เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 152 ทหารยาม

บทที่ 152 ทหารยาม

บทที่ 152 ทหารยาม


“อยากกินไหม ถึงเครื่องปรุงจะไม่ค่อยดีนัก แต่รสชาติก็ดีเมื่อนำมาใช้ทำซุป”

มูฟาซาชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนคนหยาบ ๆ หยิบช้อนไม้ออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ กวนซุปเนื้อเดือด ๆ ในหม้อ และตักขึ้นมาหนึ่งช้อน “ข้าค่อนข้างมั่นใจในฝือมือการทำซุปของข้า”

นาล่าที่หลับใหลตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ หลังจากได้กลิ่นหอม ๆ ของน้ำซุป

“มันอาจเป็นกับดักเช่น 'เจ้าดื่มซุปไปแล้วเจ้าจะกลายเป็นผู้ศรัทธาในศาสนจักรของเรา' ใช่ไหม?” ซิมบ้าระแวง

เขาไม่อาจไม่ระแวงได้ ทุกวันนี้เด็ก ๆ หายไปจากสลัมเรื่อย ๆ

“ผ่อนคลายน่า ข้าไม่ได้หมดหวังขนาดนั้น…มันเป็นเควสถาวร”

มูฟาซาพูดอย่างเมินเฉยในสิ่งที่ซิมบ้าและคนอื่น ๆ ไม่เข้าใจ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่คิดร้าย

ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าซิมบ้าและซาซูจะยังถือหินไว้ในมือ และดูพร้อมจะโจมตีได้ทุกเมือ แต่พวกเขาก็แค่วางท่าไปงั้น เนื่องจากพวกเขาไม่มีแรงเหลือแล้ว หลังจากทนหิวโหยมานาน

แน่นอนว่ามูฟาซาสามารถใช้ดาบยาวของเขาที่เฉือนเบคอนหนา ๆ ได้เหมือนหั่นเนย สับพวกเขาได้อย่างง่ายดาย

เด็กชายทั้งสองมองหน้ากัน และตัดสินใจวางหินลง

เด็กทั้งสามคนหยิบชามไม้เล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่มุมห้องออกมาตักซุปช้อนโต ก่อนจะผลัดกันดื่มซุป

“อร่อยมาก!” ซิมบ้าอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา

แต่เห็นได้ชัดว่าทั้งเขาและซาซูพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อควบคุมแรงกระตุ้นที่จะซดซุปจนหมดในอึกเดียว เพื่อให้นาล่าที่อ่อนแอได้กินมากขึ้น

มูฟาซาอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับท่าทางที่จริงจังนั้น “ดื่มไปเถอะ”

“ลุงไม่กินเหรอ” นาล่าถามเสียงแผ่ว

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ถึงข้าจะดูเป็นแบบนี้ แต่ข้าก็มีรายได้มากมายเมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าไม่เคยอดอยาก!” มูฟาซายิ้มตอบ

“โกหก ข้าเห็นเจ้าโดนทหารยามจับแขวนไว้ที่ประตูเมืองเพื่อเตือนประชาชน!” ซิมบ้าไม่ลังเลที่จะเปิดโปงคำโกหกของมูฟาซา

“อะแฮ่ม! เจ้าพูดอะไร? เด็กอย่างเจ้าไม่เข้าใจแผนการของผู้ใหญ่หรอก นี่เป็นกลยุทธ์ที่ข้าใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทหารยาม!” มูฟาซาโม้อย่างหน้าด้าน ๆ “ตอนนี้เราเป็นพี่น้องกันแล้ว!”

เป็นผลให้เด็ก 3 คนมองเขาอย่างสงสัย

ตอนแรกมูฟาซาตั้งใจจะโม้ต่อ แต่แววตาของเขาก็ดูคมขึ้น เขาเงียบลงและฟังเสียงอย่างตั้งใจ

มีเสียงฝีเท้านอกบ้านอีกครั้ง

ไม่เหมือนกับตอนที่เขามา คราวนี้มีคนอย่างน้อยหนึ่งโหล เกือบครึ่งหนึ่งมีฝีเท้าเบามาก เขาจะไม่ได้ยินถ้าเขาไม่ตั้งใจฟัง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีคนที่น่าจะอ้วนเกิน 200 โล หรือคนสวมชุดเกราะหนักมาด้วย

มีเพียงคนเดียวที่สามารถสวมชุดเกราะในเมืองได้ นั่นก็คือทหารภายใต้คำสั่งของเจ้าเมือง เพราะหน่วยทหารของโบสถ์จะสวมชุดเกราะผ้า และทหารธรรมดาไม่มีเกราะหนักให้ใส่

ฤดูหนาวที่ยาวนานทำให้ทหารยามยุ่งมาก คนก็เลยไม่พอ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องนำทหารธรรมดามาร่วมทีมลาดตระเวน

สีหน้าของมูฟาซาเปลี่ยนไป “กินให้หมด แสร้งทำเป็นว่าเจ้าไม่เคยเห็นข้ามาก่อนถ้าพวกเขาถาม!”

หลังจากพูดจบเขาก็ปีนขึ้นหลังคาไปอย่างรวดเร็ว และหายเข้าไปในชายคา

หลังจากที่เขาจากไป ทหารก็เข้ามาในบ้านที่ทรุดโทรมหลังนี้

อย่างไรก็ตาม คนที่นำพวกเขาไม่ใช่หัวหน้าทหารรักษาการณ์ของเมืองที่สวมชุดเกราะเต็มยศเหมือนเช่นเคย แต่เป็นชายหนุ่มผู้หยิ่งผยองสวมชุดย้อมสีที่ดูหรูหรามาก เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นขุนนาง ที่แม้แต่หัวหน้าทหารรักษาการณ์ของเมืองก็ต้องยอมติดตามเหมือนลูกน้อง

ขุนนางหนุ่มหยิบกระดาษม้วนหนึ่งออกมา และแสดงมันให้เด็ก ๆ ดู

มันมีภาพเหมือนของมูฟาซาอยู่ในนั้น

“เด็ก ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้เจ้าเคยเห็นชายคนนี้หรือไม่”

ทั้งสามคนไม่ลังเลที่จะส่ายหัว

“เฮอะ เจ้าแน่ใจหรือว่าคนรู้จักของมาร์นี่•วิลฟ์คนนี้มักจะมาพบกับเด็กสามคนนี้?” ขุนนางหนุ่มหันไปถามหัวหน้าทหารรักษาการณ์เมือง

"ครับท่าน นั่นคือสิ่งที่สายข่าวของเราบอกเรามา” หัวหน้าทหารตอบอย่างเคารพ

ขุนนางหนุ่มเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด แต่เมื่อเขากำลังจะจากไปพร้อมกับทหาร เขาก็สังเกตเห็นหม้อต้มที่แขวนอยู่เหนือกองไฟอย่างไม่ได้ตั้งใจ หม้อนั่นเป็นหมวกเกราะแปลก ๆ ที่ไม่ได้มีให้เห็นในละแวกนี้ง่าย ๆ

รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่ม เขาหยุดและสั่งหัวหน้าทหารรักษาการณ์เมืองที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “จับผีน้อย 3 ตัวนี้แล้วพาตัวไป! ทิ้งคนไว้ที่นี่คนหนึ่ง เพื่อนของเราจะได้รู้ว่าต้องมาหาเราที่ไหน”

“ท่านจะพาเด็กกลุ่มนี้ไปหมดเลยหรือ” หัวหน้าทหารยามสับสน

"ไงก็ได้ พวกมันก็แค่ชาวนาสกปรก ไม่สำคัญว่าพวกมันจะตาย“ขุนนางหนุ่มไม่สนใจเรื่องนี้”สิ่งสำคัญคือเราต้องได้ตัวมันมา และทรมานมันหาจุดอ่อนของมาร์นี่•วิลฟ์…พ่อค้าคนนั้นมีทรัพยากรมากมายที่คนในเมืองกำลังจับตามอง! ยิ่งเราได้ตัวมันมาเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีเท่านั้น!”

ดังนั้นทหารที่เคยกลั่นแกล้งชาวบ้านชายและหญิงเป็นวิสัย ทันทีที่ได้รับคำสั่งก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างโหดเหี้ยม จับเด็กทั้ง 3 คนและชกซิมบ้าที่ดิ้นรนจนสะบักสะบอมและฟกช้ำ

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ขุนนางหนุ่มรู้สึกรำคาญมากที่เด็กหนุ่มจ้องมองเขาอย่างดุร้าย และไม่ยอมแพ้แม้จะได้รับบาดเจ็บ

“ตัวประกันมีแค่ 2 คนก็พอแล้ว!” จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ซิมบ้า “กำจัดไอ้เด็กนั่นซะ เพื่อนของเราจะได้รู้ว่าเรากำลังจริงจัง! ให้ข้าคิดก่อน…ถูกต้อง ตัดหัวมันแล้วแขวนไว้ที่ประตู!”

ทหารที่กดหัวซิมบ้าไม่ลังเลที่จะชักดาบออกมา

"เดี๋ยว!"

นั่นคือตอนที่มูฟาซากระโดดลงมาจากหลังคา

มูฟาซารู้สึกไม่สบายใจ นั่นคือเหตุผลที่เขากลับมาตรวจสอบพวกเด็ก ๆ

เขาไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอะไรที่น่าโมโหแบบนี้

มูฟาซาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัว เพราะซิมบ้าจะตายอย่างไม่มีเหตุผลหากเขามาสาย

“อ๊า! เห็นไหมล่ะ!” ขุนนางหนุ่มดูดีอกดีใจราวกับว่าเขาจับได้ปลาตัวใหญ่

“ท่านฉลาด ลอร์ดของข้า” หัวหน้าทหารในชุดเกราะหนักข้าง ๆ เริ่มเลียเขาทันที

มูฟาซาจ้องมองทั้งสองคนด้วยความสับสน “ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้? พวกเขาไม่ใช่พลเมืองของแลงแคสเตอร์เหรอ? หรือทหารรักษาการณ์ของเมืองไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องพลเมือง?”

“พลเมือง? เจ้าผิดแล้ว เฉพาะผู้ที่จ่ายภาษีครบกำหนดทุกเดือนเท่านั้นที่เป็นพลเมือง ส่วนไอ้พวกนี้มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าหนูในท่อระบายน้ำ มันเป็นแค่ขยะมีชีวิต”

ขุนนางหนุ่มไม่มีความลังเลอยู่ในคำพูดของเขาเลย จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่มูฟาซา “แต่นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า ทหาร! จับมันมาให้ข้า!”

-------------------------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 152 ทหารยาม

คัดลอกลิงก์แล้ว