- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 37 : ตก
ตอนที่ 37 : ตก
ตอนที่ 37 : ตก
ตอนที่ 37 : ตก
ตอนนั้นทีมชั้นนำได้ออกจากวงล้อมฝูงผีดิบไปแล้ว ฝูงผีดิบไม่ได้ไล่ตามพวกเขาไป แต่เลือกที่จะมุ่งหน้าไปหาราชาแห่งสุสานแทน
หนานจี้หงเชื่อว่าโอกาสที่พวกเขาจะฆ่าราชาแห่งสุสานได้ก็คือทีมชั้นนำต้องล้อมราชาแห่งสุสานเอาไว้ ไม่ใช่พวกเขามาโดนผีดิบล้อมเอาไว้แบบนี้
“รีบจัดการให้จบ ถ้าเรากำจัดราชาแห่งสุสานไม่ได้ก่อนที่พวกผีดิบเข้ามาล้อมเรา งั้นเราคงได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามชะตากรรม” หนานจี้หงพูดขึ้นพร้อมกับพุ่งออกไป
ฉินจืออวี่ไม่กล้ารอช้าและร่วมมือกับหนานจี้หงเข้าโจมตีราชาแห่งสุสาน เหยียนจืออก็ได้ระเบิดพลังกันกระบองกระดูกของราชาแห่งสุสานเอาไว้
มีแค่เฉินกวนที่ยืนดูการต่อสู้อยู่พร้อมกับสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของฝูงผีดิบ
‘ ยิ่งมีคนรู้เรื่อง <พระสูตรเอฝาง> น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เธอแข็งแกร่งจนเราทำอะไรเธอไม่ได้เลย
เมื่อเรารู้จุดอ่อนของราชาแห่งสุสาน งั้นเราก็สามารถฆ่ามันได้หลังจากที่เธอหนีออกไป มันยังไม่สายเกินไปที่จะให้พลังบัพกับฉินจืออวี่ ’ เฉินกวนคิดกับตัวเอง
แต่เรื่องมันไม่ได้เป็นไปตามที่เฉินกวนคิดเอาไว้ ตอนที่หนานจี้หง, ฉินจืออวี่และเหยียนจือร่วมมือกัน พวกเขาก็พบโอกาส ดาบแสงก่อตัวขึ้นจากปลายดาบของฉินจืออวี่ มันได้ตัดกระดูกสันหลังของราชาแห่งสุสานแยกออกเป็นสองส่วน ลดความแข็งแกร่งของราชาแห่งสุสานลงในทันที
หลังจากที่แยกตัวมันออกได้ เหยียนจือก็ฟันเข้าที่แขนข้างหนึ่งของราชาแห่งสุสาน ใบมีดนั้นจมลงไปในกระดูกกว่าครึ่งนิ้ว
ถึงร่างของราชาแห่งสุสานจะแข็งแกร่ง แต่ก็ใช่ว่าจะทำลายไม่ได้เหมือนเดิม
ทุกคนพากันดีใจขึ้นมา หนานจี้หงคิดจะคว้าโอกาสนี้กำจัดราชาแห่งสุสานโดยเร็วที่สุด ถึงจะต้องมีคนเสียสละบ้างก็ตาม
เฉินกวนเดินทางไปสมทบกับพวกนั้นเพราะผีดิบแห่กันเข้ามาทางเขา เขากลัวว่าเขาจะโดนผีดิบพวกนี้ล้อมเอาไว้
หลังจากที่ร่างของราชาแห่งสุสานแยกออกจากกัน มันกลับหันกลับและหนีไป มันเหนือกว่าการคาดการณ์ของทุกคน พวกเขาได้แต่มองดูพวกมันโดดลงรอยแยกที่พื้นดิน ไม่อาจจะทำอะไรมันได้
หนานจี้หงสะบัดแส้เพื่อหยุดราชาแห่งสุสานแต่ก็ล้มเหลว เธอได้แต่หันกลับมามองฝูงผีดิบที่ไล่ตามหลังมา
“ฉันจะเปิดทางเอง พวกนายตามมา จะฝ่าออกไปได้รึเปล่าก็ขึ้นอยู่กับโชคพวกนาย” หนานจี้หงพูดขึ้น เธอเตรียมที่จะสู้กับฝูงผีดิบ
แต่มีบางอย่างพุ่งออกมาด้านหลังพันรอบตัวเธอเอาไว้ มันยกตัวเธอขึ้นในอากาศก่อนจะลากเธอเข้าไปในรอยแยกด้านหลังเธอ
แทบจะพร้อมกันนั้นก็มีของแบบเดียวกันพุ่งออกมาจากรอยแยกที่พื้นพันรอบตัวเฉินกวนและลากเขาไปเช่นกัน
เมื่อฉินจืออวี่ได้สติและคิดใช้ดาบฟันหนวดนั่น ทว่ามันก็สายเกินไปแล้ว
เขาได้แต่มองดูเฉินกวนและหนานจี้หงโดนลากเข้าไปในรอยแยก
เฉินกวนสั่งการผ่านความคิด เหยียนจือกระโดดขึ้น ร่างมันเปลี่ยนเป็นแสงลอยเข้ามาในร่างเฉินกวน
เฉินกวนรู้สึกได้ว่าร่างของเขาโดนดึงลงไปในดินลึกลงไปเรื่อยๆ เขาไม่รู้เลยว่าเขาลงมาลึกกี่เมตร รอบตัวเขามีแต่ความมืดมิด เขามองไม่เห็นอะไรเลย
เขาได้แต่พยายามตรวจสอบดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขามองไม่เห็นอะไรเลย เขาได้แต่ยื่นมือออกไปสัมผัสรอบตัวแต่ก็ไม่พบอะไร
สิ่งที่ลากเขาลงมานั้นไม่ได้รัดตัวเขาอยู่ เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร
หลังจากที่ปรับตัวกับความมืดได้แล้ว เฉินกวนก็พบว่ามันเหมือนจะมีแสงจางๆ ด้านล่าง แสงนี้จางเหมือนกับแสงจันทร์ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆ
“น้ำ...มีน้ำอยู่ด้านล่าง...” เฉินกวนที่ตกอยู่ในความสิ้นหวังเริ่มมีความหวังขึ้นมาในใจ แสงจางๆที่เขาเห็นคือน้ำ
การตกลงมาด้วยความสูงระดับนี้คงต้องตายอย่างแน่นอน ถ้ามันมีน้ำอยู่ด้านล่าง งั้นก็พอมีหวัง
แต่ด้วยความสูงระดับนี้ ถึงด้านล่างจะมีน้ำ ทว่าการโดดลงน้ำโดยตรงก็ไม่ต่างจากการโดดลงพื้นปูน
สำหรับคนทั่วไป ถ้าการตกจากความสูงระดับ 10 ม.นั้น พวกเขาอาจจะตายทันทีหากโดดลงน้ำผิดท่า นี่ไม่ต้องนับความสูงระดับนี้เลย
ถึงร่างกายของผู้ปลุกพลังจะแกร่งกว่าคนทั่วไป ทว่าเขาก็ไม่อาจจะทนรับแรงกระแทกแบบนี้ไหว นี่ไม่ต้องพูดถึงเลเวลของเฉินกวนที่ยังไม่มากนัก
เมื่อคิดได้แบบนั้น เฉินกวนก็เอาแคปซูลออกมากิน ในเวลาเดียวกันเขาก็เรียกเหยียนจือออกมาให้มันโดลงไปที่น้ำก่อน
ร่างกายของเหยียนจือนั้นแกร่งกว่ามนุษย์เลเวลเท่าๆ กัน ดังนั้นจึงไม่ง่ายเลยที่มันจะตกลงไปตาย หากให้ เหยียนจือโดดลงไปก่อน จากนั้นเฉินกวนค่อยโดดตามลงไป งั้นบางทีเขาอาจจะมีหวังที่จะรอดได้
แคปซูลได้สลายในท้องเฉินกวน พลังชีวิตราวกับลาวากระจายไปทั่วท้องทำให้ร่างเขาตอนนี้ร้อนอย่างกับลาวา
ตูม !
ร่างของเหยียนจือกระทบกับผิวน้ำ เฉินกวนโดดลงไปตามติดๆ
แทบจะพร้อมกันนั้น น้ำอีกฝั่งก็ระเบิดออก มันน่าจะเป็นหนานจี้หง
ตอนแรกเฉินกวนกังวลว่าน้ำมันจะตื้นเกิน มันเป็นเหตุผลที่เขาให้เหยียนจือโดดลงไปก่อน ถ้าน้ำมันตื้นเกิน งั้นเขาจะใช้เหยียนจือรองร่างเขาเอวเพื่อกันกระแทก บางทีเขาอาจจะรอด
โชคดีที่น้ำมันลึกพอ เฉินกวนดำลงไปหลายเมตรก่อนที่ตัวจะสัมผัสกับเหยียนจือ โชคดีที่น้ำมันลดแรงกระแทกลงไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้จมลงไปต่อ
บางทีเพราะเหยียนจือลงมาในผิวน้ำก่อนและด้วยผลจากแคปซูลที่กินไป เฉินกวนจึงรู้สึกว่าร่างกายนั้นไม่ได้บาดเจ็บอะไร นอกจากเจ็บที่เข่าแล้ว เขาไม่ได้เจ็บส่วนอื่นเลย อาการของเหยียนจือไม่ได้สู้ดีนัก มันเหมือนจะบาดเจ็บ ยิ่งกว่านั้นมันก็ว่ายน้ำไม่ได้และได้แต่ตีน้ำไปมา
เฉินกวนรีบเรียกเหยียนจือกลับมาและว่ายน้ำขึ้นมาที่ผิวน้ำ เขามองไปรอบๆ และพบโขดหินห่างไป 20-30 ม. เขาจึงรีบว่ายไปที่โขดหินนั่น
หลังจากที่ว่ายมาได้แค่ไม่กี่เมตร เขาก็เห็นคนลอยอยู่บนผิวน้ำ มันคือหนานจี้หง แต่หนานจี้หงหมดสติอยู่ เขาไม่รู้ว่าเธอหมดสติเพราะแรงกระแทกหรือจมน้ำ
เฉินกวนลากตัวหนานจี้หงไปที่โขดหิน รอบตัวเขามืดสนิท ทว่าใต้น้ำนั้นเหมือนมีปะการังส่องแสงอยู่
ตัวน้ำนั้นกระจ่างใส แต่เพราะมันลึก มันจึงมีแสงส่องสว่างขึ้นมาที่ผิวน้ำแค่จางๆ ทว่าแสงจางๆ นี่ก็ทำให้โลกใต้น้ำเหมือนกับโลกพิศวง
ตอนที่เฉินกวนว่ายไปถึงโขดหิน เขาก็ไม่ได้ปีนขึ้นไปทันที เขามองไปรอบๆ ก่อน แต่ก็ไม่พบร่องรอยของสัตว์วิญญาณใกล้ๆ
อย่างน้อยบนโขดหินนี่ก็ไม่มี ส่วนไกลตัวออกไปนั้นมันมืดเกินกว่าที่เขาจะมองเห็นได้
เฉินกวนกัดฟันแน่นเรียกจ้านกั้วออกมาให้มันตรวจสอบที่โขดหินก่อน หลังจากที่มั่นใจว่าจ้านกั้วไม่โดนโจมตี เขาก็ปีนขึ้นโขดหินพร้อมกับลากหนานจี้หงขึ้นมาด้วย
หินที่โผล่พ้นน้ำนั้นมีพื้นที่หลายตารางเมตร รอบๆ มีแต่น้ำ โชคดีที่พวกเขาไม่ตกลงมาที่ก้อนหิน ไม่งั้นแล้วพวกเขาคงตาย ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็เถอะ
เฉินกวนตรวจดูอาการของหนานจี้หงและพบว่าร่างกายส่วนบนเธอไม่ได้เสียหาย แต่ข้อเท้าเธอน่ะแดงและบวม เขาไม่รู้เลย่ว่าเธอข้อเท้าพลิกรึขาหักกันแน่
ดูเหมือนว่าหนานจี้หงจะเลือกวิธีลงกระแทกน้ำแบบเดียวกับเขา แต่โชคร้ายที่เธอน่ะไม่มีสัตว์วิญญาณอย่างเหยียนจือที่ส่งลมาตกน้ำก่อน ดังนั้นเธอจึงตกอยู่ในสภาพนี้
แต่อาการบาดเจ็บพวกนี้ไม่ใช่เรื่องด่วน เฉินกวนพบว่าเธอยังสำลักน้ำอยู่ ดังนั้นเขาต้องเรียกสติเธอกลับมาให้ได้ก่อน
ไม่นานก็มีน้ำพุ่งออกมาจากปากหนานจี้หง หัวใจของหนานจี้หงเริ่มเต้นเป็นจังหวะ สุดท้ายเธอก็ได้สติกลับมา