- หน้าแรก
- มหาเทพฟุ่มเฟือยไร้พ่าย
- บทที่สิบสอง เจ้าหน้าโง่...หลัวเฉียนเสวี่ย?
บทที่สิบสอง เจ้าหน้าโง่...หลัวเฉียนเสวี่ย?
บทที่สิบสอง เจ้าหน้าโง่...หลัวเฉียนเสวี่ย?
บทที่สิบสอง เจ้าหน้าโง่...หลัวเฉียนเสวี่ย?
“ไม่นึกเลยว่า...โอสถชิงเซวียนเก้าลวดลายจะอร่อยถึงเพียงนี้!”
“แม้พลังโอสถจะไม่ส่งผลใดๆ กับข้าแล้วก็ตาม...แต่การได้ลิ้มรสชาติของมัน กลับเป็นความสุขอย่างหนึ่งโดยแท้”
ไป๋เทียนฮงกินไปยิ้มไป ยิ่งกินก็ยิ่งเพลิน เมื่อก่อนเขาเคยได้ลิ้มรสโอสถชิงเซวียนระดับเก้าเพียงแค่ห้าลวดลายเท่านั้น และถึงจะกินได้แค่เม็ดเดียวก็แทบจะทำให้ทรัพย์สินส่วนตัวหายไปถึงหนึ่งในสิบ แม้พลังโอสถจะส่งผลช่วยเหลืออยู่บ้าง แต่มันก็เทียบไม่ได้กับโอสถที่อยู่ตรงหน้าเลย...แม้จะเป็นแค่ระดับสาม แต่เรื่องรสชาติกินขาดทุกอย่าง!
แต่...กินไปกินมา ไป๋เทียนฮงกลับน้ำตาไหลออกมาเสียได้!
ทำเอาเย่เฟิงกับเซี่ยเทียนอวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับตาค้าง... นี่การกินโอสถสามารถทำให้ร้องไห้ออกมาได้เชียวหรือ?
“หากข้าได้กินโอสถชิงเซวียนพวกนี้ตั้งแต่ยังเโอสถว์วัย ป่านนี้เกรงว่า...ข้าคงจะผ่านภัยพิบัติขั้นที่เก้าและบินสู่พิภพเบื้องบนไปเรียบร้อยแล้ว คงไม่ใช่ดั่งเช่นทุกวันนี้ ที่แม้แต่เงาของความหวังก็ยังมองไม่เห็น...”
เมื่อได้ฟังคำกล่าวนี้เข้า เซี่ยเทียนอวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เงียบลงเช่นกัน...
พวกเขาทั้งสองล้วนอยู่ในขอบเขตภัยพิบัติขั้นที่สามและแม้จะมีคุณสมบัติพอจะฝ่าด่านเข้าสู่ขั้นที่สี่แล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเสี่ยง เพราะพวกเขาไม่มั่นใจว่าจะทนทัณฑ์สวรรค์ในขอบเขตภัยพิบัติขั้นที่สี่ได้ หากพลาดพลั้ง...ก็มีเพียงหนทางแห่งความตายเท่านั้นที่รออยู่!
“ท่านผู้เฒ่า ข้าไม่ทราบว่าจะขอรบกวนท่านช่วยอีกแรงได้หรือไม่?”
“แน่นอนว่าข้าย่อมไม่มีทางให้ท่านทำไปโดยเปล่าประโยชน์ ข้าจะจ่ายค่าจ้างด้วยหินวิญญาณระดับสูงสุดหนึ่งแสนก้อน ท่านว่าอย่างไร?”
เย่เฟิงเห็นว่าผู้เฒ่าไป๋เพียงผู้เดียวกินช้าเกินไปจึงหันไปมองเซี่ยเทียนอวี่แล้วเปิดปากชักชวน พร้อมกับวางแหวนมิติที่บรรจุหินวิญญาณลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยโอสถชิงเซวียนทันที
???
...
กินโอสถชิงเซวียนเก้าลวดลายพวกนี้แล้วยังได้เงินค่าจ้างอีกเป็นหินวิญญาณระดับสูงสุดหนึ่งแสนก้อน?
เซี่ยเทียนอวี่แทบไม่อโอสถกเชื่อหูตัวเองยิ่งนัก! ที่สำคัญ...เขายังไม่ใช่คนของนิกายวิญญาณดาราแท้ๆ แต่เรื่องดีๆ เช่นนี้ กลับมาตกถึงตัวเขาได้ด้วยงั้นหรือ?
ไม่กี่อึดใจถัดมา
ไป๋เทียนฮงและเซี่ยเทียนอวี่ก็นั่งเคียงกันอยู่ที่โต๊ะกินโอสถชิงเซวียนกันอย่างเมามัน แต่แม้กระนั้น เย่เฟิงกลับยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่เล็กน้อย...เพราะอย่างไรเสีย ความเร็วในการกินก็ยังไม่ทันใจอยู่ดี
ในขณะนั้น เขาก็เริ่มคิดถึงอาจารย์กับศิษย์น้องเล้งอู๋เฟิงขึ้นมาในทันที...ถ้าทั้งสองมาเสริมทัพด้วยอีกแรง ความเร็วในการกินโอสถต้องทะลุขีดจำกัดแน่นอน!
“เย่เฟิง เจ้าเป็นคนส่งโอสถชิงเซวียนสองเม็ดที่ถูกประมูลไปในโรงประมูลนั่นหรือเปล่า?”
ไป๋เทียนฮงที่เคี้ยวโอสถไปสิบกว่านาทีจนกรามล้าแล้ว จึงถามขึ้นขณะชะลอความเร็วลง
“อืม”
“เม็ดนั้นก็ของข้าเช่นกัน โอสถง่อยๆนี้ แค่เม็ดเดียวก็ประมูลกันไปตั้งหลายแสนหินวิญญาณระดับต่ำ ข้าเลยอยากดูว่าคนโง่หน้าไหนมันจะหลงซื้อไป” เย่เฟิงตอบอย่างสบาย ๆ
...ร้องไห้แล้ว!
เซี่ยเทียนอวี่ที่กำลังเคี้ยวโอสถอยู่ถึงกับน้ำตาไหล—นี่มันจะเรียกโอสถง่อยๆได้ยังไงกัน!?
อย่าว่าแต่ราคาหลายแสนเลย ต่อให้แพงกว่านั้นเป็นล้าน เขาก็ยังจะซื้อ! และเมื่อครู่...เขายังคิดที่จะไปหาปรมาจารย์ปรุงโอสถเพื่อขอซื้อเพิ่มโดยตรงด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่า...ที่อีกฝ่ายเอาโอสถไปประมูลก็แค่เพื่อดูว่า “เจ้าหน้าโง่” คนไหนจะยอมจ่ายแพง!
หน้าร้านอาหาร
“ชั้นสองฝั่งตะวันออก ห้องที่สาม...ผู้เฒ่าไป๋กับศิษย์พี่ของเจ้าอยู่ที่นั่น”
หลัวเฉียนเสวี่ยใช้จิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ตามหาที่อยู่ของสองคนนั้น ก่อนจะพาเล้งอู๋เฟิงเดินเข้าไปในร้านด้วยใบหน้าตื่นเต้น
“ศิษย์พี่ใหญ่! ท่านคงนึกมิถึงเป็นแน่ว่า...ท่านอาจารย์ลงทุนเงินมหาศาลเพื่อซื้อสิ่งของดีๆ มาให้พวกเรา!”
เล้งอู๋เฟิงถือกล่องไม้ที่บรรจุเม็ดโอสถเดินถีบประตูเข้าไปพร้อมเสียงตะโกนด้วยความตื่นเต้น
หลัวเฉียนเสวี่ยก็ตามเข้าไปติดๆ แม้สีหน้าเย็นชา แต่ในแววตากลับมีแววขบขัน... นางอยากเห็นปฏิกิริยาของเย่เฟิงเมื่อรู้ว่านางเป็นคนที่ประมูลโอสถนั่นมาให้เขา
มีเงินแล้วอย่างไร?
โอสถนี้ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ ถ้านางไม่บังเอิญเจอ...ก็ไม่มีทางได้มัน!
แต่เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปในห้อง กลับเห็นภาพตรงหน้าที่ทำเอาอึ้งจนกล่าวไม่ออก...
โต๊ะทั้งตัวเต็มไปด้วยโอสถชิงเซวียนเก้าลวดลาย
ผู้เฒ่าสองคนกำลังกินมันราวกับกินถั่วลิสงคั่ว ในขณะที่เย่เฟิงยืนยิ้มหน้าบานอยู่ด้านข้าง!
กล่องบรรจุโอสถในมือของเล้งอู๋เฟิงตกลงพื้นเสียงดังตุบโดยไม่รู้ตัว...
เจ้าหน้าโง่...งั้นเหรอ?
ไป๋เทียนฮงและเซี่ยเทียนอวี่ที่ได้ยินคำกล่าวของเล้งอู๋เฟิงก็พากันมองไปที่หลัวเฉียนเสวี่ยด้วยแววตาเหลือเชื่อ
ใครจะไปคิดว่า 'เจ้าหน้าโง่' ที่เย่เฟิงกล่าวถึงจะเป็นถึง 'หลัวเฉียนเสวี่ย'!
หลายอึดใจถัดมา...
เมื่อหลัวเฉียนเสวี่ยรู้เรื่องทั้งหมดเข้า นางก็ถึงกับหน้าแดงซ่านจนเกือบเป็นลม!
โอสถง่อยๆ ที่ศิษย์ของตนเองเอาไปประมูลเล่นๆ...
แต่นางกลับไปประมูลแย่งกับคนอื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย!
นางยังเคยคิดว่าการได้ครอบครองโอสถจะถือเป็นชัยชนะ แต่ใครจะคิดว่า...นางจะกลายเป็น 'เจ้าหน้าโง่’ ในสายตาเย่เฟิงเสียเอง!
“ศิษย์พี่ใหญ่...งะ...งั้นข้ากินโอสถเหล่านี้ด้วยได้หรือไม่?” เล้งอู๋เฟิงที่รู้ความจริงแล้วก็จ้องไปที่เม็ดโอสถบนโต๊ะด้วยสายตาลุกวาว เขารู้ว่า ถ้าได้กินเพิ่มอีกสักหน่อย เขาอาจจะมีพลังขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้!
“แน่นอน! กินได้ตามสบาย อยากกินเท่าใดก็เชิญกินให้เต็มที่!”
เย่เฟิงหัวเราะลั่นทันที เขากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะกำจัดโอสถเหล่านี้ยังไงให้เร็วขึ้น!
“ศิษย์พี่ใหญ่! ท่านสุดยอดมาก!”
เล้งอู๋เฟิงตะโกนลั่นด้วยความดีใจ แล้วรีบพุ่งเข้าไปที่โต๊ะทันที แต่เพราะตื่นเต้นเกินไป โต๊ะจึงสั่นเล็กน้อยทำให้เม็ดโอสถชิงเซวียนสิบกว่าเม็ดกลิ้งหล่นลงพื้น...
“แย่แล้ว!”
เขารีบมองไปยังเจ้าสุนัขตัวน้อยที่นอนอยู่ เม็ดโอสถระดับนี้มีแรงดึงดูดต่อสัตว์อสูรสูงมาก หากมันกินเข้าไป เขาอาจร้องไห้จนเลือดออกปาก!
แต่เรื่องที่ทำให้เขาตกตะลึงก็คือ...
สองเม็ดที่กลิ้งไปอยู่ตรงหน้าเจ้าสุนัข มันกลับใช้ขาหน้าผลักโอสถออกไปด้วยท่าทางรังเกียจ!
“ท่านประมุขหลัว ข้ารับเงินเขามา แม้มิควรกล่าวสิ่งใดนัก แต่ท่านก็เป็นถึงอาจารย์ของเขา...ท่านควรสั่งสอนเขาให้ดีบ้างเถอะ!”
“โอสถชิงเซวียนเก้าลวดลาย! เขาเอาให้สุนัขกินไปแล้วสองพันกว่าเม็ด! บัดซบ นี่มันบัดซบสุดๆ!”
เล้งอู๋เฟิงที่เพิ่งเก็บเม็ดโอสถขึ้นมา มือของเขาก็สั่นไปหมด สีหน้าแทบจะอยากร้องไห้ เมื่อครู่เขายังคิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้กินเม็ดโอสถแค่เม็ดเดียว แต่ตอนนี้กลับพบว่า...เขายังไม่ดีเท่ากับสุนัขตัวหนึ่ง!
หลัวเฉียนเสวี่ยที่ได้ยินว่าเม็ดโอสถชิงเซวียนถูกเอาไปให้สุนัขกินไปกว่าสองพันเม็ด ใบหน้าก็แทบกระตุกจนควบคุมไม่ได้!
เพราะจากที่เล้งอู๋เฟิงเคยบอก...ไม่ว่าเม็ดโอสถชิงเซวียนระดับใด สูงสุดที่เคยพบเห็นมีเพียงแปดลวดลายเท่านั้น แต่โอสถในห้องนี้กลับเป็นถึงเก้าลวดลาย!
ครึ่งชั่วยามถัดมา...
เย่เฟิงมองดูไป๋เทียนฮง เซี่ยเทียนอวี่ และเล้งอู๋เฟิงที่นอนพุงป่องหมดแรงอยู่บนเก้าอี้ แต่เม็ดโอสถยังเหลืออีกกว่าสองพันเม็ด เขาจึงหันไปมองหลัวเฉียนเสวี่ยที่ยังไม่ลงมือเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าอย่าได้หวังให้ข้ากินเลย”
“แต่...ข้ายินดีจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อเม็ดโอสถเหล่านี้แทน” หลัวเฉียนเสวี่ยกล่าวด้วยใบหน้าราบเรียบ
นางมีจุดมุ่งหมายของตนเองอยู่
...เม็ดโอสถชิงเซวียนกว่าสองพันเม็ด หากนำกลับไปให้นิกายของบิดาในโลกนี้ได้ล่ะก็...คงจะสามารถปั้นอัจฉริยะรุ่นใหม่ขึ้นมาได้เป็นโขยง!