เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 อัครมุขนายก

บทที่ 220 อัครมุขนายก

บทที่ 220 อัครมุขนายก


หลังจากมาถึงห้องรับรอง แองโกร่าก็ได้พบกับฮาโดร อัครมุขนายก ผู้นำสูงสุดของศาสนจักรสีขาวอันสว่างไสวในทุนย่า

อีกฝ่ายเป็นชายชราอายุ 70 ปี ในโลกนี้ที่มนุษย์มีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 40 ปีเขาถือได้ว่าเป็นผู้สูงอายุที่สุดคนหนึ่ง แม้ว่าอัครมุขนายกของเทพเจ้าแห่งแสงจะมีอายุยาวนานกว่ามนุษย์ปกติมาก แต่ฮาโดรเองก็ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะอายุ 50

“ขอให้พรของพระเจ้าจงมีแด่เจ้า” เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแตะมือที่หน้าอก เมื่อเห็นฮอร์รันและแองโกร่าเดินเข้ามา

มันเป็นท่าทางการทักทายที่สุภาพของศาสนจักรสีขาวอันสว่างไสว ความจริงต้องโค้งคำนับด้วย แต่อัครมุขนายกคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องโค้งคำนับเนื่องจากเขาอายุมากแล้ว และศาสนาที่เขานับถือก็เป็นศาสนาที่มีอิทธิพลมากที่สุดในปัจจุบัน

“ขออภัย แต่เทพเจ้าแห่งสงครามได้ให้พรแก่ครอบครัวของข้าแล้ว ดังนั้นเราจึงไม่ควรรับพรจากเทพของท่าน” ฮอร์รันตอบเสียงแข็งและเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ค่อยชอบฮาโดร

“ข้าเข้าใจ… แต่ก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน ที่ลอร์ดคราตอสไม่ได้ช่วยท่านตอนที่พวกโจรบุกเข้าโจมตีปราสาทของท่าน”

เห็นได้ชัดว่าอัครมุขนายกกำลังอารมณ์ดี ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ใส่ใจกับคำพูดของฮอร์รันเท่านั้น เขาเสนอความเห็นต่าง “ตามที่ข้าได้ยินมา ลูกชายคนโตของท่านประสบอุบัติเหตุคในรั้งนี้ แน่นอนท่านควรรู้ว่าแม้สาวกของวิหารแห่งความรุ่งโรจน์จะเต็มไปด้วยคนที่แข็งแกร่งและทรงพลัง แต่พวกเขาทั้งหมดก็ไม่มีความน่าเชื่อถือทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น”

แองโกร่าสังเกตเห็นว่าสีหน้าของพ่อบ้านคนใหม่หมองคล้ำและกำหมัดแน่น

เขาเข้าใจทันทีว่าพ่อบ้านถูกส่งมาที่นี่จากวิหารแห่งความรุ่งโรจน์

'ไม่น่าแปลกใจที่ตาแก่ให้เขาออกไปก่อนที่จะพูดกับข้า...'

ขณะเดียวกันฮอร์รันก็ยกมือขึ้นหยุดฮาโดรไม่ให้พูดต่อ

“หากท่านมาที่นี่เพื่อชักชวนให้ข้าเปลี่ยนศาสนา อย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก

"หลังเทศกาลเก็บเกี่ยว อาหารจำนวนมากที่เก็บไว้ในปราสาทเมื่อปีที่แล้วจะต้องถูกบริโภคให้หมดโดยเร็ว หากท่านไม่ติดขัดอะไร ท่านสามารถพักรับประทานอาหารที่นี่ก่อนกลับได้"

แม้ว่าฮอร์รันจะไม่ได้พูดอย่างชัดเจน แต่ความหมายของเขาก็แฝงว่า 'ออกไปทันทีหลังจากที่เจ้ากินเสร็จ' อย่างชัดเจน

“ข้าเข้าใจ อย่าโกรธเลย ท่านไม่สามารถตำหนิได้ที่ข้าพยายาม” ฮาโดรหัวเราะอย่างร่าเริงโดยไม่รู้สึกผิด แม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย “ข้ารู้มาตลอดว่าดยุคอินทรีเงินจะไม่เปลี่ยนใจง่าย ๆ…”

ความจริงมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับฮอร์รัน ที่จะเปลี่ยนใจไปเลื่อมใสศาสนาอื่นแม้ว่าเขาจะต้องการก็ตาม แม้วิหารแห่งความรุ่งโรจน์จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าศาสนจักรสีขาวอันสว่างไสว แต่พวกเขาก็จะไม่นั่งดูผู้ศรัทธาคนหนึ่งที่เป็นถึงดยุควิ่งหนีไปเข้าร่วมกับคู่แข่งของพวกเขา

“แล้วทำไมท่านถึงให้ความสำคัญกับเราด้วยการมาเยือนที่นี่ด้วยตนเอง” ฮอร์รันถามอย่างหมดความอดทน

แน่นอนว่ามันเป็นเพียงการแสดง หากจำเป็นดยุคสามารถลากการสนทนาไปได้ทั้งวัน โดยไม่พูดถึงประเด็นสำคัญ เหตุผลที่เขานำบทสนทนามาทางนี้ก็เพื่อต้องการจะสื่อว่า 'เลิกอ้อมค้อมและพูดในสิ่งที่เจ้าอยากจะพูด'

ฮาโดรเข้าใจอย่างชัดเจน เขาหยุดอ้อมค้อมและเข้าประเด็น “แองโกร่ายังไม่ได้เข้าพิธีล้างบาปใช่หรือไม่”

แองโกร่าที่เป็นเพียงฉากหลังมานานรู้สึกประหลาดใจ

'ข้ามาที่นี่เพื่อเรียนรู้ ทำไมข้าถึงถูกกล่าวถึง?'

ถึงกระนั้นหลังจากที่เขาได้ฝึกฝนตัวเองในเมืองไร้ชื่อ รวมถึงได้พูดคุยและถูกสอนสั่งโดยผู้เฒ่าแวนเค่อ แองโกร่าก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้นและคาดเดาเหตุผลที่แฝงอยู่ได้อย่างรวดเร็ว

เซซิลทายาทที่พ่อของเขาเลือกก่อนหน้านี้ได้เสียชีวิตลงจากการอาละวาดของตัวเอง ในขณะที่พี่ชายคนที่สองของเขาถูกสังหารโดยแส้ดำ

แองโกร่าจึงเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของตระกูลเฟาสต์

ตราบใดที่เขาไม่ได้ตายไปก่อนวัยอันควร การสืบทอดตำแหน่งของดยุคอินทรีเงินก็เป็นเพียงเรื่องของเวลา

เนื่องจากพ่อของเขาเป็นสาวกเก่าแก่ของคราตอสมานานหลายทศวรรษ จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่แองโกร่าจะเปลี่ยนใจไปเลื่อมใสศาสนาอื่นได้หากไม่มีอุบัติเหตุใด ๆ แต่เนื่องจากเขายังไม่ได้เข้าพิธีล้างบาปในนามของเทพแห่งสงคราม นั่นคือสาเหตุที่อัครมุขนายกตั้งเป้ามาที่เขา

น่าเสียดายที่ชายชราคนนี้ยังคิดผิด

เป็นความจริงที่ว่าแองโกร่าไม่เคยได้รับความโปรดปรานจากฮอร์รัน (หรือถูกละเลยโดยเจตนา) เขาจึงไม่ได้เขาพิธีล้างบาปตั้งแต่เนิ่น ๆ ที่วิหารแห่งความรุ่งโรจน์เหมือนเซซิล และตอนนี้แองโกร่าก็ได้รับการหล่อหลอมให้เป็นผู้ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมด้วยความเต็มใจ ทำไมเขาถึงจะต้องเปลี่ยนใจไปเลื่อมใสศรัทธาในเทพเจ้าแห่งแสงด้วย?

ลืมความรู้สึกส่วนตัวไปและพูดกันแต่เรื่องของผลประโยชน์ ระบบจากเทพเจ้าแห่งเกมให้ความสะดวกสบายกับเขาทุกรูปแบบ ในทางกลับกันเทพเจ้าแห่งแสงมีสาวกมากมายจนเขาไม่อาจได้รับการดูแลเป็นพิเศษแม้ว่าเขาจะสืบทอดตำแหน่งดยุคจริง ๆ ก็ตาม

อย่างดีที่สุดเขาก็จะถูกล้อมรอบไปด้วยสาวกคนอื่น ๆ ดังเช่นพ่อของเขาเองทุกที่ที่เขาไป ซึ่งเป็นเพียงการเปลี่ยนพนักงานจากวิหารแห่งความรุ่งโรจน์ไปเป็นศาสนจักรสีขาวอันสว่างไสว

ด้วยความคิดนั้น แองโกร่าจึงพูดออกมาตามตรง

“ข้าขอโทษ แต่ข้าไม่สนใจที่จะเข้าร่วมศาสนจักรสีขาวอันสว่างไสว”

ข้างพวกเขา พ่อบ้านคนใหม่ตาเป็นประกาย ดูเหมือนเขาจะพอใจกับปฏิกิริยาของนายน้อย

'ข้าขอโทษ แต่ข้าก็ไม่สนใจวิหารแห่งความรุ่งโรจน์เช่นกัน' แองโกร่าพูดใจในเมื่อเขาสังเกตเห็น

"ทำไม? แทนที่จะเป็นวิหารแห่งความรุ่งโรจน์ที่ฉาวโฉ่ เราศาสนจักรสีขาวอันสว่างไสวนั้นดีกว่าอย่างแน่นอน ท่านก็รู้ใช่ไหม?” อัครมุขนายกวัยชรายังคงพยายามชักชวน

แองโกร่ายังสังเกตเห็นว่าฮาโดรจ้องไปที่พ่อบ้านคนใหม่อย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนว่าอัครมุขนายกจะรู้ว่าเขามาจากวิหารแห่งความรุ่งโรจน์ ดังนั้นเขาจึงจงใจพูดแบบนั้นเพื่อยั่วยุพ่อบ้าน

เกือบจะในทันที แองโกร่าก็รู้ว่าฮาโดรกำลังคิดอะไรอยู่

ถ้าพ่อบ้านคนใหม่อดทนต่อการยั่วยุได้ อัครมุขนายกก็ได้แต่พูด แต่ในทางกลับกันถ้าพ่อบ้านคนใหม่ไม่สามารถนิ่งดูดายและตัดสินใจจะโต้เถียง หรือแม้แต่ใช้ความรุนแรงอย่างโจ่งแจ้ง เขาก็จะพิสูจน์ว่าคำพูดของอัครมุขนายกเป็นจริงเกี่ยวกับนิสัยที่ไม่ดีของวิหารแห่งความรุ่งโรจน์

และเมื่อพิจารณาว่าฮาโดรเป็นถึงอัครมุขนายกและไม่ได้อ่อนแอเลย เรื่องนี้อาจเป็นเพียงการแสดงดี ๆ เพื่อหลอกล่อให้แองโกร่าเปลี่ยนใจ

เมื่อเข้าใจแล้ว แองโกร่าก็ไม่ปล่อยให้อัครมุขนายกพูดต่อ

“มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนั้น” เขายิ้มอย่างสดใสให้ฮาโดร “แต่สิ่งที่ข้าชอบทำมากที่สุดคือการพูดว่า 'ไม่' เมื่อมีคนจับหัวข้าและบังคับให้ข้าเปลี่ยนใจไปเลื่อมใสศรัทธาเทพเจ้าบางองค์”

ความสงบบนใบหน้าของอัครมุขนายกจางหายไปจากความเป็นศัตรูที่ชัดเจนของแองโกร่า และเริ่มมองไปที่แองโกร่าอย่างจริงจัง

แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาของเขาก็ไม่ได้แสดงความโกรธ แต่กลับมีความชื่นชมแทน

"ดูเหมือนว่าข้าจะละเลยความรู้สึกของท่านไป”

ขณะที่ชายชรากำลังจะพูดต่อ แต่ก็มีเสียงวุ่นวายดังขึ้นนอกประตู

ทหารยามคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาในห้อง “ท่านลอร์ด” เขารายงาน “อธิการคนหนึ่งจากศาสนจักรสีขาวอันสว่างไสวมารออยู่ด้านนอก เขาอ้างว่ามีข่าวด่วนต้องแจ้งไปยังท่านอัครมุขนายก…”

“ให้เขาเข้ามา”

แม้ว่าฮอร์รันจะไม่ได้ชอบฮาโดร แต่เขาก็อนุญาตให้ผู้มาใหม่เข้ามา เนื่องจากเขาไม่ใช่คนประเภทที่ใช้กลอุบายราคาถูก

และในไม่ช้าก็มีชายคนหนึ่งลุกลี้ลุกลนวิ่งเข้ามา

“คัฟฟอน เจ้าเป็นอธิการแล้ว ข้าไม่ได้บอกเจ้าหรือว่าเจ้าควรสำรวมกิริยาตลอดเวลา หรือเจ้าลืมไปแล้ว” ฮาโดรจ้องไปที่นักบวชชุดขาวด้วยความไม่พอใจ

“ท่านเจ้า นี่เป็นเรื่องเร่งด่วน” คัฟฟอนตอบ ดูเหมือนเขาจะลังเลว่าเขาควรจะกระซิบข่าวให้หัวหน้าเขาฟังดีหรือไม่

แต่อัครมุขนายกก็สั่งว่า “พูดมาสิ ข้าเชื่อว่าดยุคเฟาสต์และทายาทของเขาไม่ใช่คนแบบนั้น”

ด้วยคำพูดนั้น อธิการชุดขาวก็ไม่ลังเลอีกต่อไป “ดูเหมือนว่าพวกซอมบี้ได้ปรากฏตัวขึ้นที่สุสานจำนวนมากใกล้ชายแดนโซติมิ…”

อธิการหยุดกลืนน้ำลายก่อนจะพูดต่อว่า “และเราได้สูญเสียการติดต่อกับคณะศักดิ์สิทธิ์ที่ออกไปควบคุมสถานการณ์ที่นั่น!”

--------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 220 อัครมุขนายก

คัดลอกลิงก์แล้ว