- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 40 : เครื่องมือ
ตอนที่ 40 : เครื่องมือ
ตอนที่ 40 : เครื่องมือ
ตอนที่ 40 : เครื่องมือ
หนานจี้หงอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองเฉินกวนเพื่อดูหน้าตาเขาดีๆ
ตอนที่เธอเจอเฉินกวนครั้งแรก เธอไม่ได้สนใจเขานัก เธอแค่คิดว่าเขาก็หน้าตาดีใช้ได้ แต่หากเทียบกับหน้าตาที่หล่อเหลาของฉินจืออวี่ที่คิ้วคมกริบและตาที่กลมโต
เขาไม่ได้หล่อกระชากใจสาว หน้าตาเขาไม่ได้ดีพอที่จะทำให้หลงทันทีที่เห็น
ทว่าหลังจากที่ได้ดูใกล้ๆ เธอก็พบว่าจริงๆแล้วเฉินกวนก็หน้าตาดีเอามากๆ บอกได้ว่าหน้าตาเขามีเอกลักษณ์เป็นพิเศษ เหตุผลว่าทำไมมองแว๊บแรกแล้วไม่ได้หลงคงเพราะคิ้วที่ดูเด่นเกินไปของเขา
คิ้วเขาหนาและเข้มจนทำให้สงสัยว่าเขาเขียนคิ้วเอารึเปล่า คิ้วเขากว้างกว่าคนทั่วๆไป คิ้วเขายังดูคมอีกด้วย
แค่เพราะคิ้วเขา มันจึงทำให้เฉินกวนดูเป็นคนที่อ่อนโยนและเป็นมิตร
มันทำให้เขาดูไม่เด่นเท่าที่ควร มองผ่านๆเขาเหมือนพี่ชายข้างบ้านที่ใจดี
ถ้าไม่สนใจคิ้วหนาๆของเขา งั้นหนานจี้หงคงคิดว่าเฉินกวนน่ะหล่อไม่น้อยไปกว่าฉินจืออวี่เลยด้วยซ้ำ
ด้วยคิ้วหนาๆนี้ ถึงหน้าตาจะดีแค่ไหนแต่มันก็ยังทำให้ภาพรวมนั้นดูธรรมดา
หนานจี้หงเอานิ้วไปบังคิ้วของเฉินกวนเอาไว้และมองดูอีกครั้ง จากนั้นเธอก็ใจเต้นรัวขึ้นมา
คิ้วนี่ส่งผลมากกว่าที่เธอคิดเอาไว้
ถ้าตัดคิ้วของเฉินกวนไป แค่นี้ก็ทำให้เธอใจเต้นรัวได้แล้ว
หนานจี้หงคิดกับตัวเองว่าถ้าเธอได้มีอะไรกับผู้ชายที่หล่อแบบนี้ แค่คิดก็น่าพอใจแล้ว อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องมารู้สึกผิดทีหลัง เธอถึงกับคาดหวังเลยด้วยซ้ำ
แต่เมื่อเอานิ้วที่บังคิ้วออกไป ความรู้สึกคาดหวังนี้ก็แทบจะหายไปในพริบตา
หนานจี้หงมองดูเฉินกวนอีกรอบและพบว่าความต่างที่มากที่สุดระหว่างเฉินกวนตอนที่มีคิ้วกับไม่มีคิ้วนั้นทำให้เขาดูเป็นคนต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ถ้าไม่มีคิ้ว ความหล่อของเฉินกวนน่ะหล่อแบบแบดๆ แต่คำว่า ‘แบด’ ที่ว่านี้ไม่ใช่ว่าเขาดูเป็นคนเลวอะไร
มันเหมือนเขาดูเป็นคนเถื่อนๆ เท่ๆ เหมือนเป็นคนอันตรายๆ
ถ้ามีคิ้ว ความเถื่อนที่ว่านี้จะหายไป มันจะทำให้เฉินกวนดูเป็นคนอ่อนโยนแต่ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงสนใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่หนานจี้หงเห็นว่าคิ้วส่งผลกับหน้าตาและบุคลิกของคนขนาดนี้
‘ ถ้าเฉินกวนไปกันคิ้วออกบ้าง ทำให้มันบางและสมส่วนกว่านี้ งั้นเขาอาจจะเป็นเป้าสายตายิ่งกว่าฉินจืออวี่ด้วยซ้ำ ’ หนานจี้หงคิดกับตัวเอง
เมื่อคิดได้แบบนั้นหนานจี้หงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ถึงเฉินกวนจะหน้าตาดี ทว่าในยุคนี้หน้าตาไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญเท่าไหร่
โดยเฉพาะคนที่มีภูมิหลังอย่างเธอ ถ้าเธอหาคนที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะไม่ได้ งั้นสุดท้ายเธอก็ต้องเลิกกับผู้ชายคนนั้นอยู่ดี สุดท้ายก็ต้องแยกกัน
มันไม่ใช่เพราะนิสัย แต่เพราะความยากที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าจะรักกันแค่ไหน สุดท้ายก็จะเกิดปัญหาอยู่ดี
ในความเห็นของหนานจี้หง พรสวรรค์ในการบ่มเพาะและภูมิหลังตระกูลของเฉินกวนนั้นน่าจะธรรมดา ไม่งั้นแล้วความต่างด้านความแข็งแกร่งของเขากับฉินจืออวี่คงไม่มากแบบนี้ทั้งๆ ที่เข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์พร้อมกัน
‘ ถึงเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้เราก็ไม่มีทางเลือก มันคงดีถ้าจะมีความทรงจำร่วมกันกับคนหน้าตาดีแบบเขา ’ หนานจี้หงเริ่มแก้มแดงขึ้นมา
เธอรีบเรียกสติตัวเองและหันไปมองเฉินกวน “ถ้าในสถานการณ์ปกติ ถึงจะมียาช่วย แต่คงยากที่จะฟื้นฟูได้ในเวลา 10-15 วัน ในที่แบบนี้ นี่ไม่ต้องนับ 10 วันเลย แค่ 1 นาทีก็อันตรายแล้ว เราต้องหาทางออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด ดังนั้นมันจะดีที่สุดที่จะรักษาอาการบาดเจ็บของฉันให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้”
“ถ้ายาเธอยังรักษาไม่ได้ งั้นฉันจะไปทำอะไรได้ ?” ถึงเฉินกวนจะพูดแบบนั้น ทว่าเขาก็อดนึกถึงเนื้อหาของเทคนิคบ่มเพาะแบบคู่ไม่ได้
ผลจากเทคนิคการบ่มเพาะแบบคู่นั้นมีส่วนที่ชื่อว่า ‘กำเนิดสรรพสิ่ง’ อยู่ ทุกอย่างล้วนแต่เกื้อหนุนกัน หยินหยางเกื้อหนุนและหล่อเลี้ยงกัน มันจะให้กำเนิดชีวิตแก่ความตาย ไม่รู้ว่าคำพูดที่ว่านี้เกินจริงไปรึไม่
‘ รึว่าหนานจี้หงคิดจะใช้ฉันกับการบ่มเพาะเทคนิคนี้เพื่อให้กำเนิดสรรพสิ่ง ? ’ เฉินกวนคิดกับตัวเอง
“เฉินกวน นายจำข้อความพวกนั้นได้รึเปล่า ?” เมื่อเห็นสีหน้าของเฉินกวนไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม หนานจี้หงก็อดไม่ได้ที่จะกังวลขึ้นมา ยังไงซะเธอก็เป็นผู้หญิง ถึงเธอจะเต็มใจ ทว่าเธอก็ยังหวังให้ผู้ชายออกตัวก่อนอยู่ดี
“ข้อความมันยาวจะตาย เงานั่นดึงความสนใจของฉันไป ฉันเลยไม่ทันได้อ่านดูดีๆ” เฉินกวนไม่มีทางเอ่ยปากเรื่องนี้ออกมาเองแน่
ถึงหนานจี้หงจะหน้าตาสวยและหุ่นดี ทว่าเขาก็ไม่ได้มีความคิดเรื่องอย่างว่าในเวลาแบบนี้ ในสถานที่อันตรายแบบนี้ มันไม่มีใครมีเวลาไปคิดเรื่องลามกหรอก เฉินกวนไม่ใช่พวกโรคจิตแบบนั้น
ยิ่งกว่านั้นเฉินกวนก็ยังสงสัยว่านี่ไม่ใช่ <พระสูตรเอฝาง> ที่จักรพรรดิคิดค้นขึ้นมา ดังนั้นมันคงบอกได้ยากว่ามันจะได้ผลแบบที่ข้อความบอกไว้รึเปล่า
เมื่อได้ยินที่เฉินกวนพูด หนานจี้หงก็แสร้งทำเป็นใจเย็นและพูดขึ้น “ตามที่ข้อความบอกมา มันมีวิธีที่เรียกว่ากำเนิดสรรพสิ่ง ด้วยการใช้วิธีนี้ มันเป็นไปได้ที่อาการบาดเจ็บของฉันจะฟื้นฟูในเวลาสั้นๆ ตอนนี้มันมีแค่ทางนี้ทางเดียว”
“งั้นก็รีบใช้มันซะสิ” เฉินกวนบอกกับหนานจี้หงด้วยสีหน้าใสซื่อ
หนานจี้หงอยากจะกุมขมับ แต่เธอก็พูดขึ้นมาต่อ “การกำเนิดสรรพสิ่งต้องบ่มเพาะแบบคู่ ดังนั้นต้องใช้คน 2 คน ถ้านายยินดีจะช่วยฉัน ฉันจะตอบแทนนายแน่”
เฉินกวนคิด ‘ ใช้ฉันอย่างกับเครื่องมือ ฉันไม่คิดจะขายตัวเองหรอกนะ นี่คิดจะกินฉันแล้วจ่ายรึไง ? ’
เขาเยาะเย้ยในใจ แต่ตอนนั้นหนานจี้หงกลับล้วงเอาบางอย่างออกมาวางไว้ตรงหน้าเฉินกวน
“นี่คือแก่นสกิลระดับไร้เทียมทาน [ ก้าวย่างภูติผีและเทพเจ้า ] มันคือสกิลเคลื่อนที่ ถ้านายยินดีจะช่วยฉัน ฉันจะยกสกิลนี้ให้นาย”
“[ ก้าวย่างภูติผีและเทพเจ้า ] จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ภูเขาเป่ยมางน่ะเหรอ ?” เฉินกวนอยากจะปฏิเสธแต่ก็ต้องกลืนคำพูดกลับลงคอทันที
เขาเคยได้ยินชื่อ [ ก้าวย่างภูติผีและเทพเจ้า ] มาก่อน ในหมู่ทักษะเท้าระดับไร้เทียมทาน [ ก้าวย่างภูติผีและเทพเจ้า ] นั้นอยู่ 10 อันดับแรก
มีคำพูดอธิบาย [ ก้าวย่างภูติผีและเทพเจ้า ] ไว้ว่า ‘ ก้าวแรกผีตกใจ ก้าวสองเทพสะดุ้ง ก้าวสามแม้แต่ภูตผีรึเทพเจ้าก็ยากจะคาดเดาได้ ’
ในด้านของการคาดเดา บอกได้ว่า [ ก้าวย่างภูตผีและเทพเจ้า ] มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน
โชคร้ายที่จักรพรรดิผีในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาเป่ยมางนั้นดรอปสกิลนี้ออกมาไม่มาก บอกได้ว่ามีไม่ถึง 10 คนในโลกนี้ที่ได้เรียนสกิล [ ก้าวย่างภูตผีและเทพเจ้า ]
แน่นอนว่าสกิลระดับไร้เทียมทานที่ดรอปมาก็ยิ่งมีน้อย
ประเด็นคือสกิลนี้จะเรียนรู้ได้ก็แค่ตอนที่ปลุกพลังรอบแรก หลังจากที่ปลุกพลังรอบ 2 ไปแล้วจะเรียนรู้สกิลนี้ไม่ได้
เฉินกวนไม่คิดเลยว่าหนานจี้หงจะมีของแบบนี้กับตัว ด้วยสกิลดีๆ แบบนี้ ทำไมเธอถึงไม่ใช้เองแต่กลับยอมยกให้เฉินกวนเพื่อใช้เขาเป็นเครื่องมือสำหรับการบ่มเพาะเทคนิคบ่มเพาะ