- หน้าแรก
- พวกแกก็ปฏิวัติกันไปเองสิ
- บทที่ 33 [ฟรี]
บทที่ 33 [ฟรี]
บทที่ 33 [ฟรี]
“สวัสดีครับคุณผู้หญิง! เราเจอกันที่ปราสาทเชกรันด์เมื่อเดือนที่แล้ว จำได้ไหมครับ?”
“เรามีไวน์ชั้นดีเพิ่งเข้ามา อยากมาดื่มด้วยกันไหม……”
“ฟาร์มปลาแถบชายฝั่งตะวันตกหรือ? โฮ่ๆๆ อืม นี่มัน……”
งานศพของลูพีออนไม่ได้เคร่งขรึมอย่างที่ฉันคาดไว้
แทนที่จะเป็นงานศพ มันกลับรู้สึกเหมือนงานสังสรรค์กลางแจ้งของเหล่าขุนนาง
ถ้างานศพในเกาหลีมีบรรยากาศแบบนี้ คงถูกมองว่าเป็น “การตายที่ดี”
‘ก็แหงล่ะ การตายหลังจากจับผู้นำกองทัพปฏิวัติได้ ก็คงนับว่าเป็นการตายที่ดี’
ลูพีออนที่นอนอยู่ในโลงศพจะคิดยังไงกับความคิดของคนที่เป็นต้นเหตุให้เขาตายและขโมยตราเวทของเขาไป?
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาแวบหนึ่งในหัวฉัน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องสนใจอีกต่อไป
ถ้าเขาโกรธนัก ก็จงแหวกโลงขึ้นมาฟื้นคืนชีพเอาเอง
“บัตรเชิญยืนยันแล้วครับ”
“ท่านไคเรน บัคเคนไฮม์ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านมาครับ”
เมื่อเห็นฉันเดินตามไคเรนมา เหล่าคนรับใช้ก็โค้งคำนับอย่างเคารพ
คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้ฉันจะได้เดินอย่างภาคภูมิผ่านประตูหน้าของที่ที่ฉันเคยแอบเข้าในสมัยเป็นพวกไนฟ์เฮด
มันอาจเป็นช่วงเวลาซาบซึ้ง...ถ้าไม่ติดว่าไม่มีเวลาจะซาบซึ้ง
‘พวกนั้นเริ่มทยอยปรากฏตัวทีละคนแล้ว’
ท่ามกลางขุนนางที่มาร่วมงานศพ คนรับใช้ที่ถืออาหาร และพ่อค้าเร่ที่ผ่านไปมา
ฉันสามารถมองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยปะปนอยู่ในหมู่พวกเขา
สมาชิกระดับล่างของกองทัพปฏิวัติที่เคยร่วมภารกิจกับตัวเอกในเนื้อเรื่องต้นฉบับ [Empire Revolution]
พวกเขาเตรียมการเสร็จหมดแล้ว และกำลังรอให้จักรพรรดิปรากฏตัว
“การรักษาความปลอดภัยแย่มาก แย่จนน่าสงสัยเลย”
ต่างจากฉันที่มองผู้คน ไคเรนจ้องไปที่ทหารที่ยืนเรียงแถวอยู่ทั่วงาน
“พลซุ่มยิงบนดาดฟ้ายังไม่มีศูนย์เล็งที่เหมาะสมเลย แล้วทหารลาดตระเวนก็เป็นทหารประจำการธรรมดาที่มีจำนวนมากก็จริง แต่คุณภาพไม่มีเลย”
“ท่านดูออกทันทีเลยเหรอครับ?”
“ข้าได้กลิ่นดินปืนในสนามรบมานานหลายสิบปี แค่มองปืนที่พวกเขาถือก็รู้แล้ว”
พูดจบ ไคเรนก็มองดูทหารที่ยืนตรงอยู่
“ทหารที่คุ้มกันเราอยู่ตอนนี้…เป็นพวกมือใหม่ที่ไม่เคยเห็นสนามรบจริงเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของไคเรน ฉันก็ลองมองชุดของทหารอีกครั้ง
ใบหน้าสะอาดสะอ้าน เครื่องแบบเรียบร้อยไม่มีรอยเปื้อน แม้แต่รองเท้าก็ยังเงาวับไร้รอยขูดขีด
พวกเขาดูเหมือนนักแสดงในชุดทหารมากกว่าทหารจริงๆ
“หัวหน้าหน่วยองครักษ์จักรวรรดิเป็นคนของเขตปกครองดยุกนิฟเฮล์ม ไอ้สารเลวนั่นจงใจส่งหน่วยรบชั้นยอดไปที่อื่น”
เมื่อได้ยินคำพูดของไคเรน ฉันก็ประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน
ความปลอดภัยที่อ่อนแอเพราะกลอุบายของขุนนางเวท
กองทัพปฏิวัติที่แฝงตัวอยู่ทั่วทุกแห่งและรอโอกาส
ขุนนางที่กำลังสนุกกับการต้อนรับในจุดที่ถูกวางแผนให้เป็นสถานที่โจมตี
จักรพรรดิที่จะปรากฏตัวในไม่ช้าก็ไม่ต่างอะไรกับเหยื่อที่ถูกเตรียมไว้ให้กองทัพปฏิวัติ
“อย่ากังวล วอลเตอร์กับทหารของเราจะดูแลความปลอดภัยหลักให้ แต่ถ้าเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น…”
“ผมจะต้องพาเด็กหนีใช่ไหม เข้าใจแล้วครับ”
แน่นอนว่าฉันไม่อาจแน่ใจได้
ไม่มีเวลาจะมาคอยดูแลแมรี่ไปพร้อมกับหยุดยั้งการลอบสังหารจักรพรรดิ
ฉันมองแมรี่ที่กระโดดโลดเต้นอยู่พลางจับมือไคเรน ขณะที่ไอรีนเดินตามหลัง
“ไอรีน! เจ้าติดแนบเกินไปแล้วนะ!”
“เอ๊ะๆ ขอโทษค่ะคุณหนู!”
ตอนที่ฉันบอกให้เธออยู่ใกล้แมรี่ ฉันไม่ได้หมายถึงให้ติดกันสามวันรวดแบบนี้
เห็นทั้งสองคนเริ่มสนิทกันแล้ว ฉันก็พยักหน้า
อย่างน้อยฉันก็มีประกันอยู่ พวกเธอคงไม่ตาย
ตุ้บ—
ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งที่มีเส้นผมสีบลอนด์ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีก็เดินชนด้านข้างของเด็กเข้า
“โอ้ ตายจริง ขอโทษที เจ็บไหมจ๊ะ?”
สุภาพบุรุษคนหนึ่งย่อตัวลงถามด้วยเสียงใจดี
ชายหน้าตาดี ผมบลอนด์เรียบร้อยและดวงตาสีฟ้า
แล้วทันทีที่ฉันเห็นใบหน้านั้น ฉันก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
‘กิเดียน ลีออนฮาร์ท…?’
ทำไมสายลับจากสาธารณรัฐเวสเทรนถึงมาอยู่ในงานศพของลูพีออน?
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ณ สถานที่ที่ไม่มีแสงแม้แต่น้อย
สมาชิกกองทัพปฏิวัติที่มารวมตัวกันรอบวาร์คกำลังตรวจสอบแผนปฏิบัติการที่จะเกิดขึ้น
“การกระจายกำลังสมาชิกเป็นยังไงบ้าง?”
“เรียบร้อยแล้ว เราสามารถเริ่มเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ทันทีที่งานศพเริ่มต้น”
“ข้าเช็กกองกำลังรักษาความปลอดภัยแล้ว มันแย่มาก พวกขุนนางเวทนี่ไม่แคร์เลยรึไงว่าจักรพรรดิจะอยู่หรือตาย?”
ความกังวลของวาร์คเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับรายงานจากสมาชิก
เขาไม่ได้กังวลว่าการฝ่าการรักษาความปลอดภัยจะยากเกินไป แต่เพราะมันง่ายเกินไป
สมาชิกคนอื่นๆ ก็คิดคล้ายกัน หนึ่งในนั้นจึงถามวาร์ค
“วาร์ค การวางกำลังของกองทัพจักรวรรดิ…มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ?”
“มันไม่แปลกหรอก มันจงใจต่างหาก”
คำตอบมาในทันที
การรักษาความปลอดภัยของกองทัพจักรวรรดิที่อ่อนแอเกินเหตุ
มันไม่เป็นธรรมชาติอย่างยิ่งหากจะอ้างว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย
“เราได้รับการติดต่อจาก ‘ผู้สนับสนุน’ ของเรา กองกำลังหลักของกองทัพจักรวรรดิถูกส่งออกไปยังชานเมืองหลวงทั้งหมดแล้ว พวกเขาบอกว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีในการมาถึง แม้จะเร็วที่สุดก็ตาม”
30 นาที
เวลาที่เพียงพอให้วาร์คและสมาชิกของเขาสังหารจักรพรรดิและหลบหนี
“มันเกิดอะไรขึ้น? พวกเขาต้องรู้ว่าเราจะโจมตี…”
“นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย ขุนนางเวทสละจักรพรรดิไปแล้วหรือ?”
เมื่อสมาชิกหลายคนถามแบบนั้น วาร์คก็เผยเขี้ยวพลางพูด
“ไม่ มันแย่กว่าการสละซะอีก”
สายตาของเขาตกลงไปยังตราสัญลักษณ์ของจักรพรรดิที่อยู่ข้างหนึ่งของแผนที่เมืองหลวง
“พวกสารเลวนั่นกำลังอ้อนวอนให้เราฆ่าจักรพรรดิ”
“…!”
“แล้วพวกมันก็วางแผนจะปรากฏตัวอย่างสบายใจหลังจากเราฆ่าจักรพรรดิ แล้วโจมตีเราจากด้านหลัง”
วาร์คเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
แม้ว่าปฏิบัติการจะประสบความสำเร็จในจังหวะนี้ พวกเขาก็ยังตกเป็นเครื่องมือของขุนนางเวทอยู่ดี
ทว่า พวกเขาไม่อาจล้มเลิกปฏิบัติการในตอนนี้
งานศพของลูพีออนคือแผนของจักรวรรดิที่มีเป้าหมายเพื่อดูหมิ่นการตายของแม็กซิมิเลียน
หากพวกเขาเงียบเฉยต่อการตายของผู้นำตนเอง ใครเล่าจะโง่พอจะเข้าร่วมกองทัพปฏิวัติ…!
เอี๊ยด—
“ดูเหมือนว่าการเตรียมการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว”
ในขณะที่ความกังวลของเขายิ่งลึกขึ้น ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในที่มืด
“กำลังพลของเราก็พร้อมแล้วเช่นกัน เมื่อใดก็ตามที่ท่านผู้นำสั่ง เราสามารถเริ่มได้ทันที”
ชายหน้าตาหล่อเหลาที่มีผมสีบลอนด์และดวงตาสีฟ้า
แม้เขาจะสวมชุดแบบเดียวกับสมาชิกกองทัพปฏิวัติ แต่สิ่งที่แผ่ออกมาจากเขาไม่ใช่ความเร่าร้อนตามแบบฉบับของกองทัพปฏิวัติ
สิ่งที่เขามีคือบรรยากาศเย็นเยียบที่เป็นลักษณะเฉพาะของผู้มีอำนาจ
เขาแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากพวกเขาที่ปรารถนาการปฏิวัติ
“ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ หากไม่มีการสนับสนุนจากสาธารณรัฐ ปฏิบัติการนี้คงเป็นไปไม่ได้”
“เก็บคำขอบคุณไว้หลังจบปฏิบัติการดีกว่า เช่น…”
รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของชายคนนั้นขณะพูดค้างไว้
“หลังจากนำหัวจักรพรรดิกลับมาตามเงื่อนไขที่เรานำเสนอ”
“……”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น วาร์คก็ลุกขึ้นพลางถอนหายใจ
ชายคนนี้ชื่อว่า กิเดียน เป็นหนึ่งใน ‘ผู้สนับสนุน’ ที่ส่งมาจากเวสเทรน
ในเมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายยื่นมือขอความช่วยเหลือ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดปฏิบัติการในตอนนี้
‘หากปฏิบัติการล้มเหลว มันก็แค่ความพยายามสูญเปล่า และแม้ว่าจะสำเร็จ พวกเราก็ยังถูกพวกนั้นเล่นงานอยู่ดี’
การแย่งชิงอำนาจระหว่างขุนนางเวทกับจักรพรรดิ
สาธารณรัฐที่ปลุกปั่นความวุ่นวายภายในจักรวรรดิท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจนั้น
ท่ามกลางกระแสคลื่นยักษ์เหล่านั้น กองทัพปฏิวัติก็เป็นเพียงด้ามดาบที่ถูกเล่นตามเป้าหมายของพวกเขา
ว๊าาาาาา—!
เสียงโห่ร้องของประชาชนดังมาจากภายนอก
เสียงดอกไม้ไฟระเบิดลั่นจนสั่นสะเทือนท้องฟ้า ผสมกับเสียงดนตรีจากเครื่องดนตรีนานาชนิด
สมาชิกที่จับตาดูสถานการณ์ภายนอกส่งสัญญาณ
จักรพรรดิปรากฏตัวแล้ว
“ไปกันเถอะ ท่านผู้นำ?”
“…อย่าเรียกข้าว่าผู้นำ ข้าเป็นเพียงตัวแทนของแม็กซิมก็เท่านั้น”
วาร์คลุกขึ้นตอบคำพูดของกิเดียน
สายเกินกว่าจะละทิ้งปฏิบัติการแล้ว
ไม่ก็ฆ่าจักรพรรดิแล้วตายอย่างมีเกียรติ หรือไม่ก็ตายโดยไม่ได้ฆ่า
นั่นคือทางเลือกทั้งหมดที่เขามีในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม…
‘แต่ว่าคราวหน้า มันจะไม่เหมือนเดิมอีก’
วาร์คนึกถึงเหล่าเลือดใหม่จำนวนมากที่ยังคงอยู่ที่กองบัญชาการ
วีรบุรุษปฏิวัติที่แม็กซิมิเลียนฝึกด้วยตัวเอง และบุคคลที่มีแววหลายคนที่ติดตามเขา
พวกเขาคือสมาชิกใหม่ที่เข้าร่วมกองทัพปฏิวัติหลังจากลูพีออนตาย และจะสืบสานการปฏิวัติต่อไปแม้เขาจะตาย
‘เมล็ดพันธุ์ได้ถูกหว่านลงไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือการจุดประกายด้วยเลือดของจักรพรรดิ…!’
ไม่สำคัญหรอกว่าพวกเขาจะถูกลากไปเล่นในเกมแย่งอำนาจสกปรก
ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะกลายเป็นหุ่นเชิดของสาธารณรัฐ
แค่จักรพรรดิพบจุดจบด้วยน้ำมือของกองทัพปฏิวัติ
ข้อเท็จจริงนั้นเพียงอย่างเดียวจะยังคงอยู่ในประวัติศาสตร์ และกลายเป็นอาหารหล่อเลี้ยงสำหรับนักปฏิวัติรุ่นต่อไป
ปัง-!
เมื่อประตูรถบรรทุกสินค้าที่พวกเขานั่งอยู่เปิดออก เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากก็ปรากฏต่อสายตา
เหล่าขุนนางที่อิ่มหนำด้วยเลือดของคนจน และปรสิตน่าขยะแขยงที่อาศัยอยู่บนหนองของขุนนางเหล่านั้น
พวกมันรวมตัวกัน พร้อมทั้งตะโกนเรียกชื่อจักรพรรดิ
ตึก- ตึก-
มีผู้คนจำนวนมากเคลื่อนไหววุ่นวายท่ามกลางฝูงชนที่รวมตัวกัน
สมาชิกที่ปลอมตัวค่อยๆ เร่งความเร็ว ถอดเครื่องพรางตัวออกทีละคน แล้วยิงกระสุนเวทที่เตรียมไว้
และ—
ฟึ่บ—!
“หะ หะ?”
“เดี๋ยว นั่นมัน…”
“ธงแดง!”
ท่ามกลางฝูงชนที่เรียกชื่อจักรพรรดิ ธงสีแดงของกองทัพปฏิวัติพุ่งขึ้น
หนึ่ง สอง สิบ ยี่สิบ
เมื่อธงเพิ่มขึ้น ความสับสนของกองทัพจักรวรรดิก็เพิ่มขึ้น และฝูงชนที่หวาดกลัวก็เริ่มสลายตัวออกไปทีละคน
ไม่สำคัญ
โลงศพลูพีออนและยานพาหนะที่บรรทุกจักรพรรดิอยู่กลางถนนสายหลักแล้ว และกองทัพปฏิวัติก็ล้อมไว้หมดแล้ว
ชิ้ง—
ดาบทหารที่เอวของวาร์คถูกชักออก
แสงที่ปะทุออกมาจาก [ปีกสีชาด] ซึ่งได้มาจากตราเวทของแม็กซิม เริ่มลุกไหม้ไปตามใบดาบ
วาร์คพุ่งเป็นเส้นตรงพลางถือธงไว้ในมือ
ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังยานพาหนะของจักรพรรดิและกองทัพจักรวรรดิที่คุ้มกันเขา
“ฆ่าจักรพรรดิ! ทำลายหัวใจของจักรวรรดิอันเสื่อมทรามนี้ให้แหลกคามือ—!”
การฟันครั้งแรกจะเป็นของเขา
และผู้สนับสนุนจากเวสเทรนจะยิงสนับสนุนจากด้านหลัง
ตำแหน่งทุกอย่างลงตัวแล้ว เหลือแค่การโจมตีของเขา
“เพื่อการปฏิวัติ—!”
“ว๊าาาาาา—!”
“เพื่อการปฏิวัติ!!!”
ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนของสมาชิกจำนวนมาก วาร์คก็ยกอาวุธขึ้นและพุ่งเข้าหายานพาหนะของจักรพรรดิ และ—
บูม—!
ด้วยเสียงระเบิดอันมหาศาล ขบวนคุ้มกันทั้งหมดของจักรพรรดิถูกเปลวเพลิงกลืนกิน
ครึ่กกก……!
เมื่อเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนทั่วทั้งเมืองหลวงเริ่มจางลง ควันหนาทึบก็เริ่มจางหาย
และสิ่งที่ควรปรากฏออกมาต่อจากนั้นก็คือซากศพแหลกละเอียดของจักรพรรดิ
……หรือก็ควรจะเป็นอย่างนั้น
“ข้าหวังจริงๆ ว่ามันจะไม่มาถึงจุดนี้”
“อะ-อะไร…!”
เมื่อเสียงอันเงียบสงบดังขึ้น สีหน้าของวาร์คก็แปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง
แครก- แครก-!
สิ่งที่รับการโจมตีของเขาไว้ไม่ใช่ยานพาหนะของจักรพรรดิ แต่เป็นกำแพงเวทสีแดงโปร่งแสง
คนที่สร้างกำแพงเวทซ้อนกันหลายชั้นนั้น คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีตราเวทสีแดงเช่นเดียวกับเขา
“แกเป็นใคร ทำไมถึงมีตราเวทสีเดียวกับพวกเรา…!”
ดูจากสภาพของบาเรียที่แตกออก แรงปะทะต่อชายหนุ่มคนนั้นน่าจะมากอยู่
ทว่าชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้สนใจสิ่งนั้นเลย และคำรามพลางจ้องหน้าเขาตรงๆ
“วาร์ค เออร์กอน ไอ้โง่ แกรู้ตัวมั้ยว่าเพิ่งทำอะไรลงไป?”
“?!”
อะไรนะ?
เจ้านี่เป็นใคร?
ทำไมเขาถึงรู้ชื่อข้า?
ในขณะที่คำถามเหล่านั้นกำลังจะตามมา คำพูดที่น่าตกตะลึงก็หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มคนนั้น
“แกเพิ่งขายทั้งองค์กรกองทัพปฏิวัติให้เวสเทรนไปแล้ว”