื่อเช่นนี้...ฟังดูแล้วต้องมีเรื่องสนุกแน่นอน
“มิไม่เป็นไรที่จะบอกให้เจ้ารู้ ข้าเองคิดจะให้เจ้าไปฝึกฝนในสมรภูมิมรรคาสวรรค์อยู่พอดี”
“ทวีปซวนเทียนที่พวกเรายืนอยู่ในเวลานี้ เป็นเพียงหนึ่งในหมื่นแสนพิภพเบื้องล่างเท่านั้น ผู้คนในทุกพิภพเบื้องล่างสามารถเข้าสู่สมรภูมิมรรคาสวรรค์ได้ตามระดับพลังของตนเอง ซึ่งจะถูกส่งไปยังพื้นที่ที่เสุนัขะสมในสมรภูมิ”
“มิมีใครรู้ว่าสมรภูมินั้นปรากฏขึ้นมาได้เช่นไร ทว่าภายในนั้นกลับมีทรัพยากรบ่มเพาะมากมาย โอกาสแห่งโชควาสนา มรดกสืบทอด รวมถึงสมบัตินานัปการ...แน่นอนว่า ย่อมต้องรับมือกับผู้บำเพ็ญจากพิภพเบื้องล่างอื่น และที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าคือสัตว์อสูรอันทรงพลังประจำถิ่น หากไม่ระวังให้ดีอาจถูกกลืนหายไปในสมรภูมิแห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย”
ติ๊ง! ระบบออกภารกิจสุ่ม ขอให้โฮสต์เข้าสู่สมรภูมิมรรคาสวรรค์ชั้นที่สอง ทำการสังหารสัตว์อสูรระดับขอบเขตเคลื่อนลมปราณขั้นที่เก้า(สูงสุด)จำนวนหนึ่งร้อยตัว หากทำภารกิจสำเร็จจะได้รับแต้มฟุ่มเฟือยจำนวนมาก หากล้มเหลวจะถูกหักแต้มฟุ่มเฟือยจำนวนมากเช่นกัน ท่านสามารถปฏิเสธภารกิจได้!
หลังจากหลัวเฉียนเสวี่ยกล่าวเกี่ยวกับพื้นฐานของสมรภูมิมรรคาสวรรค์จบ เสียงของระบบก็ดังขึ้นในจิตใจของเย่เฟิงทันที
ตกตะลึง!
เย่เฟิงถึงกับตาค้างไปชั่วครู่ ภารกิจสุ่มก่อนหน้านี้ยังเป็นเพียงการเข้าร่วมนิกายวิญญาณดาราเท่านั้น รางวัลเพียงแค่หนึ่งร้อยแต้มฟุ่มเฟือย แต่ครั้งนี้กลับไม่ระบุจำนวนแน่ชัด มีเพียงคำว่า “จำนวนมาก” เท่านั้น ซึ่งแสดงว่าแต้มฟุ่มเฟือยที่จะได้รับนั้นต้องมหาศาลเหนือจินตนาการแน่นอน!
อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็คือเขาจะสังหารสัตว์อสูรระดับเดียวกันจำนวนมากเช่นนั้นได้เยี่ยงไร ในเมื่อเขามีเพียงพลังวิญญาณอยู่เต็มเปี่ยม แต่กลับไม่มีแม้แต่วิชายุทธ์ให้ใช้
“เย่เฟิง ข้าขอถามเจ้าเสียหน่อย...เจ้ามอบเศษเจตน์กระบี่หวงเฉวียนให้เจ้าสุนัขนั่นไปทั้งหมดกี่ชิ้น?”
ในเวลานั้น หลัวอู๋หมิงก็อดถามออกมาไม่ได้ นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเจตน์กระบี่หวงเฉวียนของเจ้าสุนัขตัวน้อยนั้นแข็งแกร่งเกินคาด เกือบแตะระดับสูงสุดของเจตน์กระบี่แล้ว อีกไม่ช้าคงจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหัวใจกระบี่
ต้องรู้ว่าแม้แต่อดีตบรรพชนของนิกายดาราสวรรค์เองที่บำเพ็ญเซียนมาเป็นร้อยปี พกพาโชควาสนาและโอกาสสั่งสมมานับไม่ถ้วนก็เพิ่งเข้าใจ 'หัวใจกระบี่เทียนฮั่น“เท่านั้น ซึ่งยังเทียบไม่ได้แม้แต่น้อยกับ”หัวใจกระบี่หวงเฉวียน” ที่ทรงพลังเหนือกว่าอย่างมหาศาล!
“หมื่นชิ้น...กระมั้ง”
เย่เฟิงเมื่อได้ยินคำถามของหลัวอู๋หมิง ก็เลิกครุ่นคิดเรื่องวิชายุทธ์ไปก่อน อย่างไรเสียภารกิจก็ไม่มีเวลากำหนดอยู่แล้ว จากนั้นเขาก็หันไปตอบเสียงเรียบ
บูม!
เมื่อได้ยินคำตอบของเย่เฟิง ผู้คนรอบกายทั้งสี่ก็ไม่อาจระงับโทสะในใจไว้ได้อีกต่อไป พลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมา กวาดล้างดอกไม้ต้นหญ้าแถบนั้นอย่างบ้าคลั่ง
เศษเจตน์กระบี่หวงเฉวียนนับหมื่นชิ้น!
หมื่นชิ้นเชียวนะ! ต่อให้พวกเขาเองก็ยังแอบอิจฉา อยากได้มาไว้ครอบครอง แล้วเจ้ากลับเอาทั้งหมดนี้ให้ 'สุนัข' ตัวหนึ่งงั้นหรือ?!
ฟุ่มเฟือย! ฟุ่มเฟือย! บ้าจนกู่ไม่กลับแล้ว!
พวกเขารู้ว่าเย่เฟิงเป็นคนฟุ่มเฟือย แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะฟุ่มเฟือยได้อย่างวิปริตถึงเพียงนี้!
“โชคดีแล้วที่ข้ามิได้ไปขอให้พวกเขาช่วย มิเช่นนั้นต้องเกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่”
เย่เฟิงลอบถอนหายใจโล่งอก มองเหล่าคนที่กำลังเดือดดาลคลุ้มคลั่งด้วยความรู้สึกยินดี เขาตัดสินใจถูกต้องที่ลงมือฟุ่มเฟือยด้วยตนเองล้วนๆ โดยไม่ไปพึ่งคนเหล่านี้
“ท่านบิดา รีบพาเขาไปเสียเถิด ข้าต้องสงบจิตใจก่อน มิฉะนั้นข้าเกรงว่าตัวเองจะเผลอตบเจ้าลูกศิษย์ที่เอาแต่ฟุ่มเฟือยนี่ให้ตายคาที่”
หลัวเฉียนเสวี่ยสูดลมหายใจลึก พยายามระงับอารมณ์ให้สงบ เร่งเร้าให้หลัวอู๋หมิงพาเย่เฟิงออกไปโดยเร็วพลัน
“เมื่อฝึกฝนเสร็จ ข้าจะรีบส่งเขากลับมา ข้าเองก็กลัวว่าตัวเองจะทนมิไหวเช่นกัน...”
กล่าวจบ หลัวอู๋หมิงก็เรียกกระบี่บินออกมา นำเอาเย่เฟิงที่ยังคงงุนงงอยู่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ไม่กี่อึดใจก็ลับหายไปจากสายตาของคนทั้งสาม
“ท่านอาจารย์ปู่ เราจะไปที่ใดหรือขอรับ?” เย่เฟิงเอ่ยถามด้วยความฉงน
“นิกายวิญญาณดารา เป็นเพียงนิกายที่ข้าก่อตั้งขึ้นให้เฉียนเสวี่ยไว้ฝึกจิตใจของนางเท่านั้น นิกายที่แท้จริงของเจ้าคือนิกายดาราสวรรค์”
“ตอนนี้เราจะมุ่งหน้าไปนิกายดาราสวรรค์ พอถึงที่นั่น เจ้าจะได้ออกเดินทางสู่สมรภูมิมรรคาสวรรค์พร้อมกับศิษย์พี่น้องคนอื่นๆ เจ้าจะได้มีคนช่วยดูแลกัน”
หลัวอู๋หมิงกล่าวพลางควบกระบี่บินอย่างสบายๆ
“ท่านอาจารย์ปู่ นิกายดาราสวรรค์ของพวกเราแข็งแกร่งเพียงใดหรือขอรับ?”
“ท่านอาจารย์ปู่ ท่านอยู่ขอบเขตใดกันหรือขอรับ แล้วทำไมนิกายของพวกเราถึงไม่มีแม้แต่สัตว์อสูรไว้ใช้เดินทางขอรับ?”
“ท่านอาจารย์ปู่ หรือนิกายของพวกเราจะยากจนเกินไปขอรับ ท่านอยากให้ข้าสนับสนุนหรือไม่ขอรับ?”
“ท่านอาจารย์ปู่ ศิษย์พี่ของข้าจะอดตายหรือไม่ขอรับ?”
ฟังคำกล่าวไม่หยุดปากของเย่เฟิง หลัวอู๋หมิงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ระเบิดเสียงตะโกนก้องฟ้าว่า
“พอ! หุบปากบัดเดี๋ยวนี้! นิกายของพวกเราร่ำรวยและแข็งแกร่งมาก!”
เมื่อราตรีมาเยือน
หลัวอู๋หมิงพาเย่เฟิงแวะพักค้างคืนในเมืองแห่งหนึ่งใกล้ทางผ่าน เตรียมเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น
นอนอยู่บนเตียงในห้องพักรับรอง เย่เฟิงพึมพำกับตัวเอง “มิรู้ว่าพรุ่งนี้ระบบจะให้ฟุ่มเฟือยอะไรอีก...กว่าจะหาแต้มครบหนึ่งพันได้มันช่างยากเย็นเหลือเกิน”
คิดไปคิดมา เย่เฟิงก็ค่อยๆ หลับไปอย่างไม่รู้ตัว
รุ่งเช้าวันถัดมา
เย่เฟิงลืมตาตื่นขึ้น รีบเปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวของตนเองในทันที
ชื่อ: เย่เฟิง
อายุ: สิบแปด
ระดับพลัง: ขอบเขตเคลื่อนลมปราณขั้นที่เก้าสูงสุด
ร่างกาย: ร่างกายมนุษย์
วิชายุทธ์: ไม่มี
พลังเวทย์มนต์: ไม่มี
ไอเท็ม: ไม่มี
แต้มฟุ่มเฟือย: สามพันห้าร้อยสิบ
สินค้าฟุ่มเฟือยของวันนี้: หินวิญญาณระดับสูงสุดหนึ่งแสนก้อน
“วันนี้ต้องฟุ่มเฟือยหินวิญญาณระดับสูงสุดสินะ โชคดีที่แค่หนึ่งแสนก้อน มิน่าจะลำบากมากนัก”
เมื่อเห็นสินค้าฟุ่มเฟือยของวันนี้ เย่เฟิงก็เริ่มคิดแผนในใจแล้วว่าจะฟุ่มเฟือยเช่นไรดี แน่นอนว่าใช้วิธี 'เรียบง่าย รุนแรง และฟุ่มเฟือยที่สุด'
“ระบบ ซื้อโถวิชายุทธ์ กำหนดเฉพาะวิชายุทธ์ระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด เปิดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้!”
ในทวีปซวนเทียน ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์วิชาบ่มเพาะหรือวิชายุทธ์ ล้วนแบ่งออกเป็นระดับสวรรค์ ระดับปฐพี และระดับมนุษย์ และแต่ละระดับยังแบ่งออกเป็นขั้นต่ำ ขั้นกลาง และขั้นสูงสุด
จากคำอธิบายของโถวิชายุทธ์ โอกาสได้ระดับมนุษย์ขั้นต่ำคือเก้าในสิบ ขั้นกลางคือแปดในสิบ และขั้นสูงสุดคือเจ็ดในสิบเทียบเท่ากับการกำหนดเฉพาะสมุนไพรระดับสาม
"ติ๊ง! ใช้แต้มฟุ่มเฟือยหนึ่งร้อยแต้ม ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับวิชายุทธ์ระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด หมัดมังกรเพลิง!
ทันใดนั้นเอง ข้อมูลของวิชายุทธ์หมัดมังกรเพลิงก็หลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเย่เฟิงราวกับสายน้ำ...