- หน้าแรก
- มหาเทพฟุ่มเฟือยไร้พ่าย
- บทที่เก้า เจ้าโอสถง่อยๆนี่แพงขนาดนี้เชียวหรือ
บทที่เก้า เจ้าโอสถง่อยๆนี่แพงขนาดนี้เชียวหรือ
บทที่เก้า เจ้าโอสถง่อยๆนี่แพงขนาดนี้เชียวหรือ
บทที่เก้า เจ้าโอสถง่อยๆนี่แพงขนาดนี้เชียวหรือ
“หืม? ผู้คนอยู่ที่ใด?”
อย่างไรก็ดี เมื่อเย่เฟิงมาถึงเรือนของเล้งอู๋เฟิง กลับพบว่าภายในเรือนไม่มีแม้แต่เงาของผู้ใด
“เย่เฟิง เจ้ากำลังมองหาเล้งอู๋เฟิงอยู่งั้นรึ?”
ในขณะนั้นเอง เสียงของผู้เฒ่าไป๋ก็ดังมาจากนอกเรือน
“ผู้เฒ่าไป๋ ท่านเห็นเล้งอู๋เฟิงบ้างหรือไม่?”
เย่เฟิงก้าวออกจากเรือน เหลือบมองผู้เฒ่าไป๋ที่กำลังยืนอยู่กลางลานด้วยรอยยิ้ม รีบเอ่ยปากถามทันที
“ท่านประมุขนิกายทราบว่าเล้งอู๋เฟิงเป็นปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับสาม จึงพาเขาออกไปซื้อสมุนไพรวิญญาณที่เมืองใกล้ๆ ตั้งแต่เช้ามืดแล้ว”
“ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าตามไปหา”
ผู้เฒ่าไป๋ลูบเคราสีขาวยาวของตนเองพลางกล่าวยิ้มๆ
...
...
บนกระบี่บิน เย่เฟิงที่เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายก็เปิดประเด็นกล่าวขึ้นมา
“ผู้เฒ่าไป๋ ท่านเคยได้ยินชื่อ ต้นไผ่ปีศาจ, บุปผาวิญญาณขาวนาล และผลม่วงอัสนีหรือไม่?”
“หืม?”
“เจ้าคงได้ยินชื่อพวกนี้มาจากเล้งอู๋เฟิง สมุนไพรทั้งสามชนิดนี้เป็นสมุนไพรระดับสามที่หายากยิ่ง แม้จะจัดอยู่ในระดับสามเช่นเดียวกับสมุนไพรทั่วไป แต่สำหรับปรมาจารย์ปรุงโอสถแล้ว นับว่าเป็นของล้ำค่าไร้ราคาเลยทีเดียว”
ผู้เฒ่าไป๋หันมามองเย่เฟิงด้วยสายตาแปลกใจ ก่อนเอ่ยอธิบาย
“ที่แท้มันล้ำค่าขนาดนั้นเชียวหรือนี่”
“มิน่าล่ะ... ครั้นที่ข้าเอาสมุนไพรพวกนี้มาชงน้ำชาดื่มกับแช่เท้า ศิษย์น้องอู๋เฟิงถึงได้ว่าข้าไม่รู้จักของดี”
ครืดด!
ฟังถึงตรงนี้ กระบี่บินที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เฒ่าไป๋ก็สั่นไหวไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ขณะที่มองเย่เฟิงพลางเอ่ยทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“เจ้าบอกว่า… เอาสมุนไพรหายากทั้งสามชนิดนี้ไปแช่เท้า?”
“ใช่แล้ว!”
“ข้ารู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก!”
“ผู้เฒ่าไป๋ ถ้ามีโอกาสข้าจะหามาให้ท่านลองบ้าง แต่ต้องจำสิ่งนี้ให้ขึ้นใจ ต้นไผ่ปีศาจกับผลม่วงอัสนีสองอย่างนี้ ห้ามเอามาแช่พร้อมกันเด็ดขาด มิฉะนั้นมันจะเกิดพิษร้ายแรงขึ้นมาได้”
เย่เฟิงกล่าวพลางทำหน้าจริงจัง เตือนสติเสียยกใหญ่
ใครกันจะไปสนใจว่ามันจะเกิดพิษเมื่อเอาไปแช่รวมกัน!?
ของพรรค์นั้นมีไว้แช่เท้างั้นรึ!?
หลังจากตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ผู้เฒ่าไป๋ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้พลางกล่าวว่า “เย่เฟิง หากวันหลังเจ้าได้สมุนไพรพวกนั้นมาอีก ก็อย่าลืมเผื่อไว้ให้ข้าบ้างล่ะ!”
หากหลัวเฉียนเสวี่ยอยู่ตรงนี้ล่ะก็ คงจะทรุดตัวลงกับพื้นอีกเป็นแน่แท้ เพราะดูเหมือนว่าผู้เฒ่าไป๋จะถูกซื้อใจไปอีกคนแล้ว...
เวลาผ่านไปสองชั่วยามครึ่ง ตรงหน้าสายตาในที่สุดก็มองเห็นเงาของเมืองเล็กแห่งหนึ่ง
“เย่เฟิง เจ้าเดินเที่ยวในเมืองไปพลางๆ ก่อน ข้ามีเรื่องต้องจัดการเล็กน้อย แล้วจะกลับมาหาเจ้า”
เมื่อเดินทางถึงตัวเมือง ผู้เฒ่าไป๋ก็กล่าวกำชับไว้สั้นๆ ก่อนจะหายตัวจากไป
ศาลาสี่สมุทร? มันคืออะไร?
ร้านตีเหล็กเขาเขียว? ฟังชื่อแล้วน่าจะเป็นที่สร้างอาวุธ
เรือนหอวสันต์? เอ๋... เห็นสาวงามยืนเรียงรายอยู่หน้าทางเข้า... สถานเริงรมย์แน่ๆ
โรงประมูลเทียนอวี้?
หลังจากเดินเตร่ไปสักพัก เย่เฟิงก็หยุดยืนอยู่หน้าโรงประมูลแห่งหนึ่ง
“ระบบ เจ้าให้ข้าฟุ่มเฟือย ถ้าเกิดเจออันตรายขึ้นมาจะทำเช่นไร?”
ในที่สุดเย่เฟิงก็ถามคำถามที่สำคัญที่สุดออกมา
“ติ๊ง! ระบบมอบองค์รักษ์ฟุ่มเฟือย หากโฮสต์ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต องค์รักษ์ฟุ่มเฟือยจะปรากฏตัวขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อขจัดภัยคุกคาม แต่จะจัดการเฉพาะศัตรูที่เป็นภัยต่อความปลอดภัยของโฮสต์เท่านั้น”
“ยอดเยี่ยม!”
ในเมื่อความปลอดภัยของตัวเองมีหลักประกันแล้ว ก็ย่อมใช้ชีวิตให้คุ้มค่ายิ่งขึ้นได้!
คิดได้ดังนั้น เย่เฟิงก็เดินเข้าโรงประมูลเทียนอวี้ทันที ในเมื่อยามนี้ถามเล้งอู๋เฟิงไม่ได้ คนในโรงประมูลก็น่าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านโอสถอยู่บ้าง
“คุณชาย มิทราบว่าท่านต้องการความช่วยเหลืออันใดหรือไม่?”
เพิ่งก้าวเข้ามาในโรงประมูล เสมียนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาต้อนรับด้วยมารยาทอันดีเลิศ
“ข้ามีโอสถอยู่สองสามเม็ด อยากทราบว่าสามารถนำมาประมูลในโรงของพวกท่านได้หรือไม่?”
เย่เฟิงเอ่ยบอกเจตนาของตนเองตรงๆ
“คุณชาย โรงประมูลของเรามีปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับหกประจำอยู่ ข้าจะพาท่านไปหาท่านผู้นั้นทันที”
ไม่นานหลังจากนั้น
เย่เฟิงก็เดินเข้าสู่ห้องประเมินโอสถ ภายในมีบุรุษวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปีนั่งอยู่
“คุณชาย ไม่ทราบว่าโอสถที่ท่านต้องการประมูลเป็นระดับใด?”
ชายผู้นั้นที่มีนามว่าเฉาอันซานถามขึ้นทันทีที่เห็นเย่เฟิงเดินเข้ามา
“โอสถเม็ดนี้นี่แหละ โอสถชิงเสวียน”
เย่เฟิงไม่อ้อมค้อม นำโอสถมาวางลงบนโต๊ะโดยตรง
เป๊าะ!
ทว่าทันทีที่เฉาอันซานเห็นโอสถเม็ดนี้เท่านั้น เขากลับผงะจนลุกพรวดจากเก้าอี้
“เก้าลวดลาย! นี่มันโอสถชิงเสวียนเก้าลวดลาย!”
เฉาอันซานหยิบโอสถขึ้นตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะอุทานด้วยความตกตะลึง
“โอสถนี้ทรงพลังนักหรือ?” เย่เฟิงเอ่ยถามด้วยสีหน้าฉงน เมื่อเห็นอีกฝ่ายตกใจเสียขนาดนั้น
“แน่นอนว่าทรงพลังมาก!”
“การจะปรุงโอสถชิงเสวียนได้นั้นมีข้อควรระวังนับไม่ถ้วน หากผิดพลาดเพียงจุดเดียวก็อาจทำให้โอสถไม่เสร็จสมบูรณ์ แม้จะเป็นโอสถระดับสามที่ใช้ได้เฉพาะผู้บำเพ็ญในขอบเขตหล่อหลอมวิญญาณ เคลื่อนลมปราณ และทะเลวิญญาณ แต่การที่มันเป็นโอสถเก้าลวดลายก็หมายความว่าพลังโอสถถูกดึงออกมาได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด”
“ข้าเคยเห็นมากที่สุดก็แค่โอสถแปดลวดลาย และนั่นก็ยังเป็นแค่โอสถระดับหนึ่งเท่านั้น”
เฉาอันซานกล่าวโดยไม่ปิดบัง เพราะเห็นว่าเย่เฟิงเองก็ไม่เข้าใจในศาสตร์โอสถเท่าไรนัก
“แปดลวดลาย เก้าลวดลาย มันคืออะไร?”
เย่เฟิงฟังแล้วมึนงงไปหมด จึงเอ่ยถามอีกครั้ง
“คุณชาย ไม่ว่าโอสถระดับใด หนึ่งลวดลายหมายถึงโอสถเม็ดนั้นมีพลังโอสถเพียงหนึ่งในสิบของโอสถสมบูรณ์ สองลวดลายก็คือสองในสิบ ส่วนสิบลวดลายนั้นคือโอสถสมบูรณ์แบบ ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีผู้ใดปรุงโอสถสิบลวดลายได้ ต่อให้เป็นโอสถระดับต่ำสุดก็ตาม”
“อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นโอสถเพียงหนึ่งลวดลาย พลังโอสถที่ได้ก็ยังเหนือกว่าการกินสมุนไพรเพียงอย่างเดียวมาก และจำนวนลวดลายที่ปรุงได้ ก็เป็นหนึ่งในเกณฑ์ตัดสินความสามารถของปรมาจารย์ปรุงโอสถเช่นกัน”
เมื่อฟังจบ เย่เฟิงก็เอ่ยถามทันทีว่า “แล้วโอสถเม็ดนี้จะขายได้เท่าไหร่?”
“โอสถระดับสามหนึ่งเม็ด ราคาปกติอยู่ที่หลักแสนหินวิญญาณระดับต่ำ แต่โอสถชิงเสวียนเม็ดนี้มีคุณสมบัติล้างสิ่งสกปรกภายในร่างกายได้ และยังมีถึงเก้าลวดลาย ราคาที่แน่นอนมิอาจคาดเดาได้ คงต้องไปวัดกันในงานประมูล”
เฉาอันซานเองก็ไม่กล้าฟันธง เพราะหากมีผู้ซื้อที่สนใจจริงๆ ราคาก็อาจพุ่งสูงขึ้นหลายเท่า
“ห๊าาา?!”
“โอสถง่อยๆเช่นนี้เพียงเม็ดเดียว ราคาหลายแสนหินวิญญาณระดับต่ำเชียวรึ?”
เย่เฟิงถึงกับอึ้งไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าโอสถที่เขาเรียกว่า “โอสถง่อยๆ” จะมีมูลค่าขนาดนี้ เทียบกับหินวิญญาณระดับสูงก็ปาเข้าไปเป็นสิบๆ ก้อนแล้ว
เขาแทบลืมไปเลยว่า เคยใช้หินวิญญาณระดับสูงถึงห้าแสนก้อนเพื่อซื้อตัวตนศิษย์สายตรง และจ้างผู้เฒ่าไป๋ให้ปายันต์ไปอีกแสนก้อน...
โอสถง่อยๆ?
เฉาอันซานได้ยินเย่เฟิงกล่าวเช่นนั้น ถึงกับปวดใจ น้ำเสียงของเขาพลันสั่นไหวขึ้นมา
โอสถชั้นยอดที่เขาเองยังอยากได้กลับถูกเรียกว่าของง่อยๆ!?
ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นขอทานไปในพริบตา...
“พวกท่านจัดงานประมูลเมื่อไหร่?”
เย่เฟิงถามต่อโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะช็อกเพียงใด
“คุณชาย ช่างบังเอิญยิ่งนัก เพราะวันนี้ยามบ่ายมีงานประมูลพอดิบพอดี” เฉาอันซานตอบด้วยรอยยิ้มอย่างรวดเร็ว
“ก็ดี เช่นนั้นประมูลโอสถเม็ดนี้อีกเม็ด ท่านไปติดต่อผู้จัดงานประมูล ใส่สองเม็ดนี้ลงประมูลยามบ่าย ถ้าได้ราคาเท่าไหร่ ข้าจะกลับมารับทีหลัง”
กล่าวจบ เย่เฟิงก็วางโอสถชิงเสวียนอีกเม็ดลง บนโต๊ะแล้วลุกเดินจากไป
“ของง่อยๆนี่แพงขนาดนี้เชียวเรอะ... ข้าจะคอยดูเลยว่าจะมีพวกหน้าโง่กี่คนแย่งกันประมูลโอสถสองเม็ดนี้!”
แม้เย่เฟิงจะกล่าวเสียงเบา แต่เฉาอันซานซึ่งเป็นทั้งปรมาจารย์ปรุงโอสถระดับหกและผู้บำเพ็ญระดับตำหนักม่วงได้ยินชัดทุกถ้อยคำ...
...เขารู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย คนที่มีของล้ำค่า กลับไม่เห็นค่าของมัน ส่วนคนที่แค่อยากได้แค่เม็ดเดียว... กลับไม่มีวันเอื้อมถึง!