เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่สิบสอง เจ้าหน้าโง่...หลัวเฉียนเสวี่ย?

บทที่สิบสอง เจ้าหน้าโง่...หลัวเฉียนเสวี่ย?

บทที่สิบสอง เจ้าหน้าโง่...หลัวเฉียนเสวี่ย?


บทที่สิบสอง เจ้าหน้าโง่...หลัวเฉียนเสวี่ย?

“ไม่นึกเลยว่า...โอสถชิงเซวียนเก้าลวดลายจะอร่อยถึงเพียงนี้!”

“แม้พลังโอสถจะไม่ส่งผลใดๆ กับข้าแล้วก็ตาม...แต่การได้ลิ้มรสชาติของมัน กลับเป็นความสุขอย่างหนึ่งโดยแท้”

ไป๋เทียนฮงกินไปยิ้มไป ยิ่งกินก็ยิ่งเพลิน เมื่อก่อนเขาเคยได้ลิ้มรสโอสถชิงเซวียนระดับเก้าเพียงแค่ห้าลวดลายเท่านั้น และถึงจะกินได้แค่เม็ดเดียวก็แทบจะทำให้ทรัพย์สินส่วนตัวหายไปถึงหนึ่งในสิบ แม้พลังโอสถจะส่งผลช่วยเหลืออยู่บ้าง แต่มันก็เทียบไม่ได้กับโอสถที่อยู่ตรงหน้าเลย...แม้จะเป็นแค่ระดับสาม แต่เรื่องรสชาติกินขาดทุกอย่าง!

แต่...กินไปกินมา ไป๋เทียนฮงกลับน้ำตาไหลออกมาเสียได้!

ทำเอาเย่เฟิงกับเซี่ยเทียนอวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับตาค้าง... นี่การกินโอสถสามารถทำให้ร้องไห้ออกมาได้เชียวหรือ?

“หากข้าได้กินโอสถชิงเซวียนพวกนี้ตั้งแต่ยังเโอสถว์วัย ป่านนี้เกรงว่า...ข้าคงจะผ่านภัยพิบัติขั้นที่เก้าและบินสู่พิภพเบื้องบนไปเรียบร้อยแล้ว คงไม่ใช่ดั่งเช่นทุกวันนี้ ที่แม้แต่เงาของความหวังก็ยังมองไม่เห็น...”

เมื่อได้ฟังคำกล่าวนี้เข้า เซี่ยเทียนอวี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เงียบลงเช่นกัน...

พวกเขาทั้งสองล้วนอยู่ในขอบเขตภัยพิบัติขั้นที่สามและแม้จะมีคุณสมบัติพอจะฝ่าด่านเข้าสู่ขั้นที่สี่แล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเสี่ยง เพราะพวกเขาไม่มั่นใจว่าจะทนทัณฑ์สวรรค์ในขอบเขตภัยพิบัติขั้นที่สี่ได้ หากพลาดพลั้ง...ก็มีเพียงหนทางแห่งความตายเท่านั้นที่รออยู่!

“ท่านผู้เฒ่า ข้าไม่ทราบว่าจะขอรบกวนท่านช่วยอีกแรงได้หรือไม่?”

“แน่นอนว่าข้าย่อมไม่มีทางให้ท่านทำไปโดยเปล่าประโยชน์ ข้าจะจ่ายค่าจ้างด้วยหินวิญญาณระดับสูงสุดหนึ่งแสนก้อน ท่านว่าอย่างไร?”

เย่เฟิงเห็นว่าผู้เฒ่าไป๋เพียงผู้เดียวกินช้าเกินไปจึงหันไปมองเซี่ยเทียนอวี่แล้วเปิดปากชักชวน พร้อมกับวางแหวนมิติที่บรรจุหินวิญญาณลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยโอสถชิงเซวียนทันที

???

...

กินโอสถชิงเซวียนเก้าลวดลายพวกนี้แล้วยังได้เงินค่าจ้างอีกเป็นหินวิญญาณระดับสูงสุดหนึ่งแสนก้อน?

เซี่ยเทียนอวี่แทบไม่อโอสถกเชื่อหูตัวเองยิ่งนัก! ที่สำคัญ...เขายังไม่ใช่คนของนิกายวิญญาณดาราแท้ๆ แต่เรื่องดีๆ เช่นนี้ กลับมาตกถึงตัวเขาได้ด้วยงั้นหรือ?

ไม่กี่อึดใจถัดมา

ไป๋เทียนฮงและเซี่ยเทียนอวี่ก็นั่งเคียงกันอยู่ที่โต๊ะกินโอสถชิงเซวียนกันอย่างเมามัน แต่แม้กระนั้น เย่เฟิงกลับยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่เล็กน้อย...เพราะอย่างไรเสีย ความเร็วในการกินก็ยังไม่ทันใจอยู่ดี

ในขณะนั้น เขาก็เริ่มคิดถึงอาจารย์กับศิษย์น้องเล้งอู๋เฟิงขึ้นมาในทันที...ถ้าทั้งสองมาเสริมทัพด้วยอีกแรง ความเร็วในการกินโอสถต้องทะลุขีดจำกัดแน่นอน!

“เย่เฟิง เจ้าเป็นคนส่งโอสถชิงเซวียนสองเม็ดที่ถูกประมูลไปในโรงประมูลนั่นหรือเปล่า?”

ไป๋เทียนฮงที่เคี้ยวโอสถไปสิบกว่านาทีจนกรามล้าแล้ว จึงถามขึ้นขณะชะลอความเร็วลง

“อืม”

“เม็ดนั้นก็ของข้าเช่นกัน โอสถง่อยๆนี้ แค่เม็ดเดียวก็ประมูลกันไปตั้งหลายแสนหินวิญญาณระดับต่ำ ข้าเลยอยากดูว่าคนโง่หน้าไหนมันจะหลงซื้อไป” เย่เฟิงตอบอย่างสบาย ๆ

...ร้องไห้แล้ว!

เซี่ยเทียนอวี่ที่กำลังเคี้ยวโอสถอยู่ถึงกับน้ำตาไหล—นี่มันจะเรียกโอสถง่อยๆได้ยังไงกัน!?

อย่าว่าแต่ราคาหลายแสนเลย ต่อให้แพงกว่านั้นเป็นล้าน เขาก็ยังจะซื้อ! และเมื่อครู่...เขายังคิดที่จะไปหาปรมาจารย์ปรุงโอสถเพื่อขอซื้อเพิ่มโดยตรงด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่า...ที่อีกฝ่ายเอาโอสถไปประมูลก็แค่เพื่อดูว่า “เจ้าหน้าโง่” คนไหนจะยอมจ่ายแพง!

หน้าร้านอาหาร

“ชั้นสองฝั่งตะวันออก ห้องที่สาม...ผู้เฒ่าไป๋กับศิษย์พี่ของเจ้าอยู่ที่นั่น”

หลัวเฉียนเสวี่ยใช้จิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ตามหาที่อยู่ของสองคนนั้น ก่อนจะพาเล้งอู๋เฟิงเดินเข้าไปในร้านด้วยใบหน้าตื่นเต้น

“ศิษย์พี่ใหญ่! ท่านคงนึกมิถึงเป็นแน่ว่า...ท่านอาจารย์ลงทุนเงินมหาศาลเพื่อซื้อสิ่งของดีๆ มาให้พวกเรา!”

เล้งอู๋เฟิงถือกล่องไม้ที่บรรจุเม็ดโอสถเดินถีบประตูเข้าไปพร้อมเสียงตะโกนด้วยความตื่นเต้น

หลัวเฉียนเสวี่ยก็ตามเข้าไปติดๆ แม้สีหน้าเย็นชา แต่ในแววตากลับมีแววขบขัน... นางอยากเห็นปฏิกิริยาของเย่เฟิงเมื่อรู้ว่านางเป็นคนที่ประมูลโอสถนั่นมาให้เขา

มีเงินแล้วอย่างไร?

โอสถนี้ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ ถ้านางไม่บังเอิญเจอ...ก็ไม่มีทางได้มัน!

แต่เมื่อทั้งสองก้าวเข้าไปในห้อง กลับเห็นภาพตรงหน้าที่ทำเอาอึ้งจนกล่าวไม่ออก...

โต๊ะทั้งตัวเต็มไปด้วยโอสถชิงเซวียนเก้าลวดลาย

ผู้เฒ่าสองคนกำลังกินมันราวกับกินถั่วลิสงคั่ว ในขณะที่เย่เฟิงยืนยิ้มหน้าบานอยู่ด้านข้าง!

กล่องบรรจุโอสถในมือของเล้งอู๋เฟิงตกลงพื้นเสียงดังตุบโดยไม่รู้ตัว...

เจ้าหน้าโง่...งั้นเหรอ?

ไป๋เทียนฮงและเซี่ยเทียนอวี่ที่ได้ยินคำกล่าวของเล้งอู๋เฟิงก็พากันมองไปที่หลัวเฉียนเสวี่ยด้วยแววตาเหลือเชื่อ

ใครจะไปคิดว่า 'เจ้าหน้าโง่' ที่เย่เฟิงกล่าวถึงจะเป็นถึง 'หลัวเฉียนเสวี่ย'!

หลายอึดใจถัดมา...

เมื่อหลัวเฉียนเสวี่ยรู้เรื่องทั้งหมดเข้า นางก็ถึงกับหน้าแดงซ่านจนเกือบเป็นลม!

โอสถง่อยๆ ที่ศิษย์ของตนเองเอาไปประมูลเล่นๆ...

แต่นางกลับไปประมูลแย่งกับคนอื่นอย่างเอาเป็นเอาตาย!

นางยังเคยคิดว่าการได้ครอบครองโอสถจะถือเป็นชัยชนะ แต่ใครจะคิดว่า...นางจะกลายเป็น 'เจ้าหน้าโง่’ ในสายตาเย่เฟิงเสียเอง!

“ศิษย์พี่ใหญ่...งะ...งั้นข้ากินโอสถเหล่านี้ด้วยได้หรือไม่?” เล้งอู๋เฟิงที่รู้ความจริงแล้วก็จ้องไปที่เม็ดโอสถบนโต๊ะด้วยสายตาลุกวาว เขารู้ว่า ถ้าได้กินเพิ่มอีกสักหน่อย เขาอาจจะมีพลังขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้!

“แน่นอน! กินได้ตามสบาย อยากกินเท่าใดก็เชิญกินให้เต็มที่!”

เย่เฟิงหัวเราะลั่นทันที เขากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะกำจัดโอสถเหล่านี้ยังไงให้เร็วขึ้น!

“ศิษย์พี่ใหญ่! ท่านสุดยอดมาก!”

เล้งอู๋เฟิงตะโกนลั่นด้วยความดีใจ แล้วรีบพุ่งเข้าไปที่โต๊ะทันที แต่เพราะตื่นเต้นเกินไป โต๊ะจึงสั่นเล็กน้อยทำให้เม็ดโอสถชิงเซวียนสิบกว่าเม็ดกลิ้งหล่นลงพื้น...

“แย่แล้ว!”

เขารีบมองไปยังเจ้าสุนัขตัวน้อยที่นอนอยู่ เม็ดโอสถระดับนี้มีแรงดึงดูดต่อสัตว์อสูรสูงมาก หากมันกินเข้าไป เขาอาจร้องไห้จนเลือดออกปาก!

แต่เรื่องที่ทำให้เขาตกตะลึงก็คือ...

สองเม็ดที่กลิ้งไปอยู่ตรงหน้าเจ้าสุนัข มันกลับใช้ขาหน้าผลักโอสถออกไปด้วยท่าทางรังเกียจ!

“ท่านประมุขหลัว ข้ารับเงินเขามา แม้มิควรกล่าวสิ่งใดนัก แต่ท่านก็เป็นถึงอาจารย์ของเขา...ท่านควรสั่งสอนเขาให้ดีบ้างเถอะ!”

“โอสถชิงเซวียนเก้าลวดลาย! เขาเอาให้สุนัขกินไปแล้วสองพันกว่าเม็ด! บัดซบ นี่มันบัดซบสุดๆ!”

เล้งอู๋เฟิงที่เพิ่งเก็บเม็ดโอสถขึ้นมา มือของเขาก็สั่นไปหมด สีหน้าแทบจะอยากร้องไห้ เมื่อครู่เขายังคิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้กินเม็ดโอสถแค่เม็ดเดียว แต่ตอนนี้กลับพบว่า...เขายังไม่ดีเท่ากับสุนัขตัวหนึ่ง!

หลัวเฉียนเสวี่ยที่ได้ยินว่าเม็ดโอสถชิงเซวียนถูกเอาไปให้สุนัขกินไปกว่าสองพันเม็ด ใบหน้าก็แทบกระตุกจนควบคุมไม่ได้!

เพราะจากที่เล้งอู๋เฟิงเคยบอก...ไม่ว่าเม็ดโอสถชิงเซวียนระดับใด สูงสุดที่เคยพบเห็นมีเพียงแปดลวดลายเท่านั้น แต่โอสถในห้องนี้กลับเป็นถึงเก้าลวดลาย!

ครึ่งชั่วยามถัดมา...

เย่เฟิงมองดูไป๋เทียนฮง เซี่ยเทียนอวี่ และเล้งอู๋เฟิงที่นอนพุงป่องหมดแรงอยู่บนเก้าอี้ แต่เม็ดโอสถยังเหลืออีกกว่าสองพันเม็ด เขาจึงหันไปมองหลัวเฉียนเสวี่ยที่ยังไม่ลงมือเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าอย่าได้หวังให้ข้ากินเลย”

“แต่...ข้ายินดีจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อเม็ดโอสถเหล่านี้แทน” หลัวเฉียนเสวี่ยกล่าวด้วยใบหน้าราบเรียบ

นางมีจุดมุ่งหมายของตนเองอยู่

...เม็ดโอสถชิงเซวียนกว่าสองพันเม็ด หากนำกลับไปให้นิกายของบิดาในโลกนี้ได้ล่ะก็...คงจะสามารถปั้นอัจฉริยะรุ่นใหม่ขึ้นมาได้เป็นโขยง!

จบบทที่ บทที่สิบสอง เจ้าหน้าโง่...หลัวเฉียนเสวี่ย?

คัดลอกลิงก์แล้ว