เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 [ฟรี]

บทที่ 23 [ฟรี]

บทที่ 23 [ฟรี]


[ข่าวด่วน: วีรบุรุษแห่งจักรวรรดิ ลูพีออน เอลซิดอร์ เสียชีวิตพร้อมกับผู้นำของกองทัพปฏิวัติ!]

[ในวันที่ 21 สิงหาคม กลุ่มกบฏอำมหิตและโหดเหี้ยม นำโดยเรือเหาะชื่อกระฉ่อน ‘ลิเบอร์ตี้’ ได้กดขี่ข่มเหงประชาชนผู้บริสุทธิ์ในดินแดนเบลเกอร์]

[เคานต์ลูพีออน เอลซิดอร์ พร้อมกับอัศวินของเขา ได้ทำลายฝูงบินของกบฏจนพินาศ และได้รับชัยชนะยิ่งใหญ่ด้วยการสังหารหัวหน้ากลุ่มกบฏ อาชญากรที่ถูกตั้งค่าหัว ‘แม็กซิมิเลียน เดอ ลาสคอล’ ทว่า ผู้นำตระกูลเอลซิดอร์เองก็ไม่รอดชีวิตจากผลพวงของการต่อสู้]

[ต่อมา ศาลจักรวรรดิได้มอบตำแหน่งวีรบุรุษแห่งจักรวรรดิให้แก่เคานต์เอลซิดอร์หลังเสียชีวิต เพื่อยกย่องการโค่นล้มผู้นำกบฏและการเสียสละตนเพื่อจักรวรรดิ โดยจะมีพิธีศพจัดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้…]

“ม-ไม่ตลกเลยนะ…!”

มือของเด็กหนุ่มสั่นระริกขณะอ่านหนังสือพิมพ์

“เรื่องโกหก! ทั้งหมดมันเป็นเรื่องโกหก-!”

แม้จะอ่านซ้ำสองสามรอบ เนื้อหาในหนังสือพิมพ์ก็ยังไม่เปลี่ยน

เสียงกรีดร้องคล้ายเสียงครางดังออกมาจากปากที่กัดแน่น และหนังสือพิมพ์ของจักรวรรดิในมือเขาก็ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“เขาไม่มีทางตาย! ท่านอาจารย์ไม่มีทางตาย! จักรวรรดิกำลังโกหก!”

แผนมันสมบูรณ์แบบแล้ว

ใช้ฝูงบินอากาศเป็นเหยื่อลวง ยึดคฤหาสน์ด้วยกองกำลังเล็กระดับหัวกะทิ และลอบสังหารลูพีออน

มันคือปฏิบัติการที่พวกเขาไตร่ตรองและถกกันนับครั้งไม่ถ้วน

มันควรจะเป็นไม้ตายแรกของกองทัพปฏิวัติ ดั่งกริชสัญลักษณ์ที่ปักเข้าสู่จักรวรรดิ!

แต่ แต่ทำไม…!

“โคลด”

“จักรวรรดิกำลังเผยแพร่ข้อมูลเท็จ! พวกมันต้องจับตัวท่านอาจารย์ไว้ พวกมันพยายามหลอกเรา! เราต้องรีบจัดตั้งทีมช่วยเหลือ…”

“โคลด-!”

ชายหนุ่มในชุดสูทเอ่ยขึ้นต่อหน้าโคลดผู้ทรุดฮวบ

“เนื้อหาในหนังสือพิมพ์คือเรื่องจริง”

“พูดอะไรน่ะ! แม้แต่พี่แรนดัลเองก็…”

“เราได้รับข่าวจากสายลับของเรา กองทัพจักรวรรดิเข้าไปในแคว้นและเก็บศพของแม็กซิมไว้แล้ว”

“…!”

แรนดัล คลาร์ก

เขาคือหนึ่งในพ่อค้าที่สนับสนุนกองทัพปฏิวัติอย่างลับ ๆ และเป็นผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข่าวกรองของปฏิบัติการครั้งนี้

“เจ้าต้องยอมรับมัน แม็กซิม… ตายแล้ว”

“เป็นไปไม่ได้!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น โคลดก็กุมศีรษะและทรุดลงกับพื้น

เขาควรจะไปกับพวกเขา

เขาควรกลับไปยังปราสาทเอลซิดอร์ด้วยกัน และชกหน้าลูพีออนจอมชั่วนั่น

เขาควรฉีกปีศาจน้อยตนนั้นให้แหลกด้วยมือของตนเอง—เจ้าปีศาจนั้นที่ทำให้เขารู้สึกหมดหนทางถึงเพียงนี้!

ถ้าเขาทำแบบนั้น

ถ้าเขาสามารถชักจูงให้แม็กซิมิเลียนไปด้วยกันได้ บางที…!

“ตั้งสติหน่อย โคลด”

ขณะที่เขากำลังจมอยู่ในความรู้สึกผิด มือใหญ่มั่นคงก็กดลงบนบ่าโคลด

ชายร่างยักษ์ผู้มีเครารุงรัง วาร์ค เออร์กอน

ตรงกลางแขนที่แข็งแกร่งเหมือนเหล็กของเขาสลักตราเวทโลหะอยู่

“รองผู้บัญชาการวาร์ค…”

“เจ้าเป็นเมล็ดพันธุ์ของวีรบุรุษที่แม็กซิมเลือกด้วยตนเอง ถ้าแม้แต่เจ้าดูอ่อนแอเช่นนี้ แล้วใครกันที่สมาชิกของเราจะเชื่อถือ?”

“……”

ถ้อยคำนั้นถาโถมอย่างหนัก

โคลดมองไปยังตราเวทที่สลักอยู่บนแขนของเขา

‘ปีกสีแดง’ ตราเวทของโคลดที่แม็กซิมิเลียนสร้างขึ้นด้วยตัวเองโดยสกัดแก่นแท้ของ ‘ปีกสีชาด’

มันคือตราเวทแรกที่กองทัพปฏิวัติสร้างขึ้นเอง และจะกลายเป็นอาวุธมาตรฐานของจอมเวทในกองทัพปฏิวัติ

“อย่าลืม เจ้าเป็นจอมเวทที่อายุน้อยและมีพรสวรรค์ที่สุดของพวกเรา จะพูดว่าชะตากรรมของกองทัพปฏิวัติในยุคของเจ้านั้นอยู่ในมือเจ้าก็ไม่เกินเลยนัก”

“……”

“หากเจ้าตัดสินใจจะมีชีวิตเป็นวีรบุรุษ ก็อย่าหันหลังให้กับความรับผิดชอบนั้น เข้าใจหรือไม่?”

ด้วยคำแนะนำอันแน่วแน่ของวาร์ค โคลดค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

วาร์คคือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกองทัพปฏิวัติร่วมกับแม็กซิมิเลียน

บางทีเขาอาจเป็นคนที่ได้รับผลกระทบจากการตายมากที่สุดก็ได้

‘คนอย่างเขายังอดกลั้นความแค้นไว้ได้ แล้วเราล่ะ…’

โคลดตำหนิตัวเองในใจ ก่อนจะก้มหัวลงอย่างช้า ๆ

“ครับ ลุงวาร์ค ขอโทษครับ”

แต่ความเงียบนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน แรนดัลที่ฟังบทสนทนาอยู่ก็พูดแทรกบรรยากาศตึงเครียดระหว่างทั้งสอง

“ไม่จำเป็นต้องเสียใจขนาดนั้นหรอก โคลด แค่เจ้าทำหน้าที่ในตำแหน่งของเจ้าให้ดีก็พอแล้ว”

ขณะพูด แรนดัลก็เหลือบตามองวาร์ค

“ใช่ไหม วาร์ค?”

เจ้าจะไม่คิดว่ากำลังโยนภาระหนักเกินไปให้คนที่เพิ่งเข้าร่วมกองทัพปฏิวัติหรือ?

ภายใต้แรงกดดันเงียบ ๆ นั้น แม้แต่วาร์คก็ต้องผ่อนลง

“…ขึ้นไปพักผ่อนเถอะ เจ้าคงเจ็บปวดไม่น้อย”

ถ้าฝืนไปมากกว่านี้แล้วโคลดพังทลายจริง ๆ มันจะไม่อาจย้อนกลับได้

คิดเช่นนั้น มาร์กจึงส่งโคลดกลับห้องไป

“แล้วจากนี้จะเอายังไง?”

หลังจากแน่ใจว่าโคลดจากไปแล้ว

แรนดัลที่สีหน้าเปลี่ยนไปถามวาร์คซึ่งยืนกอดอกอยู่

แม้แม็กซิมจะกำหนดให้โคลดเป็นผู้สืบทอด แต่การให้โคลดนำกองทัพปฏิวัตินั้นต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยห้าปี

ในกองทัพปฏิวัติปัจจุบันที่สูญเสียผู้นำไป มีเพียงรองผู้บัญชาการวาร์คเท่านั้นที่สามารถนำได้

“แล้วยังไงอีก?”

“พิธีศพ ใครดูก็รู้ว่าเป็นกับดักของจักรวรรดิ”

ขณะที่แรนดัลพูดพลางเก็บเศษหนังสือพิมพ์ วาร์คก็กัดฟันแน่นด้วยความเคียดแค้น

“เราจะไปแล้วทำให้มันพินาศ”

ความเกลียดชังและโทสะที่พยายามกดไว้ก็เริ่มรั่วไหลออกมา

แม้จะเป็นการตัดสินใจจากอารมณ์ชัดเจน แต่แรนดัลก็ไม่มีเจตนาจะหยุดวาร์ค

‘พิธีศพของลูพีออนคือการประกาศสงครามของจักรวรรดิต่อกองทัพปฏิวัติ หากเราปล่อยให้มันผ่านไปเฉย ๆ กองทัพปฏิวัติก็จะถูกมองว่าเป็นพวกขี้ขลาดที่เพิกเฉยต่อการตายของผู้นำแล้วหนีไป’

นั่นแหละคือสิ่งที่จักรวรรดิต้องการ

จุดประสงค์ของพวกมันคือการล่อให้เศษเสี้ยวของกองทัพปฏิวัติออกมาด้วยการจัดพิธีศพของลูพีออนให้ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้

นั่นคือยุทธวิธีที่พวกหมูที่นั่งอยู่บนบัลลังก์จักรวรรดิชอบใช้กันนัก

อย่างไรก็ตาม…

“พวกเราเสียสหายไปมากแล้ว แม้จะบุกเข้าไปในสถานที่จัดพิธีศพ ข้าก็ยังสงสัยว่าจะเหลืออาสาสมัครอีกเท่าไร…”

จิตใจของแรนดัลเริ่มสับสน

พวกเขาได้สูญเสียจอมเวทชั้นแนวหน้าไปจำนวนมากจากการโจมคฤหาสน์เอลซิดอร์

หากต้องเสียสหายมากกว่านี้ เสียจอมเวทที่อยู่ที่นี่มากกว่านี้ มันจะเท่ากับเป็นการสูญเสียกำลังรบส่วนใหญ่ของกองทัพปฏิวัติ

“ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนั้น”

แต่นั่นเป็นเพียงช่วงสั้นๆ

วาร์คพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบพลางมองจดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่ตรงมุมโต๊ะ

“ทันทีที่ได้ยินว่าแม็กซิมตาย พวก ‘ผู้สนับสนุน’ พวกนั้นก็ติดต่อเรามาอย่างยินดี”

จดหมายฉบับนั้นถูกพิมพ์ด้วยแท่นพิมพ์กลไก แตกต่างจากรูปแบบของจักรวรรดิ

เมื่อเห็นมัน แรนดัลก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ

“วาร์ค อย่าบอกนะว่าผู้สนับสนุนพวกนั้นคือ…!”

“เราหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่ได้ และการสูญเสียสหายยิ่งต้องหลีกเลี่ยงมากกว่า งั้นก็เหลือแค่ทางเลือกเดียวเท่านั้น”

พูดจบ วาร์คก็ฉีกซองจดหมายออกแล้วร่ายพลังเวทใส่ลงไป

ที่มุมหนึ่งของจดหมายมีตราประทับของสาธารณรัฐเวสเทรน

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

“เฮ้อ……”

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่นะ

ขณะมองทุ่งรกร้างและรังสัตว์ประหลาดผ่านหน้าต่างรถไฟ ฉันพยายามสงบจิตใจอันสับสนของตัวเอง

“โชคดีที่มีร้านเสื้อผ้าอยู่ในเบลเกอร์ เราคงให้เธอเข้าไปในคฤหาสน์ในสภาพนั้นไม่ได้หรอก”

“ค-ค่ะ……”

สิ่งที่ฉันใส่อยู่ตอนนี้คือเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวกับสายเอี๊ยม กางเกงขาสั้น และรองเท้าบู๊ต ซึ่งเป็นชุดที่เด็กขุนนางมักใส่กัน

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตสิบปีของฉันที่ได้ใส่เสื้อผ้าราคาแพงขนาดนี้

“ยูจิน รู้สึกแปลกๆ แฮะ มันเกะกะ”

“ข้าก็เหมือนกัน”

ไอรีนที่นั่งอยู่ข้างๆ คอยดึงชายกระโปรงระบายของตัวเองด้วยความรู้สึกไม่สบาย

แต่เหตุผลที่ฉันรู้สึกไม่สบายตัว ไม่ได้เป็นแค่เพราะยังไม่ชินกับเสื้อผ้า

“รีบชินไว้จะดีที่สุด พอเข้าไปในคฤหาสน์แล้ว ข้าต้องแนะนำพวกเจ้ากับสมาชิกในครอบครัว แล้วก็มีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้”

ไคเรนพูดพลางมองฉันกับไอรีนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ

เหตุผลที่ฉันรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์นี้ ก็เป็นเพราะผู้ชายคนนี้

‘ทุกอย่างมันดูราบรื่นเกินไป’

เขาไม่ได้เรียกร้องตราเวทของเอลซิดอร์จากฉัน

แม้ตอนที่ฉันหยิบแขนของเอลซิดอร์ออกมาให้ดู เขาก็แค่โบกมือปัดไป

แถมยังช่วยปกปิด ‘ปีกสีชาด’ ที่ฉันขโมยมา แล้วยังรับฉันกับไอรีนเป็นบุตรบุญธรรมอีก

เงื่อนไขพวกนี้ใจดีเกินกว่าที่ฉันจะคาดคิดได้

‘แต่สิ่งที่สำคัญคือ……’

ฉันขมวดคิ้วขณะมองหน้าไคเรนที่กำลังหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมา

‘ทำไมไคเรนถึงแสดงความใจดีกับฉันขนาดนี้?’

บุคลิกของไคเรนตามที่แสดงในเกมนั้นเป็นกลาง

เขาไม่ใช่ตัวร้ายที่ชั่วร้ายอย่างลูพีออน แต่ก็ไม่ใช่คนดีอย่างอ็อตโตจากเกรย์ควอเตอร์

คนอย่างเขาจะรับคนเร่ร่อนอย่างฉันมาเป็นบุตรบุญธรรมทำไม?

ขณะที่ฉันกำลังครุ่นคิดว่าจะเจรจาเรื่องการปฏิบัติตัวกับฉันในอนาคตอย่างไร เขาก็พูดขึ้นมาลอยๆ

ฉันไม่สามารถเดาเจตนาของเขาได้เลย

“เจ้าดูมีพิรุธตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ ไม่พอใจที่ได้เป็นบุตรบุญธรรมของข้ารึไง?”

“ไม่ครับ ผมไม่ได้ไม่พอใจ แค่………”

เอาเถอะ พูดอ้อมค้อมไปก็ไม่มีประโยชน์

พูดตรงๆ เลยดีกว่า

“ผมซาบซึ้งในความเมตตาของท่าน แต่ผมก็แค่คนเร่ร่อนที่ไม่มีอะไรเลย แสดงความเมตตากับคนอย่างผมแบบนี้… ผมไม่เข้าใจครับ ท่านต้องการอะไรจากผมกันแน่? พูดมาตรงๆ เถอะครับ”

เมื่อฉันพูดแบบนั้น ก็มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากหลังหนังสือพิมพ์

“ทำไมล่ะ? คิดว่าข้าจะมอบภารกิจลอบสังหารให้เจ้าเหมือนเคานต์ลูพีออนหรือไง?”

“…ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ยังจะรู้สึกสบายใจกว่าอีก”

ไคเรนได้ค้นคฤหาสน์เอลซิดอร์ไปหมดแล้ว และตรวจสอบเอกสารภายในทุกประเภท

เขาต้องรู้ตั้งนานแล้วว่าฉันเคยใช้ชีวิตแบบไหน และทำอะไรมาบ้าง

นั่นยิ่งทำให้มันไม่มีเหตุผลมากเข้าไปอีก

ไม่ใช่เป็นผู้สนับสนุน แต่ให้ไปเป็นบุตรบุญธรรม?

จะให้ฉันทำงานบัดซบแบบไหนกัน ถึงได้เสนอเงื่อนไขแบบนี้?

“ไม่ต้องกังวลมากนักหรอก เรื่องนี้น่าจะเป็นข้อตกลงที่ดีสำหรับเจ้าด้วยเหมือนกัน”

“ข้อตกลงที่ดี……”

ไคเรนมองฉันจากหลังหนังสือพิมพ์

มันไม่ใช่สายตาที่ใครจะใช้มองเด็กอายุสิบขวบเลย

‘เขาเป็นขุนนางที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา’

เขาไม่ดูถูกฉันเหมือนลูพีออน และไม่สงสารฉันเหมือนแม็กซิมิเลียน

ท่าทีของเขาคือการปฏิบัติต่อฉันในฐานะคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

นั่งโต๊ะเดียวกัน สนทนากันอย่างเท่าเทียม

ช้าๆ ทีละนิด ฉันก็เริ่มจะชอบชายที่ชื่อไคเรนคนนี้เข้าแล้ว

แต่ก็ไม่ควรไว้ใจเขาโดยไม่ระวังแน่นอน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก—

ในขณะนั้นเอง เสียงเคาะประตูรถไฟดังขึ้น แล้วทหารคนหนึ่งก็ปรากฏตัว

“รายงานครับ ท่านพลตรี เรากำลังจะเข้าสู่เขตแดนออร์แลนด์แล้วครับ”

“ทราบแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม”

ไคเรนโบกมือให้ทหารคนนั้นแล้วลุกขึ้น

ขณะที่ฉันกำลังจะลุกขึ้นพร้อมกับจับมือไอรีนเพื่อตามเขาไป

“หือ?”

ฉันหันไปมองหนังสือพิมพ์ที่ไคเรนอ่านอยู่จนถึงเมื่อครู่

โฆษณาชวนเชื่อที่จัดทำโดยราชสำนักจักรวรรดิ

มันรายงานเกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูพีออน และกำหนดการจัดพิธีศพ

“ธันวาคมงั้นเหรอ”

ฉันพอจะเดาเจตนาเบื้องหลังของพิธีศพนี้ได้ดี

เมื่อข่าวการตายของแม็กซิมิเลียนถูกประกาศ กองทัพปฏิวัติต้องกำลังสับสนอลหม่านแน่

‘พิธีศพจะมีในอีกสามเดือนข้างหน้า ถ้าแม็กซิมิเลียนตายไปแล้ว ผู้บัญชาการในตอนนี้ก็น่าจะเป็นวาร์ค’

พวกเขาต้องโจมตีพิธีศพแน่นอน

ขณะที่ฉันคิดเช่นนั้น สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับข้อความที่เขียนไว้ตอนท้ายของหนังสือพิมพ์

[นอกจากนี้ พระราชวังจักรวรรดิได้ประกาศว่าพิธีศพในครั้งนี้ จะทรงเป็นประธานโดยจักรพรรดิผู้สูงศักดิ์และทรงอำนาจแห่งจักรวรรดิคัลไฮราม จักรพรรดิคัลไฮรามที่ 2]

[นี่จะเป็นการปรากฏพระองค์ต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกนับตั้งแต่พิธีราชาภิเษก แสดงให้เห็นถึงความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงของประชาชนจักรวรรดิที่ต้องสูญเสียวีรบุรุษ……]

“…จักรพรรดิจะเสด็จมาด้วยตัวเอง?”

จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิจะเสด็จมาด้วยพระองค์เอง

ในงานที่อันตรายอย่างยิ่ง ที่กองทัพปฏิวัติจะต้องมาปรากฏตัวอย่างแน่นอน

ขณะอ่านบทความนั้น ฉันก็รู้สึกถึงลางร้ายแล่นวาบขึ้นมาในใจ

จักรพรรดิจะเสด็จออกสู่สาธารณะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พิธีราชาภิเษก

กองทัพปฏิวัติที่หมายหัวจักรพรรดิ

และขุนนางที่แสร้งทำเป็นไม่เห็น

นี่มัน…

‘นี่มันเหมือนกับตอนที่ 1 ไม่มีผิด!’

ทุกสถานการณ์เหมือนกันกับตอนที่ 1 ของ [Revolution Empire] เป๊ะ

จักรพรรดิที่ควรจะปรากฏตัวในพิธีเฉลิมฉลองชัยชนะอีกห้าปีข้างหน้า กำลังจะมาปรากฏตัวตอนนี้

แม็กซิมิเลียนและลูพีออน

การตายของสองคนนั้นได้เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์เดิมไปแล้ว

“ยุ่งเหยิงชะมัด”

ตัวสถานการณ์เองนั้นยอดเยี่ยมมาก

เพราะประวัติศาสตร์ถูกเปลี่ยน นั่นหมายความว่าชะตากรรมของฉันในฐานะตัวเอกก็เปลี่ยนไปด้วย

แต่ฉันก็ขมวดคิ้ว

ถ้าความคิดของฉันถูกต้อง

ถ้าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในพิธีศพ เหมือนกับตอนที่ 1 ของต้นฉบับทุกประการ…

“ไม่มีเวลาแล้ว”

พิธีศพในอีกสามเดือนข้างหน้า

ที่นั่น จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิคัลไฮรามจะถูกลอบสังหาร

จบบทที่ บทที่ 23 [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว