เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่สิบเอ็ด โอสถที่แม้แต่สุนัขก็ไม่อยากกิน

บทที่สิบเอ็ด โอสถที่แม้แต่สุนัขก็ไม่อยากกิน

บทที่สิบเอ็ด โอสถที่แม้แต่สุนัขก็ไม่อยากกิน


บทที่สิบเอ็ด โอสถที่แม้แต่สุนัขก็ไม่อยากกิน

“เฒ่าเซี่ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นมีนามว่ากระไร?” เพื่อยืนยันความคิดในใจของตนเอง ไป๋เทียนฮงเอ่ยถามขึ้นทันที

“ข้ามิรู้อันใดเลย”

“เด็กหนุ่มผู้นั้นไม่เพียงแต่จะไม่ทิ้งนามของตนเองเอาไว้ แม้แต่เงินประกันก็ไม่รับเอา เขาส่งมอบโอสถให้ผู้ประเมินของโรงประมูลแล้วก็จากไป โดยกล่าวเพียงประโยคเดียวว่าจะกลับมารับเงินภายหลัง”

“จากข้อมูลที่ข้าได้มา ข้ารู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นไม่สนใจโอสถทั้งสองเม็ดเลยเสียด้วยซ้ำ เขาอาจเป็นทายาทของนิกายเร้นลับหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ออกมาผจญภัยก็เป็นไปได้”

เซี่ยเทียนอวี่เอ่ยพลางเคาะโต๊ะไม้เบาๆ ก่อนจะกล่าวข้อสันนิษฐานของตนเองออกมา

“เฒ่าเซี่ย ไปกับข้าหน่อยเถิด ข้าอยากพาเจ้าไปพบคนผู้หนึ่ง”

แม้จะไม่ได้ล่วงรู้นามของผู้ส่งโอสถ แต่ไป๋เทียนฮงกลับยิ่งมั่นใจว่าต้องเป็นเย่เฟิงอย่างแน่นอน

เพื่อยืนยันสมมุติฐานนี้ เขาจึงตัดสินใจพาเซี่ยเทียนอวี่ไปหาเย่เฟิงด้วยตนเอง

“ผู้ใดกัน?” เซี่ยเทียนอวี่เอ่ยถามด้วยสีหน้าอยากรู้อย่างยิ่ง

...

...

“คุณหนูของข้ามิได้ก่อตั้งนิกายขึ้นมาหรอกหรือ คนที่ข้าจะพาเจ้าไปพบก็คือศิษย์สายตรงของคุณหนูของข้า”

เมื่อเอ่ยจบ ไป๋เทียนฮงก็ไม่ได้อธิบายให้มากความอีกต่อไป เขาพาเซี่ยเทียนอวี่ออกจากโรงน้ำชาทันที และกระจายจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ออกตามหาเย่เฟิง

สิบนาทีถัดมา...

ในที่สุดไป๋เทียนฮงกับเซี่ยเทียนอวี่ก็มาถึงหน้าห้องรับรองของเย่เฟิง

ปัง!

เมื่อเห็นว่าประตูห้องถูกล็อกจากด้านใน ไป๋เทียนฮงก็ยกเท้าถีบประตูเข้าไปทันที

เขาพบว่าเย่เฟิงกำลังนอนหลับอยู่ นี่มันจะมากเกินไปแล้ว! ผู้บำเพ็ญจะมัวเสียเวลาอันล้ำค่าไปกับการนอนได้อย่างไร!?

ทว่า เมื่อถีบประตูเข้าไปได้แล้ว...

ทั้งสองกลับยืนนิ่งงันอยู่กับที่พากันตะลึงพรึงเพริดจนกล่าวสิ่งใดมิได้...

เย่เฟิงที่กำลังหลับสนิทค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นด้วยความงัวเงีย

เจ้าสุนัขสีเหลืองตัวน้อยที่นอนหมอบอยู่บนพื้นก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน

แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งไป๋เทียนฮงและเซี่ยเทียนอวี่ตะลึงงันนั้น...

กลับเป็นโอสถชิงเซวียนระดับสามเก้าลวดลาย กว่าสิบเม็ดที่วางเกลื่อนอยู่ตรงหน้าเจ้าสุนัขตัวน้อย!

“อะ...โอ้ว? ท่านผู้เฒ่าไป๋มาได้อย่างไรหรือนี่ มิใช่ว่าท่านไปจัดการธุระหรอกหรือ?”

เมื่อเห็นว่าเป็นผู้เฒ่าไป๋ เย่เฟิงก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ไอ้สุนัขโง่! เอาแต่หลับนอน ทำไมโอสถพวกนี้ถึงยังกินไม่หมดอีก?”

ทันใดนั้นเอง เย่เฟิงก็เห็นว่าโอสถชิงเซวียนยังคงกองอยู่ที่เดิม ไม่ได้ถูกเจ้าสุนัขตัวน้อยกินเข้าไปแม้แต่น้อย เขาจึงตวาดเสียงออกมาอย่างขุ่นเคือง

ทว่า...

ครานี้กลับเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เย่เฟิงประหลาดใจอย่างถึงที่สุด เพราะหลังจากโดนตะโกนด่า เจ้าสุนัขสีเหลืองตัวน้อยกลับเผยแววตารังเกียจออกมาอย่างชัดเจน ราวกับว่าเข้าใจถ้อยคำวาจาของเขา แล้วยังใช้อุ้งเท้าผลักโอสถออกไปข้างๆ อย่างรำคาญยิ่ง

ราวกับรังเกียจโอสถเหล่านี้จากใจจริง!

“ขะ…ข้าตาฝาดไปหรือไม่เนี่ย!”

“นั่นมันโอสถชิงเซวียนระดับสาม เก้าลวดลายเชียวนะ! ถึงกับโดนสุนัขตัวหนึ่งรังเกียจ? ข้าเองยังอยากจะกระโจนเข้าไปกอบโกยให้หมดเลยเสียด้วยซ้ำ!”

“ขะ...ข้า…เซี่ยเทียนอวี่ ปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับเก้า เจ้านายเบื้องหลังโรงประมูลเทียนอวี่ กลับยังสู้สุนัขตัวนี้ไม่ได้เลยงั้นรึ!?”

เซี่ยเทียนอวี่ที่ยืนอยู่หน้าประตู พอเห็นภาพตรงหน้า ก็รู้สึกว่าหัวใจของตนเองถูกทุบตีด้วยค้อนนับพันนับหมื่นครั้ง แทบจะล้มทั้งยืน!

“เฒ่าเซี่ย เจ้าสุนัขนี่มิใช่สุนัขธรรมดา”

“เจ้ามิสังเกตหรือว่าพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของมันอย่างต่อเนื่อง?”

“แม้จะเชื่องช้า แต่ด้วยอัตราเช่นนี้ ไม่เกินหนึ่งปี มันจะต้องบรรลุขั้นกลายพันธุ์เป็นสัตว์อสูรวิญญาณแน่นอน!”

ไป๋เทียนฮงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าตกตะลึง เผยความจริงที่ยากจะเชื่อออกมา!

“เจ้าว่าเช่นไรนะ?”

ได้ยินเช่นนี้ เซี่ยเทียนอวี่ก็หันเหความสนใจจากโอสถมายังเจ้าสุนัขตัวน้อย

“ร่างกายปราศจากสิ่งสกปรก!”

“ไร้ซึ่งสายเลือดสัตว์อสูร!”

“นี่มันกำลังกลายพันธุ์จากสัตว์ป่าธรรมดาไปเป็นสัตว์อสูรด้วยตนเอง!”

หลังจากเดินเข้าไปตรวจสอบ เซี่ยเทียนอวี่ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงตะลึงงัน

“ร่างกายปราศจากสิ่งสกปรก...!”

“ร่างกายปราศจากสิ่งสกปรก...!”

เขาทวนถ้อยคำนี้ซ้ำไปมา ใบหน้าตกตะลึงยิ่งนัก ก่อนสายตาจะพลันหันไปยังโอสถชิงเซวียนที่วางเกลื่อนอยู่บนพื้น แล้วเงยหน้าขึ้นมองเย่เฟิงที่ยังคงนั่งอยู่ด้วยสีหน้างงงวย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

“จะ...เจ้าสุนัข…เจ้าสุนัขนี่กินไปแล้วกี่เม็ด?”

“อืมม? ก็กินไปไม่มาก... อาจจะราวๆ สองพันกว่าเม็ดกระมัง?” เย่เฟิงนึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“เจ้าว่าเยี่ยงไรนะ!”

“สะ...สองพันกว่าเม็ด!”

ไป๋เทียนฮงกับเซี่ยเทียนอวี่ร้องออกมาพร้อมกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง สายตาที่ทั้งสองมองเย่เฟิงในตอนนี้ราวกับอยากสับเขาให้ตายคาที่

“ไป๋เทียนฮง!”

“นี่คือศิษย์เอกของนิกายวิญญาณดาราของพวกเจ้างั้นรึ!?”

“โอสถชิงเซวียนระดับสาม เก้าลวดลายที่ล้ำค่ายิ่ง เจ้ายังปล่อยให้เขาเอาไปเลี้ยงสุนัขได้อย่างสบายใจ!?”

เซี่ยเทียนอวี่ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างไม่อาจทนได้ เขาโกรธจนตัวสั่น

“ห้ามเรอะ?”

“จะให้ข้าห้ามได้เช่นไร... เด็กผู้นี้มันรวยจนไร้เหตุผล บางครั้งบางคราข้ายังต้องทำงานให้เจ้าเด็กนี้เลย เจ้าว่าข้าจะห้ามยังไง?” ไป๋เทียนฮงแค่นเสียงตอบกลับไปอย่างไม่ยี่หระ

“ห๊ะ...!?”

เซี่ยเทียนอวี่ได้ยินถึงกับยืนอึ้งไปทันที

ใครจะไปเชื่อ...

ไป๋เทียนฮงซึ่งเป็นถึงหนึ่งในแปดมหาผู้อาวุโสของนิกายดาราสวรรค์ ผู้ซึ่งบรรลุถึงขั้นที่สามของขอบเขตภัยพิบัติ(渡劫境) และอาจก้าวเข้าสู่ขั้นที่สี่ได้ทุกเมื่อ กลับต้องไปทำงานให้ศิษย์ในนิกายเนี่ยนะหรือ?

“ท่านผู้เฒ่าไป๋ ข้าขอรบกวนท่านเรื่องหนึ่ง ยังคงเป็นราคาเดิม...หนึ่งแสนหินวิญญาณระดับสูง”

เย่เฟิงกล่าวขึ้นทันทีที่เซี่ยเทียนอวี่ยังยืนอึ้ง

เจ้าสุนัขตัวน้อยเริ่มเลือกกินแล้ว และตอนนี้ก็ยามบ่ายแล้ว ถ้ายังไม่รีบกินโอสถพวกนี้ให้หมดก่อนจะไม่ทันการ เย่เฟิงเลยต้องหาคนมาช่วย“ฟุ่มเฟือย”อีกแรง

“เจ้าเด็กนี่ อย่าบอกนะว่าเจ้าจะให้ข้าช่วย ‘กิน’ โอสถพวกนี้?”

“จะ...เจ้ายังมีอยู่อีกกี่เม็ด?”

ไป๋เทียนฮงหรี่ตากล่าวถามด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ

“ท่านผู้เฒ่าไป๋ ยังเหลืออีกเจ็ดพันกว่าเม็ดต้องกินให้หมดก่อนค่ำ ไม่ทราบว่าฟันท่านยังแข็งแรงดีอยู่หรือไม่?”

เย่เฟิงเอ่ยถามกลับด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย

“หึ!”

“ข้ายังไม่แก่ ฟันยังดีอยู่!” ไป๋เทียนฮงกล่าวเสียงดังอย่างไม่พอใจ

เย่เฟิงพยักหน้าอย่างวางใจ ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะ หยิบแหวนมิติมาวางหนึ่งวง ภายในมีหินวิญญาณระดับสูงหนึ่งแสนก้อน แล้วจึงเริ่มหยิบโอสถชิงเซวียนออกมาทีละกำมือ

โอสถล้ำค่าถูกกองเต็มโต๊ะราวกับเป็นถั่วลิสงธรรมดาๆ

ไป๋เทียนฮงนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนเย่เฟิงก็หยิบออกมาไม่หยุด

เซี่ยเทียนอวี่ที่ยืนมองภาพนี้รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัว สมองตื้อไปหมด ยืนนิ่งไม่ไหวติง

ปัง!

“ไอ้สุนัขโง่! มองหาอะไรนักหนา! ยังไม่รีบไปกินโอสถที่เหลืออีกหรือ!? ถ้ายังขี้เกียจอีกเช่นนี้ ข้าจะจับเจ้าต้มกินซะ!”

เย่เฟิงเห็นว่าเจ้าสุนัขตัวน้อยนอนมองไป๋เทียนฮงกินโอสถด้วยแววตาดูถูกเย้ยหยัน เขาก็โมโหจนยกเท้าถีบไปเต็มแรง

โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!

เจ้าสุนัขตัวน้อยเหมือนจะฟังเข้าใจ พอลุกขึ้นมาก็ทำหน้าตาไม่เต็มใจ แล้วเริ่มค่อยๆ เคี้ยวโอสถที่กระจายอยู่บนพื้น

“บ้าไปแล้ว!”

“พวกเจ้าทุกคนบ้าไปหมดแล้ว!”

“นั่นมันโอสถชิงเซวียนระดับสาม เก้าลวดลายเชียวนะ!”

เซี่ยเทียนอวี่มองภาพทั้งหมดตรงหน้าถึงกับแทบอยากเป็นบ้า เขาเคยเห็นคนฟุ่มเฟือย แต่ไม่เคยเห็นใครฟุ่มเฟือยถึงเพียงนี้!

โอสถล้ำค่าในฝันของปรมาจารย์ปรุงโอสถ กลับถูกพวกเขาใช้เลี้ยงสุนัข...และกินเล่น!

โลกนี้มันบ้าไปแล้วหรือว่าข้าบ้าไปแล้ว!!!

//ชื่อนิกายยอดดาราเปลี่ยนชื่อเป็นนิกายดาราสวรรค์นะครับ

จบบทที่ บทที่สิบเอ็ด โอสถที่แม้แต่สุนัขก็ไม่อยากกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว