- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 45 : ราชวงศ์เปลี่ยนแซ่
ตอนที่ 45 : ราชวงศ์เปลี่ยนแซ่
ตอนที่ 45 : ราชวงศ์เปลี่ยนแซ่
ตอนที่ 45 : ราชวงศ์เปลี่ยนแซ่
หนานจี้หงยืนอยู่บนโขดหินและพยายามจะกระโดด เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บที่เท้าอีกแล้ว
การบ่มเพาะแบบคู่นี่ได้ผลดีจริงๆ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง กระดูกเท้าที่หักของเธอก็ฟื้นฟูจนหายดี มันได้ผลกว่ายาแพงๆด้วยซ้ำ
“ไปกันเถอะ” หนานจี้หงพูดพร้อมกับกระโดดขึ้น ร่างของเธอทะยานขึ้นไปสูงกว่า 10 ม.จับเอาโซ่กระดูกเอาไว้ได้
สายตาของเธอจับจ้องไปที่เงาบนกำแพง เฉินกวนก็เช่นกัน หลังจากนั้นไม่นานเมื่อเห็นว่าเงายังไม่เคลื่อนไหว ทั้งสองคนต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
หนานจี้หงมัดเชือกกับโซ่กระดูกและโยนปลายเชือกให้กับเฉินกวน
เฉินกวนจับเชือกเอาไว้แล้วปีนตามหนานจี้หงขึ้นไป เขาคอยชำเลืองหันกลับไปมองเงาอยู่ตลอด เมื่อเห็นว่าเงานั่นไม่ได้เปลี่ยนท่าทางไปจากเดิม เขาถึงได้โล่งอก
ทั้งสองปีนไปตามโซ่กระดูก เมื่อปืนมาได้ครึ่งทาง ตัวหนังสือก็ส่องแสงขึ้นมาอีกครั้ง เฉินกวนก้มหน้าลงไปมองอีกรอบ ครั้งนี้สิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เขาขนลุก
“เงามันหายไปแล้ว” เฉินกวนหยุดและบอกกับหนานจี้หงที่อยู่ด้านบน
เมื่อได้ยินแบบนั้นหนานจี้หงก็พร้อมที่จะสู้ทันที เธอมองลงไปที่กำแพงหินและพบว่าเงาบนกำแพงน่ะหายไปจริงๆ
ทั้งสองคนพากันมองไปรอบๆ ทว่าตรวจสอบอยู่นาน พวกเขาก็ไม่พบเงานั่น
“รีบไปเถอะ” เฉินกวนกัดฟันบอกให้หนานจี้หงปีนขึ้นไปต่อ
จะทำอะไรตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว ทั้งสองคนพากันปีนขึ้นมาต่อ ในใจพวกเขาเต็มไปด้วยความกลัว กลัวว่าเงานั่นจะพุ่งออกมาจากความมืดมิดเพื่อปลิดชีวิตพวกเขา
แต่จนกระทั่งพวกเขาปีนขึ้นมาถึงชะง่อนหินที่ห่างจากรอยแตกไม่กี่เมตร พวกเขาก็ยังไม่เห็นร่องรอยของเงานั่นเลย ทั้งสองคนพากันปีนขึ้นไปบนชะง่อนหินและไม่กล้ารอช้า พวกเขาพากันปีนออกมาผ่านรอยแตกที่พื้น
จากนั้นพวกเขาถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
รอบๆไม่มีผีดิบอยู่ มันไม่มีร่องรอยของทีมชั้นนำรึฉินจืออวี่อยู่ที่นี่ด้วย
มันผ่านมาเกือบ 10 ชม.แล้ว ไม่แปลกที่พวกนั้นจะพากันออกจากที่นี่
“รีบกลับไปที่ฐานกันก่อน” หลังจากที่ออกมาจากรอยแตก หนานจี้หงก็เหมือนจะแข็งกระด้างขึ้นมา
ตอนที่กำลังเดินทางออกไป เฉินกวนก็มองไปที่รอยแตกแต่ก็ไม่พบร่องรอยของเงา
“น่าเสียดายศพของราชาแห่งสุสานกับสมบัติของมัน” เฉินกวนเสียดายสุดๆ แต่เขาก็ไม่กล้าสร้างปัญหาด้วยการลากศพราชาแห่งสุสานมาด้วย
เทคนิคการบ่มเพาะแบบคู่น่ะวิเศษจริงๆ หลังจากที่บ่มเพาะได้ไม่กี่ชั่วโมง เฉินกวนก็ก้าวขึ้นมาเลเวล 7 ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินกวนมาที่ฐานแห่งนี้ แต่สถานการณ์ที่นี่ทำให้เขารู้สึกว่ามันผิดปกติ
เล่าเหนี่ยวบอกว่ามีคนหลายสิบคนที่ฐาน มีหลายคนที่ถูกส่งมาเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ทำไมถึงไม่มีใครที่ฐานะเลย มันมีแต่บ้านกับเต็นท์ที่ว่างเปล่า
เฉินกวนมองไปที่หนานจี้หงและเห็นว่าเธอคิ้วขมวด ชัดแล้วว่าเธอก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่
ตอนที่เขาสงสัยอยู่นั้น อยู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากบ้านไม้
เมื่อเธอเห็นหนานจี้หง ตอนแรกเธอตกใจ จากนั้นเธอก็แสดงท่าทีดีใจและรีบวิ่งเข้ามา “หัวหน้า เธอยังไม่ตายสินะ ? พวกเขาบอกว่าเธอตายไปแล้วในสุสาน ฉันรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นต้องพูดไม่จริง”
“ผู้หญิงคนไหน ? แล้วคนอื่นล่ะ ?” หนานจี้หงคิ้วขมวดหนักกว่าเดิม
“ผู้หญิงที่ชื่อหวังเหลียน เธอบอกว่าหัวหน้าน่ะตายในสุสานไปแล้ว ทุกคนในทีมต่างก็เข้าข้างเธอ น่าหงุดหงิดชะมัด” ผู้หญิงคนนั้นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หนานจี้หงฟัง
ยิ่งเฉินกวนฟังเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึกว่ามันผิดปกติเท่านั้น เขาแปลกใจที่หวังเหลียนไม่ได้ตายที่สุสาน
ไม่คิดเลยว่ากงซุนจั๋วจะไม่ตาย เขากับฉินจืออวี่ร่วมมือกันเดินทางมาที่ฐานทีมชั้นนำได้ จากนั้นก็พาทีมชั้นนำไปฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานตัวอื่นๆ ต่อ
สิ่งที่เฉินกวนแปลกใจกว่านั้นคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดคือหวังเหลียน ฉินจืออวี่กลับยอมเป็นเครื่องมือของหวังเหลียน
มันผ่านมาแค่ 10 ชม.ตั้งแต่ที่เฉินกวนและหนานจี้หงตกลงไปในรอยแยก
หวังเหลียนกับทีมชั้นนำกลับฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานไปได้ถึง 3 ตัว ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปหาสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานตัวสุดท้าย โกเล็มเทพยักษ์
นอกจากคนที่บาดเจ็บที่พักฟื้นอยู่ที่ฐาน คนอื่นๆต่างก็ตามหวังเหลียนไป
“หวังเหลียนมีแผนสำรอง” เฉินกวนไม่เชื่อใจหวังเหลียน แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีแผนการที่แยบยลแบบนี้
คนอย่างฉินจืออวี่น่ะกลับโดนหวังเหลียนใช้ แม้แต่เฉินกวนก็ยังต้องชื่นชมแผนการของเธอ
“ดูเหมือนว่าลำดับการฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานที่หวังเหลียนเคยพูดถึงจะไม่ใช่ความจริง มันเป็นไปได้ว่าจะไม่มีลำดับ” เฉินกวนมองเห็นปัญหานี้ตอนที่เขาอยู่ใต้ดิน
ถ้าต้องการ <พระสูตรเอฝาง> งั้นไม่จำเป็นต้องฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานด้วยซ้ำ
<พระสูตรเอฝาง> ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิเพื่อเอฝาง มันน่าจะมีพื้นที่เตรียมไว้สำหรับเอฝางอยู่แล้ว ทำไมต้องเสี่ยงอันตรายแบบนี้ด้วย ?
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น หนานจี้หงก็ฮึดฮัดออกมา “หวังเหลียน ดูเหมือนว่าคนจากตระกูลหวังจะมาที่นี่ด้วย”
“ตระกูลหวังแห่งเทียนฉิว ?” เฉินกวนเคยถามหวังเหลียนมาก่อน แต่เธอไม่ยอมรับว่ามาจากตระกูลหวังแห่งเทียนฉิว
“ตระกูลหวังแห่งเทียนฉิวเป็นแค่ชื่อ ตระกูลหวังน่ะมีหลายสาขา ตระกูลหวังแห่งเทียนฉิวไม่ได้แทนถึงตระกูลหวังทั้งหมด”
เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของเฉินกวน หนานจี้หงก็อธิบายออกมา “ แซ่หวังมาจากลูกหลานของราชวงศ์จากประเทศที่โดนทำลายไป อย่าเพิ่งนับตอนที่จักรพรรดิรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นเลย
หลังจากนั้นมีหลายราชวงศ์ของประเทศทั้งหกที่เปลี่ยนมาใช้แซ่หวัง ตระกูลหวังแห่งเทียนฉิวก็เป็นหนึ่งในนั้น แค่ว่าพวกเขาโด่งดังกว่าตระกูลอื่นๆ ”
“ นอกจากตระกูลหวังแห่งเทียนฉิวแล้ว มันก็มีหลายคนที่ใช้แซ่หวังที่ซึ่งร่วมมือกันก่อตั้งองค์กรใต้ดินขึ้นมา พวกเขาพยายามที่จะล้มการปกครองของจักรพรรดิ แต่พวกเขาทำไม่สำเร็จ จนกระทั่งจักรพรรดิเข้าไปในเขตแดน
ลับบนท้องฟ้า องค์กรนั้นถึงได้กล้าโผล่หัวออกมา ”
“ น่าเสียดายที่ถึงไม่มีจักรพรรดิ ทว่าพวกเขาก็ไม่อาจจะก้าวเป็นผู้ปกครองคนใหม่ได้ องค์กรนั้นถูกยับยั้งไว้โดยวิหารบรรพชนและสิบราชาสวรรค์
จนตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่กล้าโผล่หัวออกมาและได้แต่ทำทุกอย่างในความมืด ”
หนานจี้หงเหมือนจะไม่พอใจกับตระกูลหวังเอามากๆ “ไปกันเถอะ ไปดูว่าหวังเหลียนจากตระกูลหวังมีความสามารถแค่ไหนกัน”
เฉินกวนคิด ‘ ผู้หญิงนี่เอาแต่ใจตัวเองจริงๆ เธอมาที่เกาะนี้แค่ 1 ปีและฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานไม่ได้เลยสักตัว หวังเหลียนมาที่นี่ไม่ถึง 1 ชม.แต่กลับฆ่าได้ 3 ตัวแล้ว
หวังเหลียนต้องมีความสามารถมากกว่าเธอแน่ๆ ’
เฉินกวนคิดแบบนั้นแต่ไม่กล้าพูดออกมา เขารู้ดีแก่ใจว่าหวังเหลียนน่ะรู้ข้อมูลมากกว่าหนานจี้หง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่สร้างผลงานระดับนี้ได้
“หวังเหลียนพาทีมชั้นนำฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานไป 3 ตัว เธอต้องได้ของดีมาเยะ มันอาจจะไม่ง่ายที่จะจัดการกับหวังเหลียนในตอนนี้”