เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 [ฟรี]

บทที่ 25 [ฟรี]

บทที่ 25 [ฟรี]


“งั้นเหรอ เขาพูดแบบนั้น?”

ยามค่ำคืนในคฤหาสน์

ไคเรนลูบผมของแมรี่ที่หลับไป และยิ้มอย่างสนใจเมื่อได้รับรายงานจากวอลเตอร์

“วอลเตอร์ เจ้าคิดว่าอย่างไรบ้าง?”

“กระผมไม่คิดว่าเขาจะตั้งเงื่อนไขเพิ่มในตอนนั้น อย่างไรก็ตาม……”

วอลเตอร์ครุ่นคิดถึงคำพูดของเด็กหนุ่มก่อนจะตอบคำถามของไคเรน

“กระผมไม่คิดว่าเป็นคำขอที่ไม่มีเหตุผลขอรับ”

เด็กหนุ่มชื่อยูจินไม่ได้ร้องขอสิ่งของอย่างเงินหรือหินเวท

สิ่งที่เขาต้องการคือคำสัญญาของไคเรน

เขาต้องการคำสัญญาหลายข้อในนามของตระกูลบัคเคนไฮม์

คำสัญญาข้อแรกเกี่ยวข้องกับไอรีนที่หลบหนีมาพร้อมเขา

เขาต้องการให้ปกปิดตัวตนของเธอ และมอบการศึกษาที่สมกับเป็นลูกขุนนาง

‘จากที่ได้ยินเงื่อนไขมา พลตรีแค่ต้องการตัวผมเท่านั้น หากสถานการณ์สงบลง อาจมีความเป็นไปได้ที่ไอรีนจะถูกทอดทิ้ง’

‘……’

‘เธอเป็นเด็กที่ตามผมมาจากห้องใต้ดินนั้นโดยมอบความเชื่อใจกับผมเพียงคนเดียว ผมไม่อาจปล่อยให้เธอถูกทอดทิ้งได้ แม้จะเป็นแค่ความเป็นไปได้เล็กน้อยก็ตาม’

คำขอข้อที่สองที่ตามมาคือ ให้เก็บการฝึกฝนพลังเวทและการพัฒนาตราเวทของเขาไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด

ต่างจากข้อแรก คำขอนี้แม้แต่วอลเตอร์เองก็ยังรู้สึกสับสน

‘จอมเวทของตระกูลบัคเคนไฮม์ล้วนเป็นสุดยอดของจักรวรรดิ กระผมรับรองได้ว่าพวกเขาจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการฝึกของท่านยูจิน แต่…’

แม้ว่าวอลเตอร์จะพูดเช่นนั้น ยูจินก็แค่ส่ายหัว

‘ผมไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ ได้โปรดแค่แจ้งสิ่งนี้กับท่านพลตรี เขาจะเป็นคนตัดสินใจที่เหลือเอง’

ดั่งที่เด็กหนุ่มว่าไว้ เมื่อไคเรนได้ยินคำขอของเขา เขาก็พยักหน้าด้วยสีหน้าเต็มใจ

‘เงื่อนไขข้อแรกคือเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามจากตระกูลเอลไครเออร์’

นามสกุลของไอรีนคือเอลไครเออร์

เธอคือลูกสาวของตระกูลเอลไครเออร์ ซึ่งครองอันดับที่เจ็ดในหมู่ขุนนางเวททั้งสิบสองตระกูล

หากเด็กเช่นนี้ถูกขังอยู่ในคฤหาสน์เอลซิดอร์ มีเพียงข้อเท็จจริงเดียวที่พอจะสรุปได้

‘ลูกนอกสมรส’

ข่าวลือเรื่องความเจ้าชู้ของดยุกเอลไครเออร์เป็นที่รู้กันแม้แต่ในหมู่ขุนนาง

ความอับอายของตระกูลที่เกิดจากการคบชู้ของผู้นำตระกูล

สายเลือดของตระกูลเอลไครเออร์ที่ไม่ควรมีอยู่

เด็กที่ไม่ควรถือกำเนิดขึ้นมา

หากเด็กเช่นนี้ยังมีชีวิตอยู่ ตระกูลเอลไครเออร์จะไม่มีทางอยู่เฉย

แทนที่จะเผชิญความอับอายต่อหน้าตระกูลอื่น การลบตัวตนเก่าและปฏิบัติต่อเธอในฐานะน้องสาวของยูจินจะมีประสิทธิภาพมากกว่า

‘และเงื่อนไขที่สองก็เพราะตราเวทที่เด็กคนนั้นถือครองอยู่’

หนึ่งในห้าตราเวทที่หลับใหลอยู่ใต้ดินของจักรวรรดิ ‘ปีกสีชาด’

หากจอมเวทของบัคเคนไฮม์ได้เห็น มันจะถูกรายงานต่อราชวงศ์ในทันที

เป็นสถานการณ์ที่เขาอาจสูญเสียตราเวทของตนเองขณะพยายามพัฒนาพลังเวท

เด็กหนุ่มบอกว่าเขายอมสละการศึกษาของบัคเคนไฮม์ ดีกว่าที่จะเสี่ยงเช่นนั้น

“ดี ข้ายอมรับข้อตกลงนี้”

“กระผมจะเตรียมพิธีลงนามให้พร้อมขอรับ”

“ฝากด้วย”

เมื่อรายงานเสร็จสิ้น วอลเตอร์ก็ออกจากห้อง

“ไม่อยากเชื่อว่าเด็กอายุสิบขวบจะทำให้ผู้บัญชาการแนวรบด้านตะวันออกต้องประหลาดใจได้”

เหตุผลที่ไคเรนพายูจินมาที่คฤหาสน์แห่งนี้ ก็เพื่อแสดงให้เห็นล่วงหน้าว่าเขาสามารถมอบอะไรได้บ้าง

ชีวิตหรูหราที่เด็กคนนั้นไม่เคยได้สัมผัส

ด้วยการแสดงให้ยูจินเห็นภาพบางส่วนของมัน ไคเรนจึงหวังจะได้เปรียบในการเจรจา

‘แต่กลับเป็นข้าที่ถูกจับทางได้แทน’

แม้จะเห็นความยิ่งใหญ่ของคฤหาสน์บัคเคนไฮม์ เด็กคนนั้นก็ไม่สะทกสะท้าน

ในทางกลับกัน เขาประเมินคุณค่าของตนเองผ่านการกระทำของข้าและวอลเตอร์ และคว้าผลประโยชน์เพิ่มมาได้

เด็กอายุสิบขวบธรรมดาคนหนึ่งสามารถเจรจากับขุนนางเวทได้

‘นี่ไม่ใช่แค่ระดับอัจฉริยะแล้ว ยูจิน เด็กคนนั้น… เขาคือพลังที่สมบูรณ์แบบแล้วต่างหาก’

จอมเวทที่ผ่านการฝึกฝนเชิงรบและมีประสบการณ์จริงตั้งแต่อายุยังน้อย

หากรวมกับการอุปถัมภ์จากตนแล้ว เด็กคนนี้จะไต่ขึ้นไปได้ไกลเพียงใดกัน?

“แม้แต่หลังเกษียณ ข้าก็คงได้ดูเรื่องสนุกไม่น้อย”

ขณะปล่อยใจไปกับจินตนาการอันน่าพึงใจ ไคเรนลูบหน้าของลูกสาวที่กำลังหลับ

“……”

และไม่นานนัก รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ จางหายไป

ในห้องมืดที่เหลืออยู่มีเพียงเสียงลมหายใจของแมรี่ที่สม่ำเสมอ

ขณะลูบผมสีแดงของแมรี่ ไคเรนพึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกผิด

**ตอนที่แล้วต้นฉบับบรรยายว่าแมรี่มีผมสีทองสว่าง ตอนนี้กลับกลายเป็นสีแดง ต้องรอดูตอนหลังๆ ก่อนนะครับว่าสีอะไรกันแน่

“ข้าทำเรื่องที่เลวทรามที่สุดลงไปแล้ว แอนนา”

ศักยภาพในการเติบโต? พรสวรรค์อันยอดเยี่ยม?

มันก็แค่ข้ออ้างที่น่าหัวเราะ

“เพื่อช่วยลูกสาวของตัวเอง ข้ากลับผลักลูกของคนอื่นลงสนามรบ ข้าใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายของเด็กคนนั้น และใช้จุดอ่อนของเขาขโมยชีวิตทั้งชีวิตไป…!”

สารภาพต่อหน้าลูกสาวที่กำลังหลับ เขากำหมัดแน่น

ความจริงที่ไม่อาจซ่อนไว้ได้ ไม่ว่าจะแต่งเติมคำพูดเพียงใด

ทุกครั้งที่เอ่ยปากออกมา หัวใจของไคเรนก็ยิ่งหนักอึ้ง

“แต่ถึงอย่างนั้น… ข้าก็ไม่อาจส่งเด็กคนนี้เข้าสู่สนามรบได้”

ขณะพึมพำเช่นนั้น ไคเรนนึกถึงคนรักที่จากไป

รอยยิ้มของเธอที่ยังคงเปล่งประกายแม้ในสนามรบอันโหดร้าย เสียงของเธอที่ปลุกใจเหล่าทหารที่หมดหวัง

กลิ่นกาแฟที่แบ่งกันในแนวรบยามรุ่งสาง และน้ำตาของเธอเมื่อได้รับดอกไม้จากทหารหยาบกระด้าง

รวมถึงตัวเขาเอง เจ้าคนโง่ที่ทำได้แค่ร้องไห้อย่างช่วยไม่ได้เมื่อตอนเจอแหวนหมั้นในท้องของสัตว์ประหลาดยักษ์

“แอนนา เจ้าจะยอมรับการตัดสินใจของข้าในตอนนี้ไหม? หรือเจ้าจะสาปแช่งข้าว่าเป็นคนขี้ขลาด?”

ไม่มีคำตอบ

มีเพียงแค่โคมไฟที่ส่องแสงพลังเวทอ่อนๆ ข้างเตียงของแมรี่เท่านั้น

“เฮ้อ”

เขาไม่อาจทำตัวเศร้าหมองต่อหน้าลูกสาวได้

หลังจากจูบหน้าผากของแมรี่ ไคเรนก็ปิดโคมไฟและลุกขึ้น

เขาต้องสูบบุหรี่และตรวจสอบแผนจัดหาของไตรมาสหน้าให้เสร็จ

เสียงฝีเท้าของไคเรนค่อยๆ ห่างออกไปขณะที่เขาปิดประตูอย่างระมัดระวัง

และ……

ซวบ

แมรี่ที่นอนอยู่บนเตียงก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณความสามารถของพ่อบ้านวอลเตอร์ ขั้นตอนการรับอุปการะไอรีนกับฉันเสร็จเร็วกว่าที่คาดไว้มาก

“ทุกคน ข้าขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือยูจินกับไอรีนที่จะมาอยู่กับเราในฐานะบุตรบุญธรรมของข้าตั้งแต่วันนี้”

แม้จะบอกว่าเป็นคฤหาสน์ของตระกูลบัคเคนไฮม์ แต่ก็ไม่มีอัศวินอยู่ที่นี่

แทนที่จะเป็นหน่วยอัศวินของบัคเคนไฮม์ คฤหาสน์หลังนี้กลับได้รับการคุ้มกันโดยทหารในเครื่องแบบของกองทัพจักรวรรดิ

ดูจากตราสัญลักษณ์โล่บนบ่า พวกเขาทั้งหมดมาจากกองพลที่ 72

‘งั้นทุกคนในคฤหาสน์ก็เป็นคนของไคเรนงั้นเหรอ?’

ฉันคิดแบบนี้ขณะรับการต้อนรับตามพิธีจากทหารและคนรับใช้

ถึงจะเป็นบุตรบุญธรรม แต่คนพวกนั้นก็ไม่ปฏิบัติกับฉันเหมือนคุณชาย และฉันก็ไม่ได้คาดหวังแบบนั้นอยู่แล้ว

“คุณชายยูจินกับคุณหนูไอรีนจะพักอยู่ที่นี่ขอรับ”

เรื่องถัดไปคือการแนะนำห้องพักของเรา

ห้องที่ใหญ่เป็นสองเท่าของห้องรับรองที่เราพักในวันแรก กับเตียงขนาดมหึมาสองเตียงต้อนรับพวกเราอยู่

“ว-ว้าววว…”

ตกใจเหรอ? ฉันก็ตกใจเหมือนกัน

จากกระท่อมขอทานในสลัม ไปยังค่ายพักของตระกูลเอลซิดอร์ และตอนนี้ก็มาถึงห้องส่วนตัวสุดหรูของตระกูลบัคเคนไฮม์

ฉันคงเป็นคนเดียวในจักรวรรดิที่เลื่อนชั้นสถานะได้ขนาดนี้ในเวลาแค่ 2 ปี

‘แน่นอนว่า มันไม่ใช่ของที่ได้มาฟรีๆ’

โรงเรียนทหารจักรวรรดิเป็นสถาบันการศึกษาที่รวมเอาผู้มีพรสวรรค์ที่สุดของจักรวรรดิไว้

แม้จะมีจดหมายแนะนำจากบุคคลระดับผู้บัญชาการกองพลและมีสถานะขุนนาง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าไปได้ง่ายๆ

มีทั้งการสอบภาคทฤษฎี การสอบภาคปฏิบัติ และการทดสอบวัดพลังเวทอีกมากมาย

จะเข้าโรงเรียนทหารได้ ต้องผ่านทั้งหมดนั้นให้ได้ก่อน

งั้นตอนนี้ฉันต้องทำอะไร?

‘ไอ้การเรียนโคตรนรกนี่แหละ’

โครม-!

กองหนังสือที่สูงเกินจะนับได้ล้มลงตรงหน้าฉัน

ประวัติศาสตร์วรรณกรรมจักรวรรดิ คณิตศาสตร์พื้นฐาน อัตลักษณ์แห่งจักรวรรดิ คู่มือมารยาท คู่มือยุทธวิธี บทนำสู่ศาสตร์ทหาร ฯลฯ…

“ว้าววว……”

“ไอรีน เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าทำเสียงแบบนั้นทั้งวันเลยนะ?”

แล้วเธอจะตื่นเต้นเรื่องอะไรเนี่ย?

ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของสิ่งพวกนั้นเธอก็ต้องเรียนเหมือนกันนั่นแหละ

ขณะที่ฉันกำลังนับกองหนังสือที่วางไว้ตรงหน้าทีละเล่ม คุณนายเมย์เบล ผู้ที่เป็นคนนำหนังสือพวกนี้มาด้วยตัวเองก็ดันแว่นขึ้น

“คุณชายยูจิน ท่านยังตามการเรียนของเด็กวัยเดียวกันไม่ทันเลยค่ะ! ถ้าจะให้ตามทันทั้งหมดนี้ แม้แต่วันเดียวก็เสียไม่ได้!”

พอได้ยินเสียงสูงแสบแก้วหูที่คุ้นเคย ความรู้สึกแย่ๆ ก็แล่นขึ้นมาจากอก

การสอบเข้าเรียน

ใครจะไปคิดว่าจะต้องเจอคำเวรคำกรรมคำนี้อีกในโลกเกมประหลาดนี่ หลังจากต้องทนทุกข์ทรมานกับมันมา 12 ปีในระบบประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย

แต่ว่า ถ้าเทียบกับความยากลำบากที่ฉันผ่านมาจนถึงตอนนี้ มันก็ยังถือว่าเบากว่าเยอะ

‘ใช่ จะว่าไปแล้ว การสอบเข้าเรียนก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันทำไม่ได้’

ฉันนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยทำมา

หลบหนีจากแก๊งหลังตรอก เอาตัวรอดจากพวกนักฆ่าบ้าๆ อย่างยากลำบาก และส่งขุนนางเวทแห่งตระกูลทั้ง 12 กับผู้นำกองทัพปฏิวัติไปลงหลุม

ฉันวางแผนและจัดการทั้งหมดนั้นเอง แล้วจะมาแพ้แค่เรื่องเรียนได้ยังไง?

คิดแบบนั้น ฉันก็นั่งลงตามคำแนะนำของคุณนายเมย์เบล

การสอบเข้าเรียน? ไม่มีทางว่าไอ้นี่จะทำให้ฉันพัง

เข้ามาสิ

ฉันทำได้แน่!

………หลายชั่วโมงหลังจากที่ฉันตั้งหน้าตั้งตาเรียนแบบนั้น

“ไม่ๆ คุณชายยูจิน! ไวยากรณ์เบอร์เคเลียนตรงนี้ต้องผันคำกริยา และตรงนี้ต้องใช้กรรมรอง! ไม่น่าเชื่อเลยว่าท่านจะทำไม่ได้แม้แต่พื้นฐานแบบนี้……”

ฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่า ชาติที่แล้ว คะแนนภาษาเกาหลี อังกฤษ และคณิตศาสตร์ของฉันได้ 4, 6, กับ 6

…ใช่แล้ว

ฉันมันเห็ดสมองกลวงโดยแท้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“คะแนนภาษากับคณิตศาสตร์ของท่านแทบจะอยู่ระดับต่ำสุดเลยค่ะ เราจะต้องเริ่มสอนตั้งแต่พื้นฐานอีกครั้ง”

“ผมเข้าใจครับ”

“นับว่าดีที่ท่านยอมรับได้เร็ว อย่างไรก็ตาม……”

คุณนายเมย์เบลถอนหายใจขณะดูผลการประเมินที่แย่อย่างน่าตกใจ

แต่ก็เป็นแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น

เมื่อเธอหันไปดูวิชาอื่น เธอก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

“ประวัติศาสตร์กับศาสตร์ทหารของท่านยอดเยี่ยมมากค่ะ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ ท่านอยู่ในระดับเดียวกับนักศึกษามหาวิทยาลัยเลย…”

‘ก็เพราะฉันจำฉากหลังของเกมนี้ได้หมดนั่นแหละ’

ถ้าจะบอกว่ามีข้อดีอะไรจากเคราะห์ร้ายนี้ ก็คงจะเป็นตรงที่ฉันไม่ได้แย่ทุกวิชา

แน่นอนว่า หลังจากฆ่าแม็กซิมิเลียน อนาคตก็ไม่อาจคาดเดาได้อีกต่อไป แต่อย่างน้อยฉันก็รู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้

…แน่นอนว่า สิ่งที่อยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ก็โกหกทั้งนั้น

“ตอนแรกที่ดูคะแนนสามวิชาแรก ดิฉันกังวลว่าจะเป็นยังไงต่อ…แต่ตอนนี้ดิฉันมองเห็นความหวังแล้วค่ะ”

ภาษาและคณิตศาสตร์

ในเมื่อฉันต้องเรียนแค่สองวิชา อย่างน้อยฉันก็คงไม่ซ้ำรอยได้คะแนน 4, 6, 6 เหมือนในอดีต

ไม่สิ ฉันต้องทำงานให้หนักมากเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้น

หลังจากที่เมย์เบลออกจากห้อง และฉันต้องต่อสู้กับหนังสือเรียนอยู่ลำพัง

“ว้าว เจ้าแย่เรื่องคณิตสุดๆ ไปเลยนะ”

เด็กผู้หญิงผมแดงที่ไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ข้างหลังฉันตั้งแต่เมื่อไร พูดขึ้นขณะมองมาที่ฉัน

“…คุณหนูแมรี่?”

เหลือเชื่อจริงๆ

คำแรกที่เธอพูดกับคนที่เจอแค่เมื่อวานคือ ‘เจ้าแย่เรื่องคณิตสุดๆ’

หัวใจของเห็ดชาๆ เจ็บจี๊ดกับความจริงสุดโหดข้อนั้น

“ยูจิน ใช่ไหม?”

“ใช่ครับ ถูกต้องแล้วครับ”

ต่างจากฉันที่เป็นบุตรบุญธรรม แมรี่คือลูกสาวสุดหวงของบ้านนี้

ถึงฉันจะกลายเป็นพี่ชายของเธอ แต่ถ้าจู่ๆ ฉันไปทำตัวเหมือนเธอเป็นน้องสาวขึ้นมา คนในบ้านนี้จะมองฉันยังไง?

ฉันจึงตอบกลับไปอย่างสุภาพโดยคำนึงถึงเรื่องนั้น แมรี่ก็จ้องมาที่ฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่ไม่เข้ากับวัย

“เจ้าใช้เวทได้ไหม?”

“…อะไรนะครับ?”

เมื่อฉันถามกลับ เธอก็พูดพร้อมกอดอกเหมือนกับรู้ทุกอย่าง

“ข้ารู้นะว่าเจ้าเป็นเด็กที่ท่านพ่อพามาเพื่อจะส่งไปกองทัพแทนข้าใช่ไหม?”

ว้าว อะไรกันเนี่ย กับความจริงอันหนักอึ้งที่โดนเข้าเป้าขนาดนี้

จากที่ฉันเห็น เด็กคนนี้ชัดเจนว่ามีพรสวรรค์ด้านการพูดแทงใจดำ

แล้วคุณน่ะ ไคเรน

ลูกสาวคุณรู้เรื่องแค่วันเดียวหลังจากทำข้อตกลงนี่ผมควรจะทำไงดีครับ?

“งั้นก็หมายความว่าเจ้ามีพลังเวทมากกว่าข้าเยอะ และใช้เวทได้ใช่ไหม?”

“…ก็คงอย่างนั้นครับ”

จะโกหกไปทำไมในเมื่อเธอรู้หมดแล้ว?

เมื่อฉันยืนยัน แมรี่ก็ยกนิ้วชี้มาที่ฉันเหมือนกับตัดสินใจอะไรบางอย่าง

“งั้นก็มาทำข้อตกลงกันเถอะ!”

“ข้อตกลง?”

“ใช่!”

เมื่อฉันตอบ แมรี่ก็พูดอย่างมั่นใจขณะมองมาที่ฉัน

“ข้าจะสอนภาษากับคณิตศาสตร์ให้เจ้า แลกกับที่เจ้าต้องสอนเวทให้ข้า!”

และเห็ดที่ได้ยินคำนั้นก็…

“ไม่เอาอ่ะ”

ปฏิเสธข้อเสนอนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ

จบบทที่ บทที่ 25 [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว