- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 41 : จักรพรรดิและเอฝาง
ตอนที่ 41 : จักรพรรดิและเอฝาง
ตอนที่ 41 : จักรพรรดิและเอฝาง
ตอนที่ 41 : จักรพรรดิและเอฝาง
‘ ภูมิหลังของหนานจี้หงลึกซึ้งกว่าที่ข้าคิดเอาไว้ ’ เฉินกวนคิดกับตัวเอง
“นายคิดว่ายังไง?” หนานจี้หงถามเฉินกวนด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอพยายามจะแสดงท่าทีว่าไม่ได้สนใจเรื่องการบ่มเพาะแบบคู่นัก
“ข้อความที่บันทึกเอาไว้อาจจะใช้ไม่ได้ผล ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องเทคนิคบ่มพาะที่ไม่ต้องใช้แก่นวิญญาณมาก่อน” เฉินกวนแสร้งทำเป็นใสซื่อ
“ข้อความที่บันทึกไว้ที่นี่เป็นความจริง” หนานจี้หงพูดขึ้นมาโดยไม่ลังเล
“เธอรู้ได้ยังไง ?” เฉินกวนมองไปที่หนานจี้หงด้วยความแปลกใจ
หนานจี้หงอยากจะตบหน้าเฉินกวนและบังคับให้เขาบ่มเพาะเทคนิคนี้ เพื่อที่เขาจะได้เลิกอ้อมค้อมสักที เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เทคนิคที่จักรพรรดิทิ้งเอาไว้ มันต้องเป็นความจริงอยู่แล้ว ผลของเทคนิคนี่ต้องเป็นความจริงแน่ๆ”
“จักรพรรดิทิ้งเอาไว้ ? แล้วทำไมจักรพรรดิถึงต้องทิ้งเทคนิคบ่มเพาะไว้ในที่แบบนี้ ?”
สุดท้ายเฉินกวนก็มั่นใจแล้วว่าหนาจี้หงรู้ว่าจักรพรรดิทิ้ง <พระสูตรเอฝาง> ไว้ที่นี่
หนานจี้หงพูดขึ้นมาด้วยท่าทีร้อนใจ “ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาคุยเรื่องรายละเอียด นายรู้แค่ว่า <พระสูตรเอฝาง> น่ะถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิ เรื่องนี้ไม่ผิดแน่”
“แล้วจักรพรรดิเป็นคนแบบไหน ? ถึงเขาจะทิ้งเทคนิคบ่มเพาะเอาไว้ ทว่ามันก็ต้องเป็นข้อมูลที่มีเพียงอันเดียวในโลก เขาจะมาสร้างเทคนิคบ่มเพาะแบบคู่ได้ยังไง ?” เฉินกวนอยากจะได้ข้อมูลจากหนานจี้หงเพิ่ม
“แน่นอนว่าไม่ใช่ นายเคยได้ยินเรื่องวังเอฝางรึเปล่า ?”
หนานจี้หงไม่รอให้เฉินกวนได้ขัดและพูดต่อ “เรื่องราวส่วนมากที่นายเคยได้ยินคือวังเอฝางถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิเพื่อความรื่นรมย์ของตัวเอง แต่มีข่าวลือบางส่วนที่บอกว่าวังเอฝางถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิเพื่อผู้หญิงที่ชื่อเอฝาง”
“บอกได้ว่าวังเอฝางนั้นถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิเพื่อผู้หญิงที่ชื่อเอฝาง แม้แต่ <พระสูตรเอฝาง> ก็ยังถูกจักรพรรดิสร้างขึ้นมาเพื่อเอฝาง จักพรรดริบอกว่าเพื่อที่จะอยู่กับเอฝางไปตลอดกาลและได้เป็นอมตะไปด้วยกัน” หนานจี้หงพูดขึ้น
เฉินกวนได้ยินแบบนั้นก็ต้องอึ้ง เขารู้จากหวังเหลียนว่าจักรพรรดิได้สร้างเทคนิคบ่มเพาะ <พระสูตรเอฝาง> มาเพื่อให้มนุษย์บ่มเพาะมันได้โดยไม่ต้องใช้แก่นวิญญาณ แต่เขาไม่คิดเลยว่าเทคนิคบ่มเพาะนี้กลับถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิเพื่อผู้หญิง มันน่าเหลือเชื่อและคาดไม่ถึงจริงๆ
“ แล้วเธอไปได้ยินเรื่องนี้มาจากไหน ? ฉันไม่รู้ว่ามันจริงรึเปล่า แต่มันแปลก ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีผู้หญิงที่ชื่อเอฝางอยู่ข้างกายจักรพรรดิมาก่อน ถ้าเธอเป็นที่โปรดปราณของจักรพรรดิจริงๆ
งั้นจะไม่มีใครรู้จักเธอได้ยังไง ? ” เฉินกวนยังไม่เชื่อที่หนานจี้หงพูดมา
หนานจี้หงไม่ได้ปฏิเสธเฉินกวน เธอกลับพูดขึ้นมา “เพราะเอฝางคือรักแรกของจักรพรรดิ เธออยู่ได้ไม่นานหลังจากที่จักรพรรดิรวบรวมโลกให้เป็นปึกแผ่น ไม่งั้นแล้ว นายลองคิดดูสิว่าทำไมจักรพรรดิถึงไม่มีมเหสีข้างกาย ?”
“มันแปลก คิดตามที่เธอพูดมา เอฝางก็ตายไปแล้ว แล้วทำไมจักรพรรดิถึงต้องสร้างเทคนิคบ่มเพาะเพื่อเธอด้วย ? แล้วมันจะบ่มเพาะแบบคู่ได้ยังไง? มันหมายความว่าเธอเป็นผีแล้วบ่มเพาะได้รึไง ?”
เฉินกวนรู้สึกว่าสิ่งที่หนานจี้หงพูดมานั้นยากจะเชื่อได้ มันมีช่องโหว่อยู่หลายจุด
“แล้วนายคิดว่าจักรพรรดิตามหายาอายุวัฒนะไปทำไม ?” หนานจี้หงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เฉินกวนอึ้ง “เธอหมายความว่าความเป็นอมตะที่จักรพรรดิตามหาน่ะไม่ใช่เพื่อตัวเอง ทว่าเพื่อชุบชีวิตเอฝางงั้นเหรอ ?”
“นายจะเชื่อรึเปล่าก็ขึ้นอยู่กับนาย แต่นี่คือความจริง ตอนนี้มีทางเดียวที่เราจะรอดไปจากที่นี่ได้ ไม่งั้นแล้วระหว่างที่ฉันบาดเจ็บอยู่ เราอาจจะโดนฆ่าได้ทุกเมื่อ ลองคิดดูดีๆ” หนานจี้หงเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมา
เฉินกวนหน้าตาดีก็จริง เธอไม่ถือสาหากต้องมีอะไรกับเขา แต่การที่เฉินกวนเอาแต่ปฏิเสธแบบนี้ก็ทำราวกับหนานจี้หงกำลังอ้อนวอนเฉินกวนให้มีอะไรกับเธอ มันเหมือนกับเธอกำลังดูถูกตัวเองอยู่
เฉินกวนไม่ได้สนว่าหนานจี้หงคิดอะไร ตอนนี้เขาก็อารมณ์ไม่ดีเหมือนกัน
ถ้าสิ่งที่หนานจี้หงพูดมาเป็นความจริง งั้นหมายความว่า <พระสูตรเอฝาง> นั้นก็ไม่มีประโยชน์ เดาว่า <พระสูตรเอฝาง> จะมีประโยชน์กับผู้ชายก็ต่อเมื่อต้องบ่มเพาะแบบคู่
เฉินกวนลองคิดดูว่าหลังจากที่ผู้อาวุโสตระกูลหวังได้ข้อมูลจากที่นี่ไป เขาก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อตามหา <พระสูตรเอฝาง> ต่อ เขาเหมือนไม่ได้สนใจมัน
หลังจากผ่านมาหลายปี หวังเหลียนก็มาที่นี่เพื่อตามหา <พระสูตรเอฝาง> หรือว่าหลังจากที่ผ่านมาหลายปี ผู้อาวุโสตระกูลหวังถึงเพิ่งบอกหวังเหลียนเรื่องนี้ ?
หากเทียบกับการคาดเดานี้แล้ว เฉินกวนรู้สึกว่า <พระสูตรเอฝาง> นั้นคือเทคนิคบ่มเพาะที่ผู้หญิงจะบ่มเพาะได้ มันฟังดูน่าเชื่อถือมากกว่า
การที่หนานจี้หงรู้เรื่อง <พระสูตรเอฝาง> ด้วยน่ะเป็นเรื่องบังเอิญรึไง ?
ยิ่งเฉินกวนคิดไหร่ เขายิ่งรู้สึกว่าที่หนานจี้หงพูดมานั้นอาจจะจริง <พระสูตรเอฝาง> อาจจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้หญิงจริงๆ ก็ได้
เมื่อคิดได้แบบนั้น แล้วเฉินกวนจะรู้สึกดีได้ยังไง ? เขาตัดสินใจไปแล้วว่าจะรวบรวม <พระสูตรเอฝาง> มาครอง แต่เมื่อเขามารู้ว่าเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะบ่มเพาะ <พระสูตรเอฝาง> ได้ แน่นอนไม่ว่าเป็นใครก็ต้องสลดเป็นธรรมดา
‘ ถ้าฉันบ่มเพาะมันไม่ได้จริงๆ งั้นฉันก็ต้องหาแผนอื่น ’ เฉินกวนคิดกับตัวเอง ตัวอักษรส่องแสงขึ้นมาอีกรอบ ครั้งนี้เงาบนกำแพงได้ลุกขึ้นยืนพร้อมดาบในมือ
ดาบเองก็เป็นเงาเหมือนกัน ตัดสินจากรูปร่างของดาบเงาแล้ว มันน่าจะเป็นกระบี่ฉิน
เฉินกวนรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา เพราะเขารู้สึกว่าเงานั่นจับจ้องมาที่เขา ตอนนี้เขารู้สึกว่าดาบเงาในมือเงานั่นน่ะจะฟันเขาได้ทุกเมื่อ
ตอนที่เฉินกวนคิดอยู่นั้น เงานั้นกลับเหวี่ยงดาบในมือ ดาบเงาพุ่งตัดผ่านมิติราวกับจะวนรอบมิติภายใต้แสง
เพราะสัญชาตญาณ เฉินกวนและหนานจี้หงต่างก็พากันหมอบลงกับพื้น
แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาช้าไป ดาบเงาได้พุ่งผ่านพวกเขาไปก่อนที่พวกเขาจะหมอบลงกับพื้นได้
เฉินกวนรีบแตะตามตัวดูและพบว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร เขาจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ดูทางนั้นสิ...” เสียงของหนานจี้หงดังขึ้น
เฉินกวนหันกลับไปมองตามทางที่เธอชี้ สีหน้าเธอดูตะลึง เขาอดไมได้ที่จะหันกลับไปมองตามทางที่เธอชี้ไป
เหนือหัวพวกเขาไม่มากนัก พวกเขาเห็นราชาแห่งสุสาน 2 ตัวปีนลงมาตามโซ่กระดูก
ราชาแห่งสุสานไม่ได้ปรากฏตัวมานาน กลับเป็นว่ามันกำลังตามหาที่เพื่อฟื้นฟูร่างกาย หลังจากที่มันฟื้นฟูร่างกายแล้ว มันถึงได้มาตามล่าเฉินกวนและหนานจี้หง
แต่ถึงราชาแห่งสุสานจะรวมร่างกลับไปแบบเดิมได้ ทว่ามันก็เสียหัวไปกว่าครึ่งแล้ว มันเหลือหน้าแค่ส่วนด้านล่างจมูก หัวส่วนบนของมันพังทลายราวกับโดนตัดด้วยมีดอันแหลมคม
ร่างของราชาแห่งสุสานไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือนกับคนทั่วไป มันเหมือนกับคนโดนห้อยหัวที่ตัวส่ายไปมาในอากาศโดยถูกตรึงไว้โดยโซ่กระดูก มันราวกับราชาแห่งสุสานได้ตายไปแล้ว
เฉินกวนขนลุกขึ้นมา ดาบเงาตะกี้กลับฆ่าราชาแห่งสุสานที่แข็งแกร่งแบบนี้ได้