เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่สิบ มากินสิเจ้าตูบน้อย

บทที่สิบ มากินสิเจ้าตูบน้อย

บทที่สิบ มากินสิเจ้าตูบน้อย


บทที่สิบ มากินสิเจ้าตูบน้อย

หลังจากออกจากโรงประมูล เย่เฟิงก็หยิบโอสถชิงเซวียนขึ้นมากินอย่างไม่คิดอะไรมาก ในเมื่อมันมีสรรพคุณชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย เช่นนั้นกินเข้าไปก็คงไม่เป็นกระไร ไหนๆ ก็เป็นของฟุ่มเฟือยอยู่แล้ว เอาเป็นของกินเล่นก็แล้วกัน

“หืม?”

ในขณะนั้นเอง เย่เฟิงก็เหลือบไปเห็นลูกสุนัขจรจัดตัวหนึ่งที่นอนหอบอยู่ข้างถนน มันดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรง แต่ก็ยังเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาน่าสงสาร

เขาถอนหายใจอย่างหมดหนทาง ก่อนจะเดินเข้าไปหา “เจ้าตูบน้อย ข้าเพิ่งลองทำนายดูเมื่อครู่พบว่าเราสองคน หนึ่งคนหนึ่งสุนัขนั้นมีวาสนาต่อกัน อาหารนี่เอาเป็นไถ่ตัวเจ้าละกัน จากนี้ไปมาอยู่กับข้า”

กล่าวจบ เย่เฟิงก็เดินไปซื้อซาลาเปาบนแผงข้างทางมาหลายลูก

“กินซะ กินให้อิ่มหนำสำราญ”

ขณะมองเจ้าลูกสุนัขตัวน้อยกินซาลาเปาอย่างหิวโหย เย่เฟิงก็คิดในใจว่า “ไม่รู้เหมือนกันว่าในโลกนี้ ถ้าสักวันผู้คนรู้ว่าชีวิตตนเองไม่ดีเท่าสุนัขตัวหนึ่ง พวกเขาจะสิ้นหวังกันไหม…”

ใช่แล้ว เย่เฟิงเพิ่งจะนึกอะไรดีๆ ออก นั่นคือการกินโอสถคนเดียวเป็นพันเม็ดมันเหนื่อย ถึงจะลากเอาศิษย์น้องอู๋เฟิง, อาจารย์ผู้งดงาม, กับผู้เฒ่าไป๋มาเป็นแรงงานช่วยกันกิน สุดท้ายก็คงรับไม่ไหวอยู่ดี

แต่ตอนนี้ดีแล้ว มีเจ้าลูกสุนัขน้อยตัวนี้อยู่ โอสถหนึ่งหมื่นเม็ดก็ไม่ใช่ปัญหา! ต่อไปถ้าระบบสุ่มของฟุ่มเฟือยมาเป็นโอสถอีก เขาก็ไม่ต้องปวดหัวแล้ว

...

หลังจากกินจนอิ่ม ลูกสุนัขสีเหลืองตัวน้อยก็ถูหัวกับขากางเกงของเย่เฟิงด้วยความรักใคร่

“ไป! ไปอาบน้ำ แล้วจากนั้นก็เริ่มทำงานให้ข้าพเจ้าซะ!”

เย่เฟิงหัวเราะฮาๆ พาลูกสุนัขตัวน้อยเดินตรงไปยังร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งไม่ไกลจากตรงนั้น

“คุณชาย ขออภัย ท่านมิสามารถเอาสุนัขเข้าร้านอาหารได้นะขอรับ”

เสี่ยวเอ้อรีบออกมาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มประจบ และไม่ลืมที่จะกล่าวเกลี้ยกล่อม

“เท่าไหร่ขอเพียงแค่เอ่ยออกมา ข้าต้องการห้องที่ดีที่สุดเพื่อพาสุนัขของข้าไปอาบน้ำ”

เย่เฟิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

สุดท้ายเขาก็จ่ายไปหนึ่งหมื่นหินวิญญาณระดับต่ำ แล้วได้ห้องรับรองชั้นดีมาหนึ่งห้อง พร้อมพาลูกสุนัขตัวน้อยเข้าไปได้อย่างไม่มีปัญหา

ในห้องรับรอง

เย่เฟิงมองดูลูกสุนัขตัวน้อยที่กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ในอ่างไม้ ด้วยสีหน้าราวกับหมดคำจะกล่าว เขาเสียค่าห้องแพงกว่าปกติสิบเท่า แต่ระบบกลับไม่ตัดสินว่าเป็นพฤติกรรมฟุ่มเฟือย!

“มองอะไร รีบอาบน้ำให้สะอาด อาบเสร็จก็รีบทำงานให้ข้า! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า คราวนี้ข้าคงได้แต้มฟุ่มเฟือยอีกตั้งหนึ่งร้อยแต้ม!”

แต่สุนัขน้อยตัวนี้กลับไม่แม้แต่จะสนใจ เย่เฟิงจึงเริ่มคิดว่า คราวหน้าต้องหาอะไรมาเปิดสติปัญญาเจ้าลูกสุนัขตัวนี้บ้าง ไม่งั้นมันโง่เกินไปจริงๆ

สิบนาทีถัดมา เย่เฟิงโยนโอสถชิงเซวียนลงพื้นหนึ่งกำมือแล้วกล่าวอย่างสมเพช

“โง่ก็คือโง่ ไม่รู้แม้กระทั่งว่านี่เป็นยาพิษหรือไม่”

แต่เมื่อมองดูสุนัขตัวน้อยที่กินโอสถอย่างไม่ลังเล เย่เฟิงก็รู้สึกพอใจ อย่างน้อยก็หาแรงงานกินโอสถฟรีได้แล้ว

พลังของโอสถเริ่มชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างของมันทีละน้อย และเมื่อเวลาผ่านไป ยิ่งมันกินโอสถมากขึ้นเท่าใด ร่างกายของมันก็ยิ่งบริสุทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดพลังวิญญาณจากฟ้าดินก็เริ่มหลอมรวมเข้ากับร่างของมันอย่างช้าๆ

สถานะเช่นนี้ เรียกได้ว่าไม่เคยปรากฏในทวีปซวนเทียนมาก่อน

เพราะไม่ใช่ว่าใครก็จะมีได้ โอสถชิงเซวียนเก้าลวดลาย แม้จะเป็นเพียงโอสถระดับสามก็ตาม และยิ่งไม่มีใครโง่พอจะให้อาหารสุนัขด้วยโอสถอันล้ำค่านี้เป็นร้อยเป็นพันเม็ด!

ครึ่งชั่วยาม(หนึ่งชั่วโมง)ถัดมา

“เฮ้ย!”

“ไอ้ตูบ! ตื่นมากินต่อเดี๋ยวนี้ กินไปแค่สองพันเม็ด เจ้าก็คิดจะอู้งานแล้วรึ?!”

เย่เฟิงถึงกับหัวเสีย มองดูเจ้าลูกสุนัขตัวน้อยที่นอนกรนฟี้อยู่ มันกินไปแค่สองพันกว่าเม็ดเองนะ!

ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนจะหลับไป เย่เฟิงยังเห็นว่ามันมองโอสถด้วยแววตาดูถูกอย่างกับคน เหมือนจะกล่าวว่า “โคตรสะอิดสะเอียน ไม่กินต่อละ”

“ช่างเถอะ วันนี้ข้าเดินจนเมื่อยแล้ว ไอ้ตูบนอนแล้ว ข้าเองก็นอนบ้างเสียดีกว่า การเป็นมหาเทพฟุ่มเฟือยไร้พ่ายมันเหนื่อยจริงๆ”

เย่เฟิงมองเจ้าลูกสุนัขตัวน้อยอย่างหมดหนทาง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มแล้วผลอยหลับไป เขาไม่รู้ว่าจะไปฟุ่มเฟือยที่ใดต่อแล้ว และไม่อยากออกไปทำอะไรโง่ๆ เขาต้องการใช้ชีวิตตามใจตนเอง

สำหรับผู้บำเพ็ญแล้ว ไม่นอนหลับหลายวัน หรือจะนอนหลับหลายวันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด เย่เฟิงรู้สึกโชคดีที่ตนเองเป็นยอดฝีมือระดับเคลื่อนลมปราณขั้นที่เก้า อย่างน้อยก็ทำให้เขานอนตอนไหนก็ได้ตามต้องการ

แต่เพราะเขาไม่มีรากวิญญาณจึงไม่สามารถรับรู้ถึงพลังวิญญาณรอบตัวได้ เขาจึงไม่รู้เลยว่า ในเวลานี้ แม้เจ้าลูกสุนัขตัวน้อยกำลังนอนหลับ แต่พลังวิญญาณในอากาศกลับค่อยๆ ไหลเข้าร่างของมันอย่างต่อเนื่อง

ในขณะนี้ เจ้าลูกสุนัขตัวน้อยกำลังวิวัฒนาการจากสัตว์ป่ากลายเป็นสัตว์อสูร โดยไม่ต้องพึ่งสายเลือดใดๆ มีเพียงแต่พลังของตนเองล้วนๆ และเมื่อไร้สายเลือดสัตว์อสูรอันสูงส่ง ขีดจำกัดในอนาคตของมัน…ก็จะขึ้นอยู่กับเย่เฟิงเท่านั้น!

...

ในขณะที่เย่เฟิงหลับอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ งานประมูลของโรงประมูลเทียนอวี้ก็เริ่มต้นขึ้นเรียบร้อยแล้ว

“เจ้าสองคนโชคดีจริงๆ”

“ไม่คิดเลยว่าการออกมาหาซื้อสมุนไพรธรรมดาๆ จะได้เจอโอสถชิงเซวียนเก้าลวดลายที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเช่นนี้”

“โอสถระดับสามสองเม็ดนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งกับพวกเจ้า วันนี้ไม่ว่าต้องจ่ายเท่าใด ข้าจะประมูลมันมาให้พวกเจ้าเอง”

ในห้องรับรองชั้นสอง หลัวเฉียนเสวี่ยกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย

แต่ด้านข้าง เล้งอู๋เฟิงกลับซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง และรู้สึกโชคดีที่ตนยังอยู่ที่ขอบเขตหล่อหลอมวิญญาณขั้นที่เก้า เพราะหากฝ่าด่านเข้าสู่ ขอบเขตก่อรากไปแล้ว เขาก็คงหมดสิทธิ์ใช้โอสถนี้

การชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างเปรียบได้กับการหล่อหลอมรากฐานขึ้นใหม่ สำหรับผู้บำเพ็ญแล้วถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง แต่การจะปรุงโอสถชิงเซวียนได้นั้นลำบากยิ่งนัก แม้จะมีตำราสอนอยู่ แต่จุดที่ต้องระวังในการปรุงก็มีมากมาย หากทำไม่ถึงห้าลวดลาย โอสถก็แทบไม่เห็นผล

...

อีกด้านหนึ่ง ภายในโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง

“เฒ่าเซี่ย เจ้าช่างเก่งนัก ข้ามาทีไรก็เห็นเจ้าออกไปตลอดทั้งวัน”

พอเห็นสหายเก่ากลับมาผู้เฒ่าไป๋ก็อดหยอกล้อไม่ได้

“เฒ่าไป๋ ข้าจะบอกเจ้า ข้าเพิ่งไปที่โรงประมูลสาขาเมืองจื่อเฟิ่งมา และได้รับโอสถสองเม็ดที่พิเศษยิ่งนัก”

“มันเป็นโอสถระดับสาม และเจ้ารู้หรือไม่ว่ามีกี่ลวดลาย?”

ชายชราในชุดคลุมสีขาวของปรมาจารย์ปรุงโอสถ เซี่ยเทียนอวี้ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วกล่าวขึ้น

“โอสถชิงเซวียน?”

“ถ้าทำให้เจ้าตื่นเต้นได้เช่นนี้ อย่างต่ำต้องเจ็ดลวดลายขึ้นไป”

“หรือไม่ก็พวกตาแก่ที่เรารู้จักเป็นคนปรุงมันขึ้นมา?”

ไป๋เทียนฮงขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดก่อนจะเดาคำตอบออกมา

“เก้าลวดลาย!”

“และยังมีถึงสองเม็ด!”

“ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ปรุงมัน แต่เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่นำมาขายในโรงประมูล”

“ข้าตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว ทั้งสองเม็ดนั้นสมบูรณ์ถึงขีดสุด เกือบจะถึงระดับในอุดมคติสิบลวดลายแล้ว!”

กล่าวถึงตรงนี้ เซี่ยเทียนอวี้ก็อดไม่ได้ที่จะเผยความตกใจออกมา เขาเองก็เป็นปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับเก้า จึงอยากรู้เป็นอย่างยิ่งว่าคนที่สามารถปรุงโอสถแบบนี้ได้มีวิธีการ

เช่นใดกัน

“หือ?”

เมื่อได้ฟังคำกล่าวของเซี่ยเทียนอวี้ อยู่ดีๆ ไป๋เทียนฮงก็พลันนึกถึงใบหน้าของใครบางคนขึ้นมาในใจ เย่เฟิง!

จบบทที่ บทที่สิบ มากินสิเจ้าตูบน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว