เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43 : ปลอมตัว

ตอนที่ 43 : ปลอมตัว

ตอนที่ 43 : ปลอมตัว


ตอนที่ 43 : ปลอมตัว

จอมมารชิงไป่ได้ปกปิดตัวตน, แต่งงานและมีลูก เขาได้ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาปกติทั่วไป

เพราะเฉินกวนมีพ่อแบบนั้น ทุกอย่างที่เขาทำจึงต้องระวังอยู่ตลอด เขาไม่กล้าที่จะติดต่อกับวิหารบรรพชน เพราะกลัวว่าจะมีคนรู้เรื่องครอบครัวเขา

แต่เฉินกวนไม่ได้แค้นเคืองพ่อตัวเอง แม้ว่าพ่อจะทำลายทั้งโลกมา ทว่าเขาก็ไม่ได้ทำผิดอะไรกับเฉินกวนและแม่ แล้วมีเหตุผลอะไรที่เฉินกวนต้องไปแค้นเคืองพ่อตัวเองกัน ?

สำหรับคนอื่นๆ ชิงไป่นั้นคือจอมมาร แต่สำหรับเฉินกวนแล้ว เฉินซิงเหอเป็นพ่อที่ดี

ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อที่มีตัวตนแบบนี้ เฉินกวนคงยินดีที่จะเข้าร่วมกองทัพสวรรค์ โชคร้ายที่เขากลัวว่าภูมิหลังของเขาจะโดนตรวจสอบ เขาไม่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของพ่อจะถูกพบรึไม่ มันดีกว่าที่จะเลือกทางที่ปลอดภัยไว้ก่อน

“ฉันก็อยากเข้าร่วมกองทัพสวรรค์นะ แต่ฉันอยากมีชีวิตมากกว่า” เฉินกวนพูดขึ้น

ตอนนี้เขาเข้าใจหนานจี้หงใหม่ เขาคิดภาพออกว่าภูมิหลังของเธอต้องยิ่งใหญ่แค่ไหนเมื่อเธอบอกว่าสามารถแนะนำให้เขาที่เป็นเด็กที่เพิ่งเรียนจบได้เข้าร่วมกองทัพสวรรค์ได้โดยยังไม่ทันปลุกพลังรอบสองด้วยซ้ำ

หนานจี้หงได้ยินแบบนั้นก็โกรธ ปากเธออ้าออก เธออยากจะพูดบางอย่างแต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

เธอเข้าใจเฉินกวน ถึงเขาจะดูเป็นคนดีก็เถอะ ทว่าเขาน่ะขี้ขลาดไม่กล้าที่จะเสี่ยง

หนานจี้หงคิดว่าเธอไม่มีเบี้ยต่อรอง ถึงมี ทว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะกล่อมให้เฉินกวนมาเสี่ยงแบบนี้

“ฉันมีทางออก ไม่รู้ว่าเธออยากจะลองดูรึเปล่า” ตอนที่หนานจี้หงสลดอยู่นั้น เฉินกวนก็ได้พูดขึ้นมา

“ลองพูดมา” หนานจี้หงอยากได้ยินความคิดของเฉินกวนก่อนแล้วค่อยตัดสิน

เฉินกวนมองไปที่เงาบนำแพงและพูดขึ้นมาช้าๆ “ถ้าที่เธอพูดมาเป็นความจริง เงานั่นถูกทิ้งไว้โดยจักรพรรดิเพื่อปกป้อง <พระสูตรเอฝาง> และปกป้องกำแพงนี่ไม่ให้ได้รับความเสียหาย งั้นตราบใดที่เราบ่มเพาะ <พระสูตรเอฝาง> เงานี่ก็ถือว่าได้ทำตามหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายแล้ว”

หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น หนานจี้หงก็หน้าแดงขึ้นมา เธอแอบบ่นในใจ ‘ ตะกี้ฉันก็เพิ่งบอกให้นายบ่มเพาะเทคนิคนี้ดู แต่นายปฏิเสธ ตอนนี้กลับมาพูดแบบนี้ นายแค่อยากบ่มเพาะเทคนิคนี้กับฉันสินะ ’

“มันอาจไม่ใช่แบบนั้น ใครกำหนดไว้ว่า <พระสูตรเอฝาง> จะมีผู้สืบทอดได้แค่คนเดียว ? ถึงจะมีผู้สืบทอดแค่คนเดียว แต่เงานี่อาจจะไม่จากไปถึงหน้าที่ของมันจะเสร็จสิ้นก็ตาม”

หนานจี้หงพูดขึ้น ในใจเธอค่อนข้างพอใจ

“แน่นอนว่าไม่มีใครกำหนดว่า <พระสูตรเอฝาง> จะมีผู้สืบทอดแค่คนเดียว ฉันไม่ได้บอกด้วยว่าเงานั่นจะจากไปไหน”

“งั้นนายหมายถึงอะไร ?” หนานจี้หงได้ยินที่เฉินกวนพูดมาก็สับสน

เฉินกวนโน้มตัวไปใกล้ๆหนานจี้หงและกระซิบบางอย่าง “ถ้าเรื่องที่เธอพูดถึงจักรพรรดิและเอฝางเป็นความจริง งั้นเกาะนี้อาจจะเตรียมไว้เพื่อเอฝางก็ได้ มันแค่เพราะก่อนที่จักรพรรดิจะเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์บนท้องฟ้า เอฝางยังไม่ฟื้นกลับมา ที่นี่จึงถูกปล่อยให้รกร้างหลังจากที่จักรพรรดิหายตัวไป”

“ก็ถูก แล้วปัญหามันคืออะไร ?” หนานจี้หงถามกลับ

“ปัญหาคือเมื่อทุกอย่างที่นี่ถูกเตรียมไว้ให้กับเอฝาง แล้วทำไมจักรพรรดิถึงยอมให้คนอื่นเข้ามาง่ายๆแบบนี้ ? เขาจะไม่มีวิธีกันไม่ให้คนอื่นบ่มเพาะ <พระสูตรเอฝาง> รึไง ?” เฉินกวนพูดขึ้น

หนานจี้หงรู้สึกว่าคำพูดของเฉินกวนมีความจริงอยู่บ้าง ทว่าเธอก็ยังยืนกราน “บางทีเพราะจักรพรรดิจากไปกะทันหัน เขาไม่ได้ทิ้งข้อจำกัดใดๆเอาไว้ ไม่งั้นเราจะเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ?”

“เธอเกิดวันที่ 15 กรกฎาคมใช่รึเปล่า ?” เฉินกวนไม่ได้ปฏิเสธแต่ถามกลับแทน

“ทำไมถึงถามแบบนั้น ?” หนานจี้หงคิ้วขมวด

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด เอฝางก็น่าจะเกิดวันที่ 15 กรกฎาคม ดังนั้นพวกคนที่เข้ามาที่นี่ได้ก็น่าจะเกิดวันที่ 15 กรกฎาคม และเลือกไปที่ภูเขาผิงตู้ในวันที่ 15 กรกฎาคมก่อนจะถูกส่งมาที่เกาะนี้ นี่คือข้อจำกัดข้อแรกที่จักรพรรดิได้ทิ้งเอาไว้” เฉินกวนบอกสิ่งที่คิดออกมา

“นายพูดถูก” หนานจี้หงรู้เรื่องนี้มานานแล้ว

“เมื่อตั้งข้อจำกัดแบบนี้และทิ้งเงานี่ไว้เฝ้าข้อความ เธอคิดว่าจักรพรรดิจะให้คนอื่นเอาของที่เป็นของเอฝางไปรึไง ? เขาจะยอมให้คนอื่นบ่มเพาะทักษะที่สร้างขึ้นเพื่อเอฝางรึไง ?” เฉินกวนวิเคราะห์ต่อ

“ด้วยแผนการและกลยุทธ์ของจักรพรรดิ มันก็แปลกจริงๆนั่นแหละ” หนานจี้หงอึ้งอยู่นานก่อนจะถอนหายใจออกมา ก่อนหน้านี้เธอคิดเพ้อฝันไปหน่อย

“ดังนั้นนอกซะจากว่าเธอจะเป็นเอฝาง งั้นการบ่มเพาะเทคนิคนี่ก็เท่ากับหาเรื่องตาย” เฉินกวนพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ

หนานจี้หงคิ้วขมวด “งั้นถ้าเราไม่บ่มเพาะเทคนิคนี้ตอนนี้ งั้นไปบ่มเพาะทีหลังก็ได้ไม่ใช่รึไง ?”

“มันไม่ทางเลยที่เราจะออกจากที่นี่ได้” เฉินกวนพูดขึ้น

หนานจี้หงมองไปที่เฉินกวนด้วยความสับสน หน้าเธอเริ่มซีด

เธอเข้าใจว่าเฉินกวนพูดถึงเรื่องอะไร พวกเขาไม่ใช่เอฝาง ดังนั้นจักรพรรดิก็ไม่มีทางปล่อยให้พวกเขารอดไปได้

“ถ้างั้นทำไมเงานี่ถึงไม่ฆ่าเรา ? มันก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากเลยนิ” หนานจี้หงคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ

“ มันเพราะความฉลาดของมันมีจำกัด มันบอกไม่ได้ว่าเราคือเอฝางรึเปล่า เอฝางน่ะตายไปนานแล้ว จักรพรรดิไม่สามารถนำเธอมาที่นี่เพื่อให้เงาจดจำ

ดังนั้นเงานี่จึงไม่รู้จักเอฝาง เขาต้องใช้วิธีอื่นเพื่อยืนยันว่าเราคือคนที่จักรพรรดิบอกให้เขารอรึไม่ ฉันเดาว่าวิธีนั้นน่าจะแยกเราได้ระหว่างที่เราบ่มเพาะเทคนิคนี้ ”

“ถ้างั้นเราคงบ่มเพาะเทคนิคนี้ไม่ได้ นายมีแผนการอื่นรึเปล่า ?” หนานจี้หงเริ่มสับสนกับสิ่งที่เฉินกวนพูดมา

“ใครบอกว่าเราบ่มเพาะไม่ได้ ?” เฉินกวนพูดด้วยรอยยิ้ม

หนานจี้หงสับสน เธอคิ้วขมวดจ้องไปที่เฉินกวนและพูดขึ้นมา “นายบอกเองนิว่าเราบ่มเพาะเทคนิคนี้ไม่ได้ เงานั่นจะมองตัวตนของเราออก แล้วนายมาบอกอีกว่าเราบ่มเพาะเทคนิคนี้ได้ นายหมายความว่ายังไงกันแน่ ?”

“ที่ฉันจะบอกคือเราบ่มเพาะเทคนิคนี้ได้ แต่เราจะให้เงานี่รู้ไม่ได้ว่าเราไม่ใช่เอฝาง รึทำให้เขาคิดว่าเราคือเอฝาง” เฉินกวนพึมพำออกมา

“จะเป็นไปได้ยังไง ?” หนานจี้หงรู้สึกว่าเฉินกวนกำลังพูดไร้สาระอยู่

นี่คือสิ่งที่จักรพรรดิออกแบบเอาไว้ มันไม่ง่ายเลยที่จะหาช่องโหว่

“จะเป็นไปไม่ได้เลยรึไง ? เราก็เหมือนกับเอฝาง เราเกิดฝันที่ 15 กรกฎาคม ความจริงที่เรามาที่ได้ก็ยืนยันได้แล้วว่าเรามีหลายอย่างที่เหมือนกับเอฝาง” เฉินกวนพูดขึ้น

หนานจี้หงมองไปที่เฉินกวนด้วยสีหน้าแปลกๆและพูดขึ้นมา “ถ้าให้ฉันปลอมตัวเป็นเอฝางก็ได้ แต่ผู้ชายอย่างนายจะปลอมเป็นเอฝางได้ยังไง ?”

“ ใครบอกว่าฉันจะปลอมตัวเป็นเอฝาง ? การบ่มเพาะแบบคู่คือการบ่มเพาะระหว่างชายกับหญิง เธอบอกไม่ใช่เหรอว่าเทคนิคการบ่มเพาะนี้เตรียมไว้เพื่อจักรพรรดิกับเอฝาง ?

เธอปลอมเป็นเอฝาง แน่นอนว่าฉันจะปลอมเป็นจักรพรรดิ ฉันจะปลอมเป็นเอฝางได้ยังไง ? ไม่ใช่เท่ากับมีเอฝางสองคนรึไง ? ” เฉินกวนกระซิบที่หูหนานจี้หงพร้อมกับยิ้มออกมา

จบบทที่ ตอนที่ 43 : ปลอมตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว