เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 : ข้อความบนกำแพง

ตอนที่ 38 : ข้อความบนกำแพง

ตอนที่ 38 : ข้อความบนกำแพง 


ตอนที่ 38 : ข้อความบนกำแพง

หนานจี้หงสำลักอยู่หลายรอบก่อนจะสงบลงได้ เธอมองไปรอบๆ และอยากจะลุกขึ้นยืน

ทว่าทันทีที่ขยับตัว เธอก็หน้าซีดไปทันที

“ขาฉัน” หนานจี้หงกัดฟันทนความเจ็บและตรวจสอบอาการที่ขา เธอเห็นว่าข้อเท้าเธอบวม เห็นแบบนั้นก็ทำให้สีหน้าเธอบิดเบี้ยวไป

หนานจี้หงกัดฟันทนความเจ็บลุกไปนั่งที่ก้อนหิน เธอโน้มตัวลงมาถอดรองเท้าออก ระหว่างนั้นสีหน้าเธอก็ยิ่งบิดเบี้ยวกว่าเก่าเพราะความเจ็บปวด

ตอนที่ถอดรองเท้าทั้งสองข้างออก เฉินกวนก็เห็นว่าเท้าเธอก็บวมด้วยเช่นกัน กระดูกเท่าเธอน่าจะหักไม่ก็ร้าว

“ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้ นายชื่ออะไร ?”

หนานจี้หงรู้อาการตัวเองดีกว่าเฉินกวน การตัดสินของเธอคล้ายกับเฉินกวน กระดูกเท้าเธอคงหัก สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก ถึงเธอจะมียากับตัว ทว่าก็คงไม่อาจจะรักษาให้หายได้ในเวลาอันสั้น มันคงยากที่จะเคลื่อนที่ได้เหมือนเดิม

ในที่แบบนี้ ถ้าขยับตัวไม่ได้ หากเจอกับสัตว์วิญญาณเข้า มันก็เท่ากับความตายถูกตัดสินเอาไว้แล้ว

“เฉินกวน” เฉินกวนตอบกลับ

“ ตอนนี้เราตกอยู่ในอันตราย ฉันจะไม่อ้อมค้อม ฉันกลัวว่าเท้าฉันคงหัก กระดูกที่ข้อเท้าคงบิด ฉันต้องจัด

กระดูกบิดก่อน จากนั้นถึงจะใช้ยาได้ นายรู้เรื่องการจัดกระดูกรึเปล่า ? ” หนานจี้หงถามออกมาตรงๆ

ทุกวันนี้ในมหาลัยก็มีการสอนเรื่องการจัดกระดูก นักเรียนต้องเรียนรู้เรื่องการจัดกระดูก แต่พวกเขาจะรู้ขนาดไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และความสามารถของพวกเขา

“ก็พอรู้อยู่ ฉันจะช่วยจัดกระดูกให้เธอก็ได้” เฉินกวนนั่งยองๆ ลงไปค่อยๆ จับเท้าซ้ายของหนานจี้หงที่บวมอย่างกับขาหมูขึ้นมา

ทันทีที่สัมผัสเท้าเธอ หนานจี้หงก็หน้าซีดกว่าเก่าพร้อมคิ้วที่ขมวดหนักกว่าเดิม

เฉินกวนเห็นว่าเธอกัดฟันทนความเจ็บอยู่ เขาจึงไม่มัวพูดอะไรมาก เขาตรวจสอบกระดูกที่บิดและถามคำถามกับหนานจี้หงเพื่อตัดสินตำแหน่งของกระดูกที่บิด

“เธอชื่ออะไร ?” เฉินกวนถามพร้อมกับแตะที่กระดูกไปด้วย

“หนาน...อ๊า...” หนานจี้หงพูดได้คำเดียวก็ร้องออกมาเพราะความเจ็บ เฉินกวนจับกระดูกเท้าซ้ายเธอเสร็จอย่างรวดเร็ว เธอเจ็บอยู่ได้ไม่นาน

เฉินกวนยังใช้วิธีเดิมเพื่อจัดการกับเท้าอีกข้างของเธอ

“นายรู้เรื่องจัดกระดูกดีนิ” เมื่อเห็นว่าการจัดกระดูกของเฉินกวนทั้งรวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งความเจ็บที่เท้าก็ลดลงไปเยอะ

หนานจี้หงก็อดไม่ได้ที่จะออกปากชม การที่จะรู้เรื่องการจัดกระดูกขนาดนี้ได้ก็ต้องขยันพอตัว

“ไม่เท่าไหร่หรอก” เฉินกวนพูดขึ้น “เธอมียารักษากระดูกรึเปล่า ? ถ้าไม่มี ฉันมีติดตัวอยู่ แต่มันไม่ได้ดีเท่าไหร่ แค่พอใช้ได้”

“ฉันมียาอยู่ นายช่วยฉันทาที” หนานจี้หงเอายาออกมาส่งให้กับเฉินกวน

เฉินกวนแปลกใจนิดๆ ยานี่แพงพอตัว หนานจี้หงน่าจะไม่ได้มาจากตระกูลทั่วๆ ไป

หลังจากที่ทายาเสร็จ เฉินกวนก็มัดผ้าพันแผลให้เธอ ระหว่างนั้นทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกัน พวกเขาแค่ตรวจสอบรอบๆตัวเพราะกลัวว่าจะมีสัตว์วิญญาณโผล่มา

มันน่าจะมีสัตว์วิญญาณที่นี่ อย่างน้อยก็ต้องมีราชาแห่งสุสาน

จนกระทั่งอาการบาดเจ็บที่เท้าของหนานจี้หงหายดี มันก็ไม่มีสัตว์วิญญาณโผล่มา ทั้งสองต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ตอนนี้นายเลเวลเท่าไหร่ ?” หนานจี้หงถามกับเฉินกวน

“6” เฉินกวนตอบกลับตามจริง

หนานจี้หงได้แต่ถอนหายใจ เลเวล 6 มันน้อยไป ถ้าราชาแห่งสุสานโจมตีพวกเขา งั้นคงพึ่งเฉินกวนไม่ได้ เธอต้องพึ่งตัวเองเผชิญหน้ากับราชาแห่งสุสาน

แต่เธอเคลื่อนที่ได้ไม่สะดวก มันคงอันตรายหากต้องสู้กับราชาแห่งสุสาน

ตอนที่หนานจี้หงคิดถึงไพ่ลับที่มีติดตัว อยู่ๆ เธอก็เห็นแสงตรงหน้าที่เริ่มจ้าขึ้น มันจ้าซะจนเธอต้องยกมือขึ้นบังแสงเอาไว้ก่อนจะมองไปที่ต้นตอของแสง

หลังจากที่เห็นชัดว่ามันคืออะไร หนานจี้หงก็เบิกตากว้างด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ สายตาของเธอสะท้อนความแปลกใจมากกว่าความกลัว

เฉินกวนมองไปที่ที่มาของแสงและพบว่าแสงมันมาจากกำแพงหิน บนกำแพงนั้นมีตัวหนังสือเล็กๆ เขียนเอาไว้ มันคือตัวหนังสือพวกนี้ที่ส่องแสงออกมา

แสงที่ส่องออกมานี้ทำให้เห็นได้แค่พื้นที่รอบๆ ที่พวกเขาเห็นก็แค่น้ำใสๆ และถ้ำด้านบน รอบๆยังมืดสนิท ไม่มีใครรู้ว่าที่นี่ใหญ่แค่ไหน รอยแตกที่พื้นด้านบนเหมือนจะเป็นแค่เส้นเล็กๆ บางๆ ในสายตาพวกเขา

เฉินกวนเดาว่าที่นี่คงต่ำกว่าพื้นดินเป็นพันเมตร

“<พระสูตรเอฝาง> ?”เฉินกวนมองไปที่ตัวอักษรบนกำแพงและพยายามจะจดจำมันให้ขึ้นใจ

เขาเคยเรียนวิชาอักษรศาสตร์มา ตัวหนังสือพวกนี้เหมือนกับตัวหนังสือที่เขาเรียนมา เขารู้ทันทีว่ามันคือตัวหนังสืออะไรและรีบจดจำมันให้ขึ้นใจ

เฉินกวนมองไปที่หนานจี้หงและเห็นว่าเธอเพ่งสมาธิมองไปที่ตัวอักษรพวกนี้ไม่ละสายตา

ชัดแล้วว่าเธอรู้จักมัน เขาคิดกับตัวเอง ‘ หนานจี้หงไม่ได้แปลกใจเลยสักนิดที่เห็นตัวหนังสือพวกนี้ในที่แบบนี้ รึว่าเธอรู้เรื่อง <พระสูตรเอฝาง> ? เธอรู้ก่อนจะมาที่นี่รึว่าพบเบาะแสบนเกาะ ?

หวังเหลียนบอกว่าผู้อาวุโสของเธอทำลายจารึกที่มีตัวหนังสือบันทึกเอาไว้ไปแล้ว ดังนั้นพวกที่มาทีหลังก็ไม่น่าจะรู้เรื่องนี้ รึว่านอกจากจารึกหินแผ่นนั้นแล้ว มันจะมีจารึกแผ่นอื่นบนเกาะที่บันทึกเรื่อง <พระสูตรเอฝาง> เอาไว้ ? ’

มีตัวหนังสือบนกำแพงแค่ 4-5 พันตัว ก่อนที่ทั้งสองคนจะจำมันได้ทั้งหมด แสงบนตัวหนังสือก็หม่นลง ไม่นานตัวหนังสือก็หายไปเหลือแต่ความมืดมิด

“นายจำมันได้หมดมั้ย ?” หนานจี้หงหันกลับไปถามเฉินกวน

มันมีตัวหนังสืออยู่เยอะเกินไป เธอมีเวลาไม่พอจดจำมันให้ได้ทั้งหมด เธอจำได้แค่ 1,000 ตัวแรก ถึงจะอ่านเป็นคำได้ ทว่าเธอก็อ่านมันไม่หมด

เธอไม่คิดว่าเฉินกวนจะมีความจำดีไปกว่าเธอ แต่เธอก็ยังแอบหวัง

หนานจี้หงรู้ว่ามันคือ <พระสูตรเอฝาง> ยิ่งเธอจดจำมันได้เท่าไหร่ มันยิ่งส่งผลดีต่อเธอเท่านั้น

“ฉันจำได้แค่บางส่วน ตัวหนังสือพวกนี้เหมือนจะเป็นเทคนิคบ่มเพาะ ทำไมถึงมีเทคนิคบ่มเพาะสลักเอาไว้ในที่แบบนี้ ? มันต้องเป็นฝีมือคนแน่ๆ ? งั้นก็หมายความว่ามีคนเคยมาที่นี่ก่อนเรา เรามีโอกาสรอดแล้ว” เฉินกวนพูดขึ้น

หนานจี้หงได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมา หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็ได้แต่ส่ายหน้า “คนที่สลักตัวหนังสือพวกนี้อาจจะไม่ได้บอกทางรอดให้เรา เราคงได้แต่ต้องพึ่งตัวเอง”

“เธอรู้เหรอว่าใครทิ้งข้อความพวกนี้เอาไว้ ?” เฉินกวนถามหนานจี้หงด้วยความแปลกใจ

หนานจี้หงไม่ได้ตอบเขา แต่เธอพยายามนึกย้อนถึงข้อความที่เธอจำมาได้เพื่อที่เธอจะได้ไม่ลืมมัน

เมื่อเห็นว่าหนานจี้หงไม่ตอบ เฉินกวนก็ได้แต่นึกถึงข้อความที่เขาเพิ่งอ่านมา

<พระสูตรเอฝาง> ส่วนหนึ่งถูกสลักไว้บนต้นแก้ว 7 สมบัติ มันไม่ได้บอกว่าเป็นส่วนเริ่มรึส่วนท้าย ดังนั้นได้ไปก็ไม่มีประโยชน์

ข้อความบนผนังถ้ำนี่ก็ไม่ใช่ข้อความที่ต่อกับข้อความบนต้นแก้ว 7 สมบัติ มันเป็นคนละส่วนกัน เทคนิคบ่มเพาะส่วนนี้เอาไว้ใช้ในการบ่มเพาะของตัวมันเอง มันทำให้เฉินกวนสงสัยว่าตัวอักษรแสงพวกนี้มาจาก          <พระสูตรเอฝาง> จริงๆรึเปล่า

จบบทที่ ตอนที่ 38 : ข้อความบนกำแพง

คัดลอกลิงก์แล้ว