เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 151 สลัม

บทที่ 151 สลัม

บทที่ 151 สลัม


ทางเหนือของเมืองแลงแคสเตอร์เป็นสลัม

เมื่อก่อนที่นี่ก็เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเมืองทั่วไป แม้ว่ามันจะไม่หรูหราและดีเท่าย่านขุนนางทางใต้ หรือเจริญรุ่งเรืองเท่าย่านการค้าทางตะวันออก และไม่ได้แตกต่างจากย่านตลาดมืดทางตะวันตกที่ค่อนข้างวุ่นวาย แต่ทุกคนก็อยู่กันได้อย่างดีและมีชีวิตชีวา

จนกระทั่งวันที่เทียร์ร่าล่มสลายลง

แลงแคสเตอร์ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก แต่นั่นใช้ได้กับเขตที่อยู่อาศัยของขุนนางและย่านการค้าเท่านั้น

เขตที่อยู่อาศัยของชาวเมืองได้รับผลกระทบหนักที่สุด และเนื่องจากไม่มีการจัดการที่ดีและไม่ได้รับการซ่อมแซม ทำให้เขตที่อยู่อาศัยเดิมหายไปและกลายเป็นเพียงสลัม อาคารหลายหลังที่เสียหายจากไฟสงครามกระทั่งปัจจุบันมันก็ยังคงเป็นซากปรักหักพังที่อาจพังทลายได้ทุกเมื่อ

และในซากปรักหักพังของบ้านหลังหนึ่ง มีเด็กตัวสั่น 3 คนนั่งล้อมรอบกองไฟ สภาพเหมือนกำลังจะตาย พวกเขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รับความอบอุ่นเพิ่มขึ้นอีกนิดจากกองไฟตรงหน้า

ซิมบ้าเป็นเด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตในสงครามเมื่อหลายปีก่อน บ้านที่พ่อแม่ทิ้งไว้ก็ถูกพวกอันธพาลเข้ายึดครอง การต่อต้านของซิมบ้าที่ยังเด็กนั้นไม่เพียงแต่จะไร้ประโยชน์ เขายังถูกพวกมันไล่ล่าหลังจากที่พวกอันธพาลขนของมีค่าไปจนหมด

สุดท้าย เขาก็หนีมาอาศัยอยู่ในซากปรักหักพังของบ้านเก่า ๆ และได้พบพี่ชายและน้องสาว ซาซูและนาล่า ที่เดินเตร่อยู่ข้างนอกในฐานะเด็กกำพร้า

เด็กทั้ง 3 รวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในวันธรรมดาพวกเขาช่วยพ่อค้าในย่านการค้าทำงานแปลก ๆ และบางครั้งก็เร่ขายของ พวกเขาจึงพอมีเงินเก็บพอประทังชีวิตอยู่บ้าง

แต่ถึงอย่างนั้นฤดูหนาวปีนี้ก็ยาวนานกว่าที่คาดไว้ อาหาร ฟืน และเงินเหรียญสุดท้ายของพวกเขาหมดลง แต่ดวงอาทิตย์ดูเหมือนจะยังไม่คิดจะโผล่หน้าออกมาท่ามกลางหมู่เมฆ

“ไฟกำลังจะดับ เพิ่มไม้สักหน่อยดีไหม” ซาซูพูดขึ้น

ซิมบ้าส่ายหัว “ไม่ เรารื้อไม้กระดานออกมาไม่ได้แล้ว บ้านหลังนี้รับไม่ไหว ถ้าขืนเรายังรื้อต่อไป แค่ลมพัดมามันคงจะพังแน่ ๆ”

ฤดูหนาวที่ยาวนานทำให้ราคาฟืนเพิ่มขึ้น มันเป็นราคาที่ซิมบ้าและพี่น้องของเขาไม่อาจจ่ายได้

“พี่ชาย…”

ดวงตาของนาล่าปิดลงขณะที่เธอเอนตัวพิงซาซู เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ผอมบางและขี้โรค กำลังล่องลอยอยู่ระหว่างความฝันและความเป็นจริง เธอพึมพำเบา ๆ ว่า "ข้าหิวมาก…"

เด็กชายทั้งสองมองหน้ากัน เวลานี้นับประสาอะไรกับเด็กสองคน แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ทำอะไรไม่ได้

“ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ข้าจะออกไปนอกเมืองเพื่อขนฟืนกลับมา” ซิมบ้ากัดฟัน เขาตัดสินใจแล้ว

ถ้าข้าหาฟืนได้สามสี่มัด เราก็จะมีฟืนไว้ใช้เองและหาอาหารให้นาล่าได้!”

“อย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ!” ใบหน้าของซาซูซีดลง เขาพยายามเตือนสติซิมบ้า “ในป่าอันตราย มันน่ากลัว มีเพียงไม่กี่คนที่ออกไปหาไม้แล้วรอดกลับมาได้ แม้แต่นักล่าที่มีประสบการณ์และยามรักษาการของเมืองที่มีอาวุธครบครันก็ยังถูกฆ่าตาย! ข้าเคยได้ยินทหารรับจ้างที่โรงเหล้าพูดกันว่าพวกเขาพบเห็นร่องรอยของเขี้ยวมังกรแถวนี้ด้วย มันน่ากลัวยิ่งกว่าเสือเขี้ยวดาบอีกนะ!”

“แต่เราไม่มีทางเลือกแล้ว” ซิมบ้าพูดอย่างขมขื่น “ไม่มีงานให้เราทำในฤดูหนาว และไม่มีใครบนถนนให้เราขโมย…”

ซาซูกำลังจะเถียง แต่ทั้งเขาและซิมบ้าก็หยุดพูดทันที พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ข้างนอก

น้ำหนักการลงเท้านั้นเบามาก เด็ก ๆ จะไม่ได้ยินอะไรเลยถ้าไม่ใช่เพราะพื้นมีหิมะหนา ๆ ปกคลุม

หรือจะเป็นพ่อค้าทาส?

เด็กชายแอบมองออกไปขณะหยิบหินก้อนใหญ่ขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ หินมีขนาดเกือบครึ่งหัวคน หัวใจของพวกเขารู้สึกกระวนกระวาย

ชีวิตของพวกเขาจะจบลง หากเด็ก ๆ อย่างพวกเขาถูกจับไปขายเป็นทาส ไม่มีนายทาสคนไหนต้องการเด็กขี้โรค ขี้แย และสกปรกเช่นพวกเขา พวกเขาจะถูกส่งไปยังเหมืองผิดกฎหมายและถูกใช้งานจนตาย หรือกลายเป็นอาหารสัตว์ประหลาดบนสังเวียนนักสู้...

แต่ทั้งซิมบ้าและซาซูต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อในที่สุดคน ๆ นั้นก็โพล่หน้ามาให้เห็น พวกเขายังคงตื่นตัวแต่ก็ไม่มากเท่าก่อนหน้านี้แล้ว

คน ๆ นั้นเป็นชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างผอมสูง เขาเรียกตัวเองว่ามูฟาซา ดาบที่เขาแบกอยู่บนหลังนั้นแตกต่างจากดาบหนัก ๆ ที่ทหารรับจ้างคนอื่น ๆ ใช้ มันยาวและแคบอย่างน่าประหลาด ไม่ต้องพูดถึงว่ามันมีคมแค่ด้านเดียว ยิ่งไปกว่านั้นแม้อากาศจะหนาวเย็น แต่เขาก็สวมเพียงเสื้อผ้าที่เย็บจากผ้ากระสอบที่มีลักษณะคล้ายกับคนจรจัดเท่านั้น

แต่ถ้าจะบอกว่าเขาเป็นคนจรจัดก็คงจะไม่ถูก เพราะจริง ๆ แล้วชายในผ้ากระสอบนั้นสะอาดมาก เช่นเดียวกับเสื้อผ้าของเขาที่เรียบจนไม่มีแม้แต่รอยยับ

เมื่อพิจารณาว่าทั้งการซักและรีดจะต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ซิมบ้าก็สงสัยว่าต้องซักผ้าที่เย็บจากเศษผ้าขาด ๆ นั่นด้วยหรือ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซิมบ้าและซาซูได้พบเขา

เมื่อฤดูหนาวเริ่มต้นขึ้น ชายวัยกลางคนคนนี้ก็เข้ามาถามพวกเขาอย่างตื่นเต้นว่า พวกเขาต้องการเข้าร่วมโบสถ์ลึกลับหรือไม่ เขาไม่ได้ระบุว่าเป็นศาสนจักรใด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ซิมบ้าไม่สนใจเขา เขาเชื่อว่ามันต้องเป็นนอกรีต

เขาต้องการลากซาซูและนาล่าเข้าสู่ศาสนาแปลกประหลาดบางอย่าง แล้วใช้พวกเขาเป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าชั่วร้ายแน่ ๆ

โชคดีที่มูฟาซาไม่ได้รบกวนพวกเขา และจากไปหลังจากที่ซิมบ้าปฏิเสธ

แต่เขาก็มักจะกลับมาอีกเสมอ แม้จะต้องจากไปอย่างรวดเร็วทุกครั้งที่เขาล้มเหลวในการชวนพวกเด็ก ๆ

และตอนนี้มูฟาซาก็ยกมือขึ้นอย่างยอมจำนน เมื่อเขาเห็นเด็กชายและก้อนหินในมือเด็ก บ่งบอกว่าเขาไม่ได้อันตราย

“ที่นี่หนาวมาก เจ้าคงไม่รังเกียจที่ข้าจะขอเข้าไปผิงไฟด้วยใช่ไหม?” เขาพูดเองเออเอง จากนั้นก็เดินเข้ามาใกล้กองไฟ ทำราวกับว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นท่าทางไม่เป็นมิตรของซิมบ้าและซาซู

อย่างไรก็ตามไม่มีใครเห็นสิ่งที่เขาทำ แต่จู่ ๆ ไฟก็ลุกโชน ความอบอุ่นของเปลวไฟแพร่กระจายเข้ามาในบ้านที่เหลือแต่เพดานครึ่งเดียว ทำให้ซิมบ้ารู้สึกสบายเหมือนได้อาบน้ำอุ่น เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เขาได้อาบน้ำอุ่นคือเมื่อไหร่

ในขณะเดียวกัน มูฟาซาก็แอบเห็นกระดูกขาวัวตรงมุมที่เต็มไปด้วยรอยกัด เขาเลิกคิ้วขึ้น

ไม่รู้ว่าเขาหยิบหม้อที่คล้ายกับหมวกเกราะออกมาจากไหนวางไว้บนกองไฟ และออกไปข้างนอกเพื่อตักหิมะสะอาด ๆ มาต้มในหม้อ จากนั้นเขาก็หยิบเครื่องเทศที่ซิมบ้าไม่รู้จักออกมา และใส่มันลงไปในหม้อ ก่อนที่จะหยิบเบคอนชิ้นหนึ่งออกมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ด้วยดาบยาว ๆ ของเขา และโยนมันลงไปในหม้อ

ซิมบ้ากระพริบตาปริบ ๆ ดาบยาวนั้นเป็นมีดหั่นเนื้อหรือ มันจะไม่ทำร้ายคนอื่นหรือ มันดูยาวเกินไปและดูไม่สะดวกเลยสักนิด

แต่ไม่นานพอกลิ่นหอมของซุปเบคอนก็ลอยขึ้นมา ชวนให้ซิมบ้าและคนอื่น ๆ น้ำลายสอ

--------------------------------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 151 สลัม

คัดลอกลิงก์แล้ว