เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 163 เพิ่มรายได้ควบคุมรายจ่าย

บทที่ 163 เพิ่มรายได้ควบคุมรายจ่าย

บทที่ 163 เพิ่มรายได้ควบคุมรายจ่าย


พลังของซีเว่ย สามารถบันทึกได้เฉพาะประสบการณ์ของผู้ศรัทธาหลังจากที่พวกเขาเปลี่ยนใจมาเลื่อมใสศรัทธาเขาเท่านั้น นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่รู้ถึงอดีตของซอนหยาน

เพราะหุบเขาแห่งความตายที่แยกทั้ง 2 ทวีปออกจากกันถือเป็นสถานที่อันตราย ทำให้มีมนุษย์ไม่กี่คนที่สามารถเข้าถึงทวีปตะวันตกได้ นอกเหนือจากการใช้เส้นทางเดินเรือที่ชุมนุมลับดวงตาสร้างขึ้น

ซอนหยานเองก็เป็นชาวเผ่าสิงโต ซึ่งเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์หายากแม้ในหมู่มนุษย์สัตว์ ถึงอย่างนั้นคน ๆ นี้ก็มักจะเหม่อถึงเรื่องราวในอดีตที่เจ็บปวด ด้วยเหตุนี้เขาจึงดูแปลกแยกจากผู้เล่นที่ชอบทำตัวงี่เง่าไปวัน ๆ

ซีเว่ยพอจะเดาได้ว่าซอนหยานคงกำลังแบกอะไรบางอย่างอยู่ แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงแค่ลูกบอลเรืองแสง อันที่จริงมันอาจเป็นเพียงอดีตที่สิ้นหวังเช่น ถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านเพราะเขาแย่เกินไป หรือ ล้มเหลวในการต่อสู้ชิงบัลลังก์และถูกขับไล่โดยคนในเผ่า หรือ 'ข้าคือพ่อเจ้า!' 'ม่ายยย!' อะไรแบบนี้

นั่นคือเหตุผลที่เขามอบเควส [ชัยชนะของราชาแห่งสรรพสัตว์] ให้เขา เพื่อให้ซอนหยานสามารถนำกลุ่มผู้เล่นไปสอดแนมในทวีปตะวันตก ที่ซึ่งการแข่งขันของเทพเจ้านั้นดุเดือดน้อยกว่าทวีปตะวันออกมาก

ถ้าเขาสามารถเข้าถึงทวีปนั้นได้ ศาสนจักรแห่งเกมก็สามารถก่อตั้งฐานที่มั่นแห่งใหม่ที่นั่นได้

เสียแต่ว่าพลังของผู้เล่นในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ

แม้ว่าพวกเขาบางคนจะเข้าถึงเลเวล 40 ได้หลังจบกิจกรรมเกาะมนุษย์เงือก และได้เรียนรู้ทักษะระดับสูงของคลาสต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงขอบเขตที่เรียกว่า 'เหนือธรรมชาติ' ไปแล้ว แต่ด้วยเอกลักษณ์ของผู้เล่น รวมถึงทรัพยากรที่พวกเขาสามารถแบ่งปันได้นั้นมาจากสระน้ำเล็ก ๆ ของซีเว่ย (ที่เป็นเพียงเทพชั้นสาม) แต่ละคนจึงเป็นได้เพียงยอดมนุษย์ระดับต่ำเท่านั้น

อันที่จริงอัครมุขนายกกระดูกเน่านั้นก็ค่อนข้างอ่อนแอในหมู่ยอดมนุษย์ เนื่องจากเทพเจ้ากระดูกเน่าก็ไม่ต่างจากเทพเกิดใหม่อย่างซีเว่ย เพราะพวกเขาเป็นเทพเจ้าที่อ่อนแอ และเนื่องจากอัครมุขนายกไม่ได้เป็นทั้งผู้ถูกเลือกหรือนักบุญ เช่นเดียวกับที่เขาไม่ใช่พระสันตะปาปา ด้วยเหตุนี้พลังศักดิ์สิทธิ์ที่เขาได้รับจึงค่อนข้างจำกัด มากสุดเขาก็มีเลเวลแค่ 30 ตามการประเมินของซีเว่ย

นอกจากนี้เมื่อผู้เล่นมีเลเวลเกิน 40 อัครมุขนายกกระดูกเน่าอาจไม่สามารถทำลายผู้เล่นทั้งปาร์ตี้ได้อีกต่อไป แต่ก็ยังไม่มีผู้เล่นคนใดสามารถเอาชนะเขาได้ด้วยตัวคนเดียว แม้จะมีช่องว่างมากถึง 10 เลเวลก็ตาม แม้แต่มูฟาซาที่เลือกเส้นทางเก็งโยคุ เมื่อเขามีเลเวล 40  เขาก็ยังคงเป็นเหยื่อที่ถูกเหยียบโดยอัครมุขนายกอยู่ดี

ด้วยเหตุนี้ ซีเว่ยจึงไม่ได้ตั้งใจจะส่งซอนหยานออกไปยังทวีปตะวันตกทันทีหลังจากที่เขาได้รับเควส เพราะผลลัพธ์เดียวที่เขาจะได้รับคือการตายของซอนหยาน...

พูดง่าย ๆ ก็คือ ตอนนี้ผู้เล่นต้องการเวลาเพิ่มเลเวลก่อน เพื่อเข้าถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริง

และเควสที่ซีเว่ยมอบหมายให้ซอนหยานทำในระยะแรกคือ เควสรวบรวมวัสดุพิเศษเช่น ไม้ ไอเทมดรอปจากสัตว์ประหลาด และหินเสริมแกร่ง

หลังจากที่เขาทำสำเร็จ ซีเว่ยก็จะให้ซอนหยานสร้างเรือเดินทะเลด้วยฝีมืออันประณีตของเขา และมอบความไว้วางใจให้เขาทำเควสต่อเนื่อง ค้นหาสมาชิกปาร์ตี้ที่มีใจรักการผจญภัยเช่นเดียวกัน และร่วมมือกันเพื่อออกเดินทางไปยังทวีปตะวันตก

สำหรับแผนที่ที่จะนำทางไปสู่ทวีปตะวันตก ซีเว่ยวางแผนจะใช้เส้นทางเดินเรือลักลอบขนสินค้าที่ชุมนุมลับดวงตาจัดทำขึ้นเพื่อเป็นรางวัลเควส

เนื่องจากผู้เล่นเป็นมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์การเดินเรือ การเดินทางครั้งแรกก็คงจะจบลงด้วยการจมเรือตัวเองและกลายเป็นศพแม้จะมีแผนที่ทางทะเลเป็นข้อมูลอ้างอิงก็ตาม

ในฐานะที่เขาเป็นเทพเจ้าผู้เมตตา ซีเว่ยจะไม่ตัดสินว่าซอนหยานทำเควสล้มเหลว ในตอนนั้นเขาจะรีเซ็ตเควสกลับไปยังเฟสแรก และให้ผู้เล่นรวบรวมวัสดุเพื่อสร้างเรือใหม่อีกครั้ง ยังไงซะการรวบรวมวัสดุก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเขาทำมันร่วมกับเพื่อน ๆ...

ซีเว่ยไม่ได้มีตาทิพย์ที่สามารถมองเห็นอนาคตได้ เขาจะเห็นผลลัพธ์ได้ก็ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น

ยังไงซะก็เป็นซอนหยานและผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่เล่นเกมนี้ไม่ใช่เขา…

สำหรับซีเว่ย มันเป็นเกมหมากรุกสบาย ๆ มันจะโอเคแม้ว่ามันจะไม่ได้ผล หากมันล้มเหลวอย่างน้อยเขาก็จะได้รู้ว่ามีอะไรอันตรายในทวีปตะวันตก และยังไม่พร้อมที่จะสำรวจ

นอกจากนี้ผู้เล่นยังอยู่ห่างจากเลเวล 60 เพียงไม่กี่เลเวล แต่เนื่องจากความต้องการด้าน EXP ที่เพิ่มขึ้น ผู้เล่นจึงต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้นเพื่อถ่มช่องว่างนั้น และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ซีเว่ยจะต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

สุดท้ายแล้วความสามารถของผู้เล่นก็ต้องพัฒนา และต้องมีเพดานเลเวลสูงสุดใหม่

ตราบใดที่ซีเว่ยเต็มใจใช้พลังงานเทพเจ้าของเขา ในฐานะเทพเขาสามารถพัฒนาผู้เล่นได้อย่างแน่นอน แม้ว่าจะต้องบังคับพวกเขาก็ตาม แต่จะมีปัญหาร้ายแรงเกิดขึ้น ถ้ามีแค่ผู้เล่นไม่กี่คนมันก็โอเค แต่หากมีผู้เล่นเลเวลเกิน 60 จำนวนมาก พลังงานเทพเจ้าของซีเว่ยจะไม่เพียงพอ และเขาจะต้องเผชิญกับภาวะล้มละลาย

ตอนนี้ความจริงแล้วพลังงานเทพเจ้าของเขาแทบจะไม่มีความสมดุลระหว่างรายรับและรายจ่าย และไม่มีผลกำไรมหาศาลอย่างที่เขาคิดไว้ในตอนแรก

เหตุผลก็ง่ายมาก เขาประเมินรายจ่ายของทักษะต่ำเกินไป เมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นแต่ละคนเรียนรู้เทคนิกใหม่ ๆ ที่ระบบยอมรับว่าเป็นทักษะ พวกเขาก็จะใช้คะแนนทักษะเพื่อเรียนรู้มันทันที และการลงทุนคะแนนทักษะมากขึ้นก็ทำให้ผลของทักษะดีขึ้น

กระบวนการนี้มีค่าใช้จ่ายแบบขั้นบันไดสำหรับพลังงานเทพเจ้าของซีเว่ย การเรียนรู้ทักษะระดับหนึ่งจะใช้พลังงานเทพเจ้าไม่มากนัก แต่ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มระดับทักษะจากระดับ 8 ไป 9 นั้นน่ากลัวมาก

ซีเว่ยไม่เคยคิดถึงสถานการณ์นี้มาก่อนเลย เพราะงั้นเขาเลยต้องใช้พลังมหาศาลเพื่อป้องกันไม่ให้ระบบทักษะพังทลาย

หากเขาสามารถโหลดไฟล์บันทึก และให้หนังสือเล่มนี้ย้อนกลับไปยังบทที่หนึ่งได้ เขาจะไม่ลังเลเลยที่จะเปลี่ยนระบบทักษะใหม่ คะแนนทักษะจะใช้เพื่อเรียนรู้ทักษะเท่านั้น ในขณะที่ระดับทักษะจะเพิ่มขึ้นได้โดยการฝึกฝนมันซ้ำ ๆ ด้วยตัวเองเท่านั้น...

“ฉันจะติดตัวแดงไม่ช้าก็เร็วถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไป ถ้าฉันไม่อยากกลายเป็นลูกบอลเหี่ยว ฉันคงต้องวางแผนใช้พลังงานเทพเจ้าของฉันตั้งแต่ตอนนี้…”

ซีเว่ยยังคงยึดมั่นในวิธีเดิมนั่นคือ การเพิ่มรายได้และการควบคุมรายจ่าย

ที่บอกว่าควบคุมรายจ่ายนั้น เป็นอะไรที่ยากมากในความเป็นจริง เนื่องจากศาสนจักรแห่งเกมยังคงมีอะไรอีกมากมายให้ต้องทำ และสถานที่ที่ควรลงทุนพลังงานเทพเจ้าก็ไม่สามารถประหยัดได้ ถ้าซีเว่ยชะลอการพัฒนาของตัวเองลงเพียงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายบางอย่าง มันก็เหมือนกับการลากรถเข็นก่อนที่จะได้ม้ามาเทียม

หากเป็นแบบนั้นซีเว่ยสามารถใส่ 'เควสปลุกพลัง' หรืออะไรก็ตามที่คล้ายกันเพื่อควบคุมผู้เล่น โดยให้พวกเขาผ่านการทดสอบเพื่อที่เขาจะได้มีพลังงานเทพเจ้ามากขึ้น ก่อนที่จะเพิ่มเลเวลให้ผู้เล่น และในกระบวนการนี้ เขาก็จะเลือกผู้เล่นที่คุ้มค่ากับการลงทุนเพื่ออัพเลเวลให้สูงกว่า 60

ในทางกลับกัน การเพิ่มรายได้ทำได้ง่ายกว่ามาก

อย่างเช่นเมื่อกิจกรรมจบลง หมายความว่าผู้เล่นมีส่วนร่วมในฟอรัมและคุยโม้น้อยลง นอกจากนี้ผู้เล่นยังบ่นในฟอรัมว่ามันน่าเบื่อเกินไป และไม่มีอะไรให้ทำนอกจากนั่งอยู่เฉย ๆ ในกระท่อมสีดำหลังน้อยระหว่างรอฟื้นคืนชีพ

ดูเหมือนว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องเพิ่มฟังก์ชันอื่น ๆ ในฟอรัม

“ในฐานะเทพเจ้าแห่งเกมผู้ยิ่งใหญ่ การเพิ่มเกมอาร์เคดลงในฟอรัม ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องหรือ”

ซีเว่ยหันไปมองเกมอาร์เคดทั้งสามเกมที่เขาได้ปรับแต่งมาเป็นเวลานาน และในที่สุดเกมที่ผ่านการดัดแปลงด้วยเวทมนตร์ 3 เกมก็ได้รับการบันทึงลงในซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในที่สุด

ตอนนั้นเอง รอยยิ้มของกาเบรียล•นิวเอล*ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้ากลม ๆ ของเขา

(TL:กาเบรียล นิวเอล หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันในชื่อของ กาเบน นักธุรกิจผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Valve และแพลตฟอร์มขายเกมชื่อดังอย่าง Steam)

---------------------------------------------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 163 เพิ่มรายได้ควบคุมรายจ่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว