เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 : เงา

ตอนที่ 39 : เงา

ตอนที่ 39 : เงา


ตอนที่ 39 : เงา

เฉินกวนน่ะความจำดี เขาจดจำเนื้อหาทั้งหมดได้

เนื้อหาที่บันทึกไว้บนกำแพงนั้นคือเทคนิคการบ่มเพาะอย่างหนึ่ง มันคือเทคนิคการบ่มเพาะแบบคู่

เพราะมันไม่ได้บอกว่าจำกัดแค่ผู้ชายกับผู้หญิง, ชายชายหรือหญิงหญิง ดังนั้นเฉินกวนจึงไม่รู้ว่ามันจะบ่มเพาะได้แค่ผู้ชายกับผู้หญิงรึไม่

แต่ตามเนื้อหาจากข้อความพวกนี้ การบ่มเพาะเทคนิคนี้จะส่งผลดีต่อทั้งสองฝ่ายอย่างมาก หากบ่มเพาะถึงระดับสูงสุด งั้นพวกเขาก็สามารถก้าวขึ้นไปเป็นผู้อมตะได้เลยด้วยซ้ำ

ยิ่งเฉินกวนคิดเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันผิดปกติมากเท่านั้น  <พระสูตรเอฝาง> คือกฎที่ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดิด้วยการนำเทคนิคบ่มเพาะทั้งหมดมาสรุปรวมกัน ในยุคที่ผู้ชายเป็นใหญ่กว่าผู้หญิง

ผู้หญิงจะมีฐานะทัดเทียมกับผู้ชายได้ยังไง ?

ดังนั้นเฉินกวนจึงสงสัยอย่างมากว่าเทคนิคการบ่มเพะนี้ไม่ใช่ <พระสูตรเอฝาง> ที่จักรพรรดิได้ทิ้งเอาไว้

เฉินกวนยังคงคิดต่อ ยิ่งวิเคราะห์เทคนิคบ่มเพาะนี้เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพบว่ามันน่าจะไม่ใช่ <พระสูตรเอฝาง> มากเท่านั้น เพราะวิธีการบ่มเพาะการเข้ากันของหยินหยางนั้นถูกเขียนไว้ที่ส่วนหลัง

มันต้องมีแค่ผู้หญิงและผู้ชายเท่านั้นที่จะบ่มเพาะเทคนิคนี้ได้

‘ เทคนิคนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับราชาแห่งสุสาน ราชาแห่งสุสานคือการรวมกันของหยินกับหยาง ’  เฉินกวนคิดกับตัวเอง

หนานจี้หงจำเทคนิคได้แค่ส่วนแรก ทว่าเธอก็รู้ได้ว่านี่คือเทคนิคการบ่มเพาะแบบคู่ เธอเริ่มสงสัยว่านี่คือเทคนิคบ่มเพาะที่เธอคิดไว้หรือไม่

“เทคนิคบ่มเพาะที่จักรพรรดิสร้างขึ้นมาจะเป็นเทคนิคการบ่มเพาะที่ลามกแบบนี้ได้ยังไง ?” หนานจี้หงสีหน้าเปลี่ยนไป

หลังจากนั้นสักพักตัวหนังสือบนกำแพงก็ส่องแสงขึ้นมาอีกรอบ หนานจี้หงตรวจสอบดูอีกรอบพร้อมกับจดจำเนื้อหาให้ขึ้นใจ

เฉินกวนไม่จำเป็นต้องจดจำเนื้อหาพวกนั้นอีก เขาแค่มองไปรอบๆด้วยแสงจากตัวอักษรพวกนี้เพื่อหาทางหนีจากที่นี่

โชคร้ายที่พื้นที่ที่แสงส่องสว่างถึงนั้นมีจำกัด นอกจากกำแพงหินด้านนี้แล้ว เขามองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืดมิด

อยู่ๆเฉินกวนก็จ้องไปที่จุดหนึ่งบนกำแพง จากนั้นสายตาเขาก็เริ่มแสดงความกลัวออกมา

หนานจี้หงไม่ได้เห็นสิ่งผิดปกติเหมือนกับเฉินกวน เธอแค่กำลังจำข้อความของเทคนิคบ่มเพาะนี้ เธอไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่น

แสงบนตัวอักษรหายไปอีกรอบ ทว่าสายตาของเฉินกวนก็ยังจับจ้องไปที่จุดเดิมบนกำแพงไม่ละสายตา

ใช่ มันมีเงาคนอยู่ มันไม่ใช่ภาพวาด มันคือเงาจริงๆที่จะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อมีแสงสว่าง

แต่เฉินกวนไม่เห็นตัวคนที่ทำให้เกิดเงา มันมีแค่เงาบนกำแพง มันเหมือนอยู่ๆก็มีเงานี่โผล่มา

“ฉันคงตาฝาด มันจะมีเงาโผล่มาโดยไม่มีวัตถุได้ยังไง ?” สีหน้าของเฉินกวนหม่นลง ถึงเขาจะพึมพำออกมาแบบนั้นแต่เขาไม่ได้คิดแบบที่พูด เพราะเขามองเห็นเงานี่ชัดเจน

มันคือเงาดำ เงาที่ไม่มีโค้งเว้าไปกับกำแพงถ้ำ มันก็แค่เงาที่สะท้อนทาบไปที่กำแพงถ้ำ

เฉินกวนใจเต้นรัว เขาไม่ได้กลัวผี ความแปลกประหลาดของสัตว์วิญญาณก็ไม่ได้น้อยไปกว่าผีเลย ไม่มีใครกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นอย่างผีหรอก

แต่เงาที่สะท้อนบนกำแพงนี่ไม่ได้มีวัตถุตั้งต้น มันต้องมีคนอยู่ที่นี่ ไม่ก็เงานี่ต้องเป็นสัตว์วิญญาณ

เฉินกวนไม่เคยได้ยินสัตว์วิญญาณที่อยู่ในรูปร่างเงามาก่อน เขากลัวว่าการโจมตีกายภาพคงทำอะไรสัตว์

วิญญาณแบบนี้ไม่ได้ อย่างสัตว์วิญญาณธาตุน้ำ หมัดหรืออาวุธแทบจะสร้างความเสียหายให้มันไม่ได้ มีแค่    สกิลเท่านั้นที่พอจะสร้างความเสียหายให้มันได้

เฉินกวนยังไม่มีการโจมตีด้วยสกิลแบบนั้น ถ้าเขาเจอกับสัตว์วิญญาณที่ต้านทานการโจมตีกายภาพได้ งั้นเขาคงตกอยู่ในอันตราย

ความคิดต่างๆ โผล่มาในหัวเฉินกวน ตัวหนังสือบนกำแพงได้ส่องแสงออกมาอีกรอบ ตัวหนังสือพวกนี้เหมือนจะหายใจได้ มันคอยส่องแสงและหม่นแสงลงสลับกันเป็นจังหวะ ระยะห่างระหว่างช่วงอยู่ที่ 15 นาที

หนานจี้หงยังทำการจำข้อความบนกำแพงอยู่ แต่เฉินกวนยังคงมองไปที่เงาบนกำแพงถ้ำ

ถูกแล้ว มันคือเงาจริงๆ เงาที่ไม่มีวัตถุตั้งต้น เงาที่สะท้อนไปบนกำแพงอยู่ๆข้างข้อความพวกนี้ เพราะแสงจากตัวหนังสือมันสว่างเกินไป เงานี้จึงแทบจะโดนมองข้ามไป

เฉินกวนพบว่าท่าของเงานี้ต่างจากเดิม

“ไม่ผิดแน่ ต้องเป็นสัตว์วิญญาณแน่ๆ ไม่รู้ว่ามันเลเวลเท่าไหร่” ตอนที่แสงหายไปพร้อมความมืดมิดที่กลับมาอีกครั้ง เฉินกวนก็อึดอัดใจอย่างมากราวกับว่ามีปิศาจแอบอยู่ข้างๆ กาย

ปากของปิศาจกำลังยื่นออกมาจากความมืดมิดเพื่อกลืนกินเขา

เงานี่ทั้งมองไม่เห็นและสัมผัสไม่ได้ ถ้ามันออกมาจากความมืดจริงๆ งั้นเขาก็ไม่มีทางรับมือกับมันเลย เขาอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองตายยังไง

มีความคิดนับไม่ถ้วนแว๊บเข้ามาในหัวเฉินกวน ตอนนี้ร่างกายเขาตกอยู่ในความตึงเครียดพร้อมที่จะโจมตีสวนกลับไปทุกเมื่อ

เหยียนจือตกน้ำจนบาดเจ็บหนัก เดาว่าคงยากที่จะสู้ต่อได้ ไม่รู้ว่าเฉินกวนจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตอนนี้ไปได้ด้วยความสามารถของตัวเองหรือไม่

ถึงเหยียนจือจะยังสู้ได้ ทว่ามันจะสร้างความเสียหายให้กับเงานั่นได้รึไง ?

ตอนที่เฉินกวนกำลังคิดอยู่นั้น แสงก็ส่องสว่างออกมาจากตัวหนังสืออีกรอบ เฉินกวนมองไปที่ท่าของเงาและพบว่าเงานั้นเคลื่อนที่เล็กน้อย ท่าของมันต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ท่าของเงาตอนนี้เหมือนจะนั่งมือเท้าคางมองมาที่เฉินกวน

เฉินกวนเริ่มเหงื่อชุ่มไปทั้งหน้าผาก เงานี่ไม่ได้มีใบหน้าแต่เฉินกวนรู้สึกได้ว่าเงานี่กำลังมองมาที่เขา

“นายเป็นอะไรไป ?” หนานจี้หงที่จดจำเนื้อหาทั้งหมดได้แล้วนึกออกว่าเฉินกวนอยู่ข้างๆจึงหันกลับมามอง เธอเห็นเขาเริ่มเหงื่อชุ่มไปทั้งหน้าผากและมองไปที่กำแพงถ้ำด้วยสีหน้าเครียด

ราวกับเห็นบางอย่างที่น่ากลัวเข้า

หนานจี้หงเป็นคนฉลาด หลังจากที่ถามเสร็จ เธอก็ตระหนักได้ถึงบางอย่าง เธอมองตามสายตาของเฉินกวนและเห็นเงาดำนั่น นัยน์ตาเธอหดลงทันที

“นั่นมันอะไร ? สัตว์วิญญาณ ?” ถึงหนานจี้หงจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เธอตัดสินได้เหมือนกับเฉินกวน ทั้งสองต่างก็รู้สึกว่าเงานี่ต้องอันตรายมากแน่ๆ

“ฉันก็ไม่รู้ แต่น่าจะเป็นสัตว์วิญญาณ” เฉินกวนยังคงมองไปที่เงานั่นไม่ละสายตา

ตอนที่แสงดับลง หนานจี้หงก็รู้สึกกลัวขึ้นมาราวกับมีอันตรายอยู่ทุกที่ในความมืดมิดรอบตัว เธอขนลุกไปทั้งตัว

ถ้ามันเป็นสัตว์วิญญาณเหมือนกับราชาแห่งสุสาน

งั้นหนานจี้หงคงไม่กลัวแบบนี้ ถ้าเธอเอาชนะมันไม่ได้ อย่างมากก็แค่ตาย

แต่แรงกดดันที่เงานี่สร้างขึ้นมานั้นทำให้เธอกลัว แต่ความกลัวนี้ไม่ได้มาจากความกลัวตาย

หนานจี้หงกัดฟันพูดขึ้น “เราต้องหาทางออกจากที่นี่ ที่นี่มันแปลกเกินไป”

“มันไม่มีท้องฟ้ารึพื้นดิน เราบินก็ไม่ได้ เราจะออกไปยังไง ?” เฉินกวนถามสวนกลับ

“เราคงต้องว่ายน้ำไปเพื่อหาทางออกจากที่นี่” หนานจี้หงพูดขึ้น

“ฉันกลัวว่ามันต้องมีสัตว์วิญญาณซ่อนอยู่ใต้น้ำ เธอว่ายน้ำเก่งแค่ไหน ?” เฉินกวนถามกลับ

“ฉัน....ว่ายน้ำไม่เป็น...” หนานจี้หงพูดขึ้นพร้อมหน้าแดงด้วยความอาย

“เธอว่ายน้ำไม่เป็น ฉันก็ว่ายน้ำไม่เก่งนัก ถ้ามีสัตว์วิญญาณอยู่ในน้ำจริงๆ งั้นเราตายแน่” เฉินกวนถอนหายใจออกมา

สีหน้าของหนานจี้หงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วยสภาพร่างกายเธอตอนนี้ งั้นคงยากที่เธอจะหนีจากที่นี่ได้ ถ้าเธอกลับมาขยับได้เหมือนเดิม งั้นบางทีเธออาจจะมีโอกาสรอด

แต่ไม่ว่าจะมียาดีแค่ไหน มันก็ไม่ทางรักษากระดูกที่หักของเธอได้ในทันที ยกเว้นแต่ว่า...

หนานจี้หงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเทคนิคการบ่มเพาะแบบคู่ที่เธอเพิ่งจำมา ด้านหลังเนื้อหาเทคนิคการบ่มเพาะนี้คือผลของการใช้งานเทคนิคการบ่มเพาะ หากเทคนิคการบ่มเพาะนี้มีประโยชน์จริงๆ

งั้นบางทีมันอาจจะรักษากระดูกที่หักของเธอได้ในพริบตาก็ได้

จบบทที่ ตอนที่ 39 : เงา

คัดลอกลิงก์แล้ว